ฉก.ลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ สนธิกำลัง ตำรวจ ตม. ปกครอง หลายหน่วยงาน ร่วมกันจับกุมขบวนการลักลอบขนบุหรี่หนีภาษี ล็อตใหญ่ ตรวจยึดของกลาง เป็นบุหรี่ 7,500 คอตตอน รวม 150 ลัง เป็นมูลค่าจำนวนมาก
ฉก.ลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ สนธิกำลัง ตำรวจ ตม. ปกครอง หลายหน่วยงาน ร่วมกันจับกุมขบวนการลักลอบขนบุหรี่หนีภาษี ล็อตใหญ่ ตรวจยึดของกลาง เป็นบุหรี่ 7,500 คอตตอน รวม 150 ลัง เป็นมูลค่าจำนวนมาก
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พลตรี ณัฏฐพงศ์ อัศวินวงศ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ในฐานะ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์กองกำลังสุรสีห์ พล.ต.ต. พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีรถยนต์กระบะตู้ทึบ จำนวน 2 คัน ใช้เส้นทางจากอำเภอสังขละบุรี มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองกาญจนบุรี โดยซุกซ่อนบุหรี่หนีภาษีปะปนมากับพัสดุทั่วไปเพื่ออำพรางการตรวจค้น จึงสั่งการให้ พันเอก สรายุทธ ศรลัมพ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ในฐานะ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 19 พร้อมด้วย พันเอก เจนยุทธ ประเสริฐพงศ์ธร รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้ากองกำลังสุรสีห์ และ พ.ต.อ.กรณ์ สมคะเณย์ ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี สนธิกำลังร่วมกับ ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกาญจนบุรี ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 136 ฝ่ายปกครองอำเภอไทรโยค และเจ้าพนักงานสรรพสามิต ร่วมกันจับกุมขบวนการลักลอบขนส่งบุหรี่หนีภาษี ตามพระราชบัญญัติสรรพสามิต พ.ศ.2560 ได้บริเวณจุดตรวจถาวรไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
กระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น. พบรถยนต์เป้าหมายทั้ง 2 คัน ขับติดตามกันมา เจ้าหน้าที่จึงเรียกตรวจค้น พบลังกระดาษต้องสงสัยซุกซ่อนอยู่ภายในรถทั้งสองคัน เมื่อตรวจสอบพบเป็นบุหรี่ซิกาแรตยี่ห้อ KRONG THIP (กรองทิพย์ 90) ซองอ่อน สีแดง ที่มีข้อความ “FOR EXPORT ONLY” ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีและไม่มีสิทธิจำหน่ายภายในประเทศ
ผลการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมของกลาง ประกอบด้วย บุหรี่ซิกาแรต จำนวน 150 ลัง หรือ 7,500 คอตตอน รถยนต์กระบะตู้ทึบ จำนวน 2 คัน และโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร จำนวน 3 เครื่อง เป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 70 ล้านบาท
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองให้การว่า รับจ้างขนส่งลังกระดาษดังกล่าวจากคลังพัสดุในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อนำไปส่งยังคลังพัสดุในอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเคยรับจ้างขนส่งมาแล้ว 1 ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ก่อนถูกเจ้าหน้าที่จับกุม เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน มีไว้ในครอบครองโดยไม่มีสิทธิ โดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี และมีไว้เพื่อขายโดยไม่มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรไทรโยค ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ กองกำลังสุรสีห์ ยังคงร่วมบูรณาการกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยายผลสืบสวนสอบสวนถึงผู้ร่วมขบวนการ เส้นทางการลักลอบขนส่ง และเครือข่ายผู้กระทำผิด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวดต่อไป
#ทีมข่าวภาคตะวันตก

