หลวงพี่น้ำฝน ปะทะคารม ห้ามจอด ผอ.กลุ่มงานฯการเงิน สพป.นครปฐม เขต 1 ปมคืนซากรถ จอดทิ้ง 20 ปี กลับคืนต้นสังกัด หวั่นงูฉก เด็กเล่นเป็นอันตราย
หลวงพี่น้ำฝน ปะทะคารม ห้ามจอด ผอ.กลุ่มงานฯการเงิน สพป.นครปฐม เขต 1
ปมคืนซากรถ จอดทิ้ง 20 ปี กลับคืนต้นสังกัด หวั่นงูฉก เด็กเล่นเป็นอันตราย
หลวงพี่น้ำฝน เดินหน้ายกซากรถจอดทิ้งโรงเรียนวัดไผ่ล้อมฯ นานกว่า 20 ปี สุดงง ! ช่วงนำรถส่งคืน ผอ.กลุ่มงานฯ เดินสวนสั่งห้ามลงจอด แต่หลวงพี่ไม่สน ยืนยันคืนต้นสังกัดหลังดำเนินการตามหลักการแล้ว อึ้งอีกรอบ ผอ.อีกฝ่ายบอกผู้บริหารสั่งการให้จอดได้ ย้ำทำหน้าที่ฐานะ คกก.การศึกษาขั้นพื้นฐานเพราะผู้ปกครองร้องกลัวงู สัตว์มีพิษไปอาศัยหลบซ่อน เด็กซุกซนปีนป่ายได้รับอันตราย พร้อมสั่งการให้ทำถูกต้องตามระเบียบป้องกันทำผิดกฎหมาย ตั้งปมสงสัยอาจมีคนไม่พอใจกรณีโรงเรียนอนุบาลนครปฐม ช่วงมีปัญหาการบริหารงาน แต่ยืนยันทำเพื่อเด็กเป็นหลัก ตอนนี้จบ 2 ข้อ จาก 5 ข้อเรียกร้องแล้ว ย้ำการศึกษาต้องไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง ไม่สนใจใครทะเลาะกัน ไปคุยกันเอง
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เกิดเสียงโต้เถียงกันระหว่าง พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม กับนางกฤษณี เหล็กอิ่ม ผอ.กลุ่มบริหารงานการเงินและสินทรัพย์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 ที่สถานที่จอดรถด้านหลังอาคารสำนักงาน ในช่วงที่หลวงพี่น้ำฝน ได้นำซากรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน ย 5955 นครปฐม ที่จอดอยู่ภายในลานเอกนประสงค์ โรงเรียนวัดไผ่ล้อม (พูลประชาอุปถัมภ์) นานกว่า 20 ปี มาทำการคืนให้ต้นสังกัด หลังจากผู้ปกครองร้องเรียนมายังคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนวัดไผ่ล้อมฯ ซึ่งสร้างความงุนงงให้กับเจ้าหน้าที่และคณะครูที่ได้นำรถคันดังกล่าวมาส่งคืน ซึ่งถือเป็นคันแรกที่มีการดำเนินการส่งคืนกลับสู่ต้นสังกัดหลังจากไม่ได้ใช้ในหน่วยงาน
โดยในช่วงการโต้เถียงกัน ทางด้านนางกฤษณี เหล็กอิ่ม ผอ.กลุ่มบริหารงานการเงินและสินทรัพย์ ได้แจ้งว่ายังไม่มีการทำหนังสือตอบรับแต่อย่างใดจึงไม่อนุญาตให้มีการนำซากรถดังกล่าวมาจอดไว้ที่ สปพ.นครปฐม เขต 1 ขณะที่หลวงพี่น้ำฝน ได้ยืนยันและบอกให้นำรถคันดังกล่าวจอดคืนกลับให้หน่วยงานต้นสังกัดจนกระทั่งได้นำซากรถคันดังกล่าวมาจอดได้สำเร็จ โดยบอกว่าได้ทำหน้าที่ถูกต้องตามตำแหน่งคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนวัดไผ่ล้อม ซึ่งได้มีนางวิไล เรียนทัพ ผู้อำนวยการกลุ่มอำนวยการ มารับเรื่องและได้แจ้งว่าได้รับคำสั่งจากนายวิเชียร วาพัดไท ผอ.สพป.นครปฐมเขต 1 ว่าให้นำซากรถคันมาจอดที่บริเวณดังกล่าว จากนั้นได้ให้ ดร.วชรกมล สุศรี ผอ.รร.วัดไผ่ล้อมฯ พร้อมรองผู้อำนวยการ นำหนังสือส่งมอบซากรถคืนให้อย่างเป็นทางการ
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้มีการประสานสอบถามข้อมูลถึงเรื่องดังกล่าว โดยหลวงพี่น้ำฝนบอกว่าในช่วงของการนำซากรถคันนี้ไปคืนให้กับทาง สปพ.นครปฐม เขต 1 เนื่องจากมีผู้ปกครองของนักเรียนมาแจ้งว่ามีซากรถจอดทิ้งที่ลานเอนกประสงค์ ซึ่งเกรงว่าจะมีสัตว์มีพิษเข้าไปหลบซ่อน และอาจจะมีเด็กที่ซุกซนไปปีนเล่นจะได้รับอันตรายจากสนิมและรอยคมที่ผุพัง จึงได้แจ้งไปยัง ผอ.รร.วัดไผ่ล้อมฯ เพื่อให้เคลื่อนย้ายออกจากตัวโรงเรียน แต่ได้รับการแจ้งว่ายังไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากเอกสารประจำรถได้หายไปตั้งแต่ก่อนที่ตนเองมารับตำแหน่ง จึงได้ประสานไปยัง สปพ.นครปฐม เขต 1 เพื่อหารือเนื่องจากเกรงจะเป็นการดำเนินการผิดระเบียบขั้นตอนของทางราชการ เพราะหากนำไปนอกพื้นที่หรือดำเนินการอย่างใดก็อาจจะเสี่ยงต่อการผิดกฎหมายได้
หลวงพี่น้ำฝน กล่าวอีกว่าหลังจากทราบข้อมูลจึงได้ประสาน กับสำนักงานขนส่งจังหวัดนครปฐมจึงทราบว่ารถคันดังกล่าวจดชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์คือสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการกำแพงแสน แต่ปัจจุบันหน่วยงานดังกล่าวได้ถูกยุบไปแล้ว จึงได้ให้ทางผู้อำนวยการโรงเรียนวัดไผ่ล้อมฯ หารือกับ ผอ.สปพ.นครเขต 1 และรายงานไปว่าจะนำซากรถไปคืนในวันนี้ และก็ได้รับการตอบรับยืนยันว่าสามารถดำเนินการได้ แต่จูจูไม่ทราบว่าหญิงคนดังกล่าวทราบภายหลังว่าเป็นผู้อำนวยการกลุ่มบริหารการเงินและสินทรัพย์ ได้เข้ามาขัดขวางและแจ้งว่าไม่สามารถดำเนินการได้ด้วยท่าทีไม่พอใจ ซึ่งก็ยังงงว่าเกิดเหตุดังกล่าวเพราะอะไร ซึ่งเจ้าหน้าที่อีกท่านที่มารับหนังสือก็บอกว่าทางผู้บริหารได้ชี้ให้จอดรถในจุดบริเวณดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้ต้องให้เจ้าหน้าที่ไปคุยกันเองว่าผิดพลาดตรงไหน และที่ต้องนาส่งเพราะเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับหน่วยงานเพราะการทำงานที่กระชับรวดเร็วมากขึ้นเท่านั้น
“อาตมาดำเนินการโดยไม่ได้ทำอย่างพละการ แต่ทำโดยหน้าที่ของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนวัดไผ่ล้อมฯ ซึ่งมีการประชุมและลงมติว่าให้นำซากรถดังกล่าวคืนสู่ต้นสังกัด และไม่ทราบว่าทำไมเจ้าหน้าที่คนนั้นถึงต้องเป็นเดือดเป็นร้อน และอาตมายังต้องควักเงินส่วนตัวเพื่อช่วยให้รถยกนำรถคันดังกล่าวกลับไปคืนให้กับหน่วยงาน ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติเพราะก็ยังมีรถลักษณะเดียวกันของอำเภอกำแพงแสน และอำเภอดอนตูมจอดอยู่ที่ใกล้กัน แต่สามารถทำได้แต่ทำไมรถของโรงเรียนวัดไผ่ล้อมฯ ถึงไม่สามารถจอดได้ และที่ต้องทำเองร่วมกับโรงเรียนเพราะเกรงจะผิดข้อกฎหมายในการเคลื่อนย้ายซากรถ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือสวัสดิภาพของเด็กนักเรียนอีก 600 กว่าชีวิตในโรงเรียนวัดไผ่ล้อมฯ เขาอาจจะมีประเด็นอื่นซึ่งโรงเรียนอนุบาลนครปฐม ก็กำลังมีปัญหาและ อาตมาก็กำลังลงไปช่วยเคลียร์ปัญหา สัปดาห์นี้ 2 ข้อ จาก 5 ข้อเรียกร้องของผู้ปกครอง ภายในระยะเวลาเพียง 2 วัน อาจจะไม่มีใครไม่พอใจก็ได้ แต่ยืนยันว่าในฐานะที่เขามาเชิญให้เป็นคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่รับทราบกันแล้วเมื่ออาตมาลงมือทำแล้วก็อาจจะต้องทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเด็ก ส่วนปมปัญหาใครทะเลาะกันไปเคลียร์กันเองไม่ขอยุ่งด้วย” หลวงพี่น้ำฝนกล่าวปิดท้าย
สำหรับการมีประเด็นปะทะคารมกันครั้งนี้ทำให้เกิดมีกระแสในการตั้งคำถามว่าหน่วยงานในการดำเนินการบริหารจัดการการศึกษาในจังหวัดนครปฐมปัญหาเชิงลึกในการบริหารจัดการและการสื่อสารถึงกันหรือไม่เพราะมีประเด็นต่างๆเกิดขึ้นเชื่อมโยงไปยังโรงเรียนแห่งหนึ่งและมีผู้บริหารงานโรงเรียนถูกโยกย้ายไปหลายคนซึ่งเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผู้ปกครองหลายคนได้มีการสอบถามถึงปมปัญหาที่แท้จริง ว่าจุดไหนโรงเรียนใดมีปัญหาบ้างซึ่งหลายคนก็ต้องการคำตอบที่ชัดเจนเพื่อความมั่นใจในการส่งบุตรหลานไปเรียนยังโรงเรียนตามที่มีประเด็
นกันดังกล่าว

