วันพุธ, กรกฎาคม 15, 2026
Latest:
ในประเทศ

ปทุมธานี ตร.บุกช่วย 2นักศึกษา ม.ดัง เหยื่อค่าไถ่ทิพย์แก๊งคอลเซ็นเตอร์สูญเงินไปเกือบล้านบาท

ปทุมธานี ตร.บุกช่วย 2นักศึกษา ม.ดัง เหยื่อค่าไถ่ทิพย์แก๊งคอลเซ็นเตอร์สูญเงินไปเกือบล้านบาท เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ห้องสืบสวน สภ.ปากคลองรังสิต จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.พัฒน์ชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต พ.ต.ท.สิรภพ บัวหลวง รอง ผกก.สส.สภ.ปากคลองรังสิต พ.ต.ท.อิทธิพล พุทธรักษา สว.สส.สภ.ปากคลองรังสิต พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปากคลองรังสิต นำกำลังบุกช่วยนักศึกษาจำนวน 2 คน หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกให้ไปกักขังและใช้เทปกาวผูกมัดแขนขาตัวเองขังตัวเองไว้ในห้องพักพร้อมให้โทรศัพท์ไปหาผู้ปกครองหรือญาติให้ทำการโอนเงินจำนวนเกือบหนึ่งล้านบาท ภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่งย่านตำบลหลักหก จ.ปทุมธานี ทราบชื่อนายเต อายุ 21 ปี เป็นนักศึกษาปีที่ 2 เรียนการบิน และนายปลื้ม อายุ 22 ปี นักศึกษาปีที่ 2 เรียนคอมพิวเตอร์ พบอยู่ภายในห้องพัก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า แก๊งคอลเซนเตอร์ ได้ให้วิดีโอคอลเปิดทิ้งไว้ตลอดเวลาแถมยังโทรมาขู่เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย หลังช่วยเหลือได้แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวทั้งสองคนมาทำการสอบสวนที่ สภ.ปากคลองรังสิต พร้อมประสานผู้ปกครองและอาจารย์ร่วมพูดคุย พ.ต.อ.พัฒน์ชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ช่วยเหลือเหยื่อค่าไถ่จากแก๊งแสกมเมอร์แก๊ง เรียกค่าไถ่ทิพย์ไว้ได้ 2 คนมีมูลค่าความเสียหาย 2 คน รวม 9 แสนบาท โดยมี รองผกก.สส.ผู้รับผิดชอบดูแลคดีเหตุที่เกิดจะเร่งดำเนินการโดยที่เหยื่อยังไม่ได้ทานข้าวเลยระหว่างที่โดนหลอกก็เร่งสืบสวนพยายามติดตามเหยื่อกลับมาได้ภายใน 24 ชั่วโมง ตอนนี้น้องก็ปลอดภัยดีแล้วส่วนเรื่องการช่วยเหลือจะเป็นอย่างไร พ.ต.ท.สิรภพ บัวหลวง รอง ผกก.สส.สภ.ปากคลองรังสิต กล่าวว่า หลังจากได้รับการประสานจากญาติของเหยื่อรายแรกช่วงหัวค่ำของเมื่อวาน โดยแจ้งว่าน้องที่เป็นนักศึกษา ม.แห่งหนึ่ง ถูกจับตัวเรียกค่าไถ่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์พบว่ามีการใช้ VPN อินเทอร์เน็ตไปโผล่ที่ต่างประเทศซึ่งเป็นแผนของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกให้เหยื่อโหลดแอปพลิเคชัน ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดช่วงเช้าประมาณ 07:00 น.ไล่ดูจากจุดที่น้องพักพบว่าเหยื่อรายแรกออกจากหอพักไปเมื่อวานช่วงสาย ๆ และเข้าไปที่รีสอร์ตรายวันแห่งหนึ่งและน้องเช็กเอ้าต์ออกตอนเวลา 18:40 น.แต่เมื่อตรวจดูการใช้ไฟและแอร์ในห้องพบช่วงกลางคืนน้องไม่ได้อยู่ในห้องนั้นแล้ว ตำรวจจึงไล่กล้องวงจรปิดต่อสุดท้ายน้องไปอยู่ที่หอพักอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ กันพื้นที่คลองหก และพบรถจักรยานยนต์น้องจอดอยู่ เจ้าหน้าที่จึงบุกเข้าช่วยพร้อมประสานกับทางหอพักเพื่อนำกุญแจสำรองเปิดเข้าไปในห้องพบว่ากลับมีเหยื่ออยู่สองคน เหยื่อรายแรกที่เป็นเป้าหมายยังได้พบเหยื่อรายที่ 2 เพิ่มอีก 1 คน ซึ่งถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้มาอยู่ในห้องเดียวกัน ปฏิกิริยาของทั้งสองคนเมื่อตำรวจแสดงตัวและแจ้งว่าเป็นตำรวจน้อง ๆ ตื่นตระหนักยังมีท่าทีหวาดกลัวและยังไม่เชื่อในตอนแรกเนื่องจากยังอยู่ในลักษณะมักจะถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ปั่นหัวและหลอกจนเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่ากลุ่มคนที่มาอาจเป็นตำรวจปลอมหรือเป็นคนที่เข้ามาทำร้าย สอบถาม นายเต นักศึกษาปี 2 เหยื่อ เล่าพฤติกรรมคนร้ายใช้อุบายหลอกลวงและข่มขู่ให้กลัวโทรมาอ้างขอตรวจสอบเช็กบัญชีธนาคารเพราะสงสัยอาจพัวพันกับการฟอกเงินในบัญชีและต้องการตรวจสอบจำนวนเงินเข้า-ออกในแต่ละบัญชีพร้อมข่มขู่ไม่ให้วางสาย ระหว่างพูดคุยและขู่ว่าหากวางสายจะถือว่าเป็นผู้ร่วมขบวนการทันทีซึ่งตลอดการพูดคุยมิจฉาชีพไม่ยอมเปิดกล้องให้เห็นหน้า ถามข้อมูลสินทรัพย์พยายามซักถามข้อมูลส่วนตัวเชิงลึกสินทรัพย์ทั้งหมดที่บ้านมีจำนวนเท่าไหร่ทำอาชีพอะไรรวมถึงให้บอกเลขท้ายบัญชีธนาคาร 4 ตัวหลังของแต่ละธนาคารที่มี จนวันศุกร์เวลา 15:00 น.คนร้ายขู่หากโดนจับหรือมีเรื่องขึ้นมาที่บ้านจะช่วยเหลือเป็นเงินได้เท่าไหร่ตอบไปว่าน่าจะได้ 60,000 บาทตนเองมีทองคำอยู่ 1 บาทมีมูลค่า 60,000 บาท และวันเสาร์คนร้ายจึงให้ผู้เสียหายติดต่อให้ทางบ้านนำทองคำ 1 บาทไปจำนำเปลี่ยนเป็นเงินสด และสั่งให้โอนเงินที่อยู่ในบัญชีคนร้ายและยังโทรให้ญาติโอนไปอีกจนมีเจ้าหน้าที่มาช่วย ด้านอาจารย์ จอมเดช ตรีเมฆ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า มีนักศึกษาหลายรายถูกหลอกในลักษณะดังกล่าว เนื่องจากมีผู้ปกครองรวมถึงอาจารย์ที่ปรึกษาแจ้งกับทางมหาลัยในการช่วยเหลือติดตามตัวนักศึกษาที่ถูกหลอกและหายไปหลายหลายวัน โดยพบว่านักศึกษาหลายรายเมื่อถูกหลอกแล้วเกิดอาการเครียดและไม่มาเรียนซึ่งนักศึกษาส่วนใหญ่ ทางครอบครัวค่อนข้างมีฐานะและมักจะถูกหลอก ซึ่งส่วนใหญ่กลัวการข่มขู่ อย่างไรก็ตามได้มีการประชาสัมพันธ์และคอยแจ้งบอกเตือนเพื่อไม่ให้มีการหลงเชื่อกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ส่วนการแอบอ้างในการได้รับทุนการศึกษาไปต่างประเทศและมีการแอบอ้างลายเซ็นที่มีลักษณะเอกสารเป็นตราครุฑจึงทำให้ผู้ปกครองหลายรายหลงเชื่อซึ่งทางมหาลัยตรวจสอบแล้วทางลายเซ็นและเอกสารเป็นของปลอมทั้งหมดเพื่อนำไปหลอกกับผู้ปกครองจึงอยากฝากเตือนผู้ปกครอง ขอให้เอะใจเมื่อพบพฤติกรรมดังกล่าว เรื่องการโอนเงินจำนวนมาก และขอให้ตรวจสอบโดยตรงกับทางมหาลัยก่อนเพื่อความมั่นใจและจะได้ไม่ถูกหลอก ด้านนายประทวน ผู้ปกครอง เปิดเผยว่า ลูกชายโทรมาโดยท่าทางตื่นเต้นดีใจ แจ้งว่าได้รับทุนการศึกษาไปต่างประเทศแต่ต้องทำวีซ่า ไปประเทศสหรัฐอเมริกา จากนั้นได้โทรมาแจ้งว่าต้องมีมีเงินนอนภายในบัญชีประมาณ 100,000 ถึง 300,000 บาท แต่ลูกชายแจ้งว่าให้โอนเงิน 350,000 บาท เพื่อให้ง่ายต่อการทำวีซ่า ด้วยความดีใจเพื่ออนาคตของลูกจนได้โอนเงินไป แต่เมื่อถามถึงเอกสารเกี่ยวกับการทำ กลับแจ้งว่ามหาวิทยาลัยเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด จึงขอให้ถ่ายภาพ แอปปพลิเคชันของ เพื่อให้เห็นว่าเงินยังอยู่ในในธนาคารส่งมาให้ ซึ่งตอนนั้นก็เห็นว่ามียอดเงิน 350,000 บาทครบตามจำนวนแต่ก็ไม่เอะใจว่า ที่ตัวเลขลูกนำคั่นตัวเลขผิดปกติไป จึงได้พยายามติดต่อลูกชาย แต่ก็ติดต่อไม่ได้ จึงรีบเดินทางมาจากจังหวัดเพชรบูรณ์ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าและระหว่างกลางทางได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรมาแจ้งว่าลูกชายถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกและให้การช่วยเหลือได้ที่โรงแรมจึงรีบเดินทางมาที่สภ.ปากคลองรังสิต พ.ต.อ.พัฒน์ชัย กล่าวว่า ฝากเตือนป้องกันการตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไม่มีการวิดีโอคอลตลอดเวลา ตำรวจจริงจะไม่มีการติดต่อเพื่อขอวิดีโอคอลพูดคุยสอบสวนอย่างแน่นอน การส่งเอกสารทางราชการ หากเป็นขั้นตอนของตำรวจจริงจะมีกระบวนการส่งเอกสารหรือหมายเรียกเชิญตัวอย่างเป็นทางการ ไม่มีการโอนสายข้ามหน่วยงาน ตำรวจจะไม่มีระบบการโอนสายโทรศัพท์ข้ามไปยังหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ปปง., ป.ป.ช.หรือโอนตรงไปยังโรงพักในพื้นที่ในลักษณะที่มิจฉาชีพทำ ให้สิทธิ์ติดต่อครอบครัวทันทีเมื่อตำรวจจริงเข้าพบน้อง ๆ หรือผู้เสียหายจะบอกให้ติดต่อหาพ่อแม่หรือครอบครัวในทันทีเพื่อความปลอดภัยไม่มีการบังคับให้ปิดบัง ที่สำคัญนักศึกษาและผู้ปกครองต้องมีความเอ๊ะใจอย่าเพิ่งเชื่อเมื่อได้รับการติดต่อในลักษณะนี้ ขอให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนและอย่าเพิ่งหลงเชื่อโดยเด็ดขาด ตรวจเช็กข้อมูลก่อนหากมีการอ้างถึงเรื่องทุนการศึกษาหรือเรื่องต่างๆ ขอให้โทรศัพท์ไปตรวจสอบกับทางมหาวิทยาลัยโดยตรงเนื่องจากมีเบอร์ติดต่อของสถาบันอยู่แล้ว ไม่โอน ทุกกรณี สิ่งสำคัญที่สุดคือห้ามโอนเงินเด็ดขาดเพราะมิจฉาชีพเหล่านี้อยู่ต่างประเทศไม่สามารถทำอันตรายหรือทำอะไรเราได้หากเราไม่โอนเงินให้ พฤติกรรมแก๊งหลอกลวงมิจฉาชีพจะหลอกให้เหยื่อเขียนสคริปต์ด้วยลายมือตนเอง เพื่อใช้ไปหลอกผู้ปกครองต่อ รวมถึงมักจะใช้ความกดดันสูง จนทำให้เหยื่อเกิดความกลัวและยอมทำตามเจ้าหน้าที่จึงเน้นย้ำคาถาสำคัญคือ “ไม่เชื่อ ไม่โอน”