ปปส.ภาค 2 เปิดยุทธการ “1386 พิฆาตยาเสพติด” ปิดล้อม 6 จุดทั่วบางละมุง บูรณาการกำลัง 140 นาย รวบทั้งเอเย่นต์ ผู้เสพ และผู้ต้องหาบัญชีม้า เดินหน้าตัดวงจรยาเสพติดถึงราก
ปปส.ภาค 2 เปิดยุทธการ “1386 พิฆาตยาเสพติด” ปิดล้อม 6 จุดทั่วบางละมุง บูรณาการกำลัง 140 นาย รวบทั้งเอเย่นต์ ผู้เสพ และผู้ต้องหาบัญชีม้า เดินหน้าตัดวงจรยาเสพติดถึงราก
เมื่อเวลา 05.30น วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 นายอิสรา เจริญชาศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดปฏิบัติการ “1386 พิฆาตยาเสพติด” ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 140 นาย ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ตามเบาะแสที่ประชาชนแจ้งผ่านสายด่วน ป.ป.ส. 1386 โดยมี นายสราวุธ ภักดี ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 2, พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี, พ.ต.อ.เอกรินทร์ สิกขากูล ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2, พ.ต.อ.ภาสกร ไพจิตต์ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี, พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหนองปรือ, พ.ต.ท.วุฒิพงษ์ กาสา สารวัตรสืบสวน สภ.บางละมุง, นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง, ผู้แทนกองทัพเรือภาคที่ 1, กอ.รมน.จังหวัดชลบุรี, สาธารณสุขอำเภอบางละมุง ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานภาคี 140 นาย เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 2, ตำรวจภูธรภาค 2, ฝ่ายปกครองจังหวัดชลบุรี, ทัพเรือภาคที่ 1, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชลบุรี และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี โดยใช้ข้อมูลจากข้อร้องเรียนของประชาชนผ่านสายด่วน 1386 เป็นฐานในการสืบสวน ขยายผล และเข้าปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย เพื่อปิดล้อมตรวจค้นแหล่งพักยาและบุคคลตามข้อร้องเรียนของประชาชน จับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยและเครือข่ายผู้สนับสนุน พร้อมขยายผลยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด ค้นหาผู้เสพและผู้ติดยาเสพติด เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาตามแนวคิด “ผู้เสพคือผู้ป่วย” ลดปัญหาอาชญากรรมและผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติด
นายสราวุธ ภักดี ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 2 กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการตอบสนองต่อเสียงสะท้อนของประชาชนโดยตรง เพราะทุกเป้าหมายมาจากข้อมูลที่ประชาชนแจ้งผ่านสายด่วน 1386 แสดงให้เห็นว่า ทุกข้อมูลที่ประชาชนส่งมา ภาครัฐรับฟังและลงมือดำเนินการอย่างจริงจัง พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยึดหลักการปฏิบัติ 3 ประการ ได้แก่ ความเด็ดขาดและรอบคอบ ในการบังคับใช้กฎหมายและขยายผลถึงเครือข่าย, ความโปร่งใสและเป็นธรรม โดยดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด และ ความปลอดภัย ของทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่
สำหรับการปฏิบัติงานในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่เข้าในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.เมืองพัทยา, สภ.บางละมุง และ สภ.หนองปรือ รวม 6 จุด โดยจุดสำคัญอยู่ภายในชุมชนบ้านพักไม่มีเลขที่ ซอย 12 หนองไม้แก่น หรือบริเวณหลังบ้านช้าง ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย ได้แก่ น.ส.สุกัญญา หรือ “กุ้ง” จิตอุทัย อายุ 41 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ประมาณ 5 กรัม และยาบ้า 20 เม็ด ,นายบัญชา หรือ “สอน” บุญสิทธิ์ อายุ 42 ปี พร้อมยาไอซ์ประมาณ 1 กรัม , นายวันธงชัย หรือ “บิน” ม่วงคำหมื่น อายุ 24 ปี พร้อมยาบ้า 300 เม็ด และยาไอซ์ประมาณ 25 กรัม
อีกจุดภายในชุมชนไม่มีเลขที่ ซอยพัฒนาการ 4 ตำบลหนองปรือ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดี บัญชีม้า ได้ 2 ราย อีก 1 ราย มียาเสพติดไว้ในครอบครอง
ส่วนเป้าหมายอื่น ๆ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้เสพและผู้ครอบครองยาเสพติดเพิ่มเติมได้อีก 2 ราย ก่อนนำตัวเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีและคัดกรองเข้าสู่การบำบัดตามกฎหมาย

ทั้งนี้สำนักงาน ป.ป.ส. ระบุว่า จะเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ภายใต้แนวทาง “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” โดยเน้นการปราบปรามเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด ควบคู่กับการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพ และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมแจ้งเบาะแสผ่าน สายด่วน ป.ป.ส. 1386 เพื่อร่วมกันสร้างชุมชนปลอดยาเสพติดและยกระดับความปลอดภัยของสังคมอย่างยั่งยืน.
///สมพร อุทัยเนตร รายงานข่าว พัทยา ชลบุรี
