ในประเทศ

ด่าน ตม.เชียงแสน รับตัวคนไทยกลับจาก สปป.ลาว เพื่อเข้าสู่กระบวนการตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ

ด่าน ตม.เชียงแสน รับตัวคนไทยกลับจาก สปป.ลาว เพื่อเข้าสู่กระบวนการตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ

(National Referral Mechanism : NRM)

ด้วยเมื่อวันที่ ๑๕ ก.ค.๒๕๖๙ ด่าน ตม.เชียงแสน ได้รับการประสานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียงจันทร์

สปป.ลาว แจ้งว่าเจ้าหน้าที่กองบัญชาการป้องกันความสงบ แขวงหลวงน้ำทา จะจัดส่งบุคคลสัญชาติไทย จำนวน

๒๒ คน ประกอบด้วยชาย ๙ คน ผู้หญิง ๑๓ คน ซึ่งถูกจับกุมในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ทางโทรศัพท์กลับประเทศไทย

ในวันที่ ๑๗ ก.ค.๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๐๐ น. และวันนี้ (๑๗ ก.ค.๒๕๖๙) เวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น. ภายใต้การ

อำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.สราวุธ

คนใหญ่ ผบก.ตม.๕ ,พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.๕ , พ.ต.อ.ภัทรพงศ์ อินวรรณา ผกก.ด่าน

ตม.เชียงแสน พร้อมด้วยกำลังพล ข้าราชการตำรวจในสังกัด ด่าน ตม.เชียงแสน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

รวม ๔๐ คน ร่วมรับตัวคนไทย จำนวน ๒๒ คน กลับจาก สปป.ลาว เพื่อเข้าสู่กระบวนการตามกลไกการส่งต่อ

ระดับชาติ (National Referral Mechanism : NRM) ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะพานมิตรภาพไทย – ลาว ๔

อ.เชียงของ จว.เชียงราย ทั้งนี้ พล.ต.ท.จิรภพฯ ได้มอบนโยบายการปฏิบัติงานให้กับข้าราชการตำรวจ ด่าน ตม.

เชียงแสน พร้อมกำชับการปฏิบัติหน้าที่ โดยให้ยึดหลักระเบียบ กฎหมาย อย่างเคร่งครัด จากการคัดกรองของ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่า

บุคคลสัญชาติไทยทั้ง ๒๒ คน ประกอบด้วย ผู้ชาย ๙ คน ผู้หญิง ๑๓ คน ซึ่งถูกจับกุมในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์

ทางโทรศัพท์ตามกฎหมาย สปป.ลาว ในเขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา และถูกทางการ สปป.ลาว

ควบคุมตัวมาระยะหนึ่งก่อนผลักดันส่งกลับมายังประเทศไทยผ่านช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมืองสะพานมิตรภาพ

ไทย – ลาว ๔ จากการคัดกรองของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเบื้องต้น ไม่พบสิ่งบ่งชี้ว่าเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์ โดยส่วน

ใหญ่อ้างว่าเดินทางไปหางานทำ จากการประกาศเชิญชวนในกลุ่มหางานใน social ว่ามีงานหลายตำแหน่งโดยให้

ค่าตอบแทนสูงจำนวน ๑๘,๐๐๐ – ๒๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน มีที่พักฟรี อาหารฟรี จึงหลงเชื่อและต้องการมีงานทำ

พร้อมสวัสดิการที่ดี ซึ่งการเดินทางไปครั้งนี้ยังไม่ได้เริ่มปฏิบัติงานก็ถูกจับกุมเสียก่อน และจากการตรวจสอบยังพบมี

จำนวน ๒ คนซึ่งเป็นบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย เดินทางออกโดยไม่ผ่านช่องทางการตรวจอนุญาตจึงนำส่งดำเนินคดีตาม

กฎหมาย

ซึ่งที่ผ่านมา ด่าน ตม.เชียงแสน ได้ดำเนินการคัดกรองบุคคลที่จะเดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้านว่าอาจถูก

หลอกไปทำงานที่ผิดกฎหมาย และอาจถูกดำเนินคดีได้ โดยทำการสัมภาษณ์ซักถามการทำข้อมูล แจ้งเตือนถึงอันตราย

ต่างๆที่อาจเกิดโดยไม่คาดคิด แต่ก็มีบุคคลยังหลงเชื่อว่าไปทำงานแล้วมีรายได้ดี สวัสดิการที่ดี เป็นงานสบายมีสถานที่

ทำงาน และสถานที่พักดี มีอาหารครบทุกมื้อจึงหลงเชื่อเข้าไปทำงาน ซึ่งข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นอย่างที่ชวนเชื่อแต่อย่างใด

บางครั้งอาจจะต้องถูกดำเนินคดี ถูกกักขัง ถูกทำร้าย และไม่ได้รับค่าจ้าง

ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะได้ดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อพิสูจน์ทราบความผิดเพิ่มเติมของกลุ่มบุคคล

ดังกล่าว หากพบว่ามีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับ“การกระทำผิดพนันออนไลน์และสแกมเมอร์ (Scammer) ” จะได้

ดำเนินการตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุดต่อไป

*************