วงจรปิดจับภาพ โจรไม่เว้น บ้านนายกโพธิ์กลาง ยังโดน ตระเวนขโมยมิเตอร์น้ำโพธิ์กลาง 39 จุด อุกอาจแม้อยู่ใกล้ป้อมตำรวจ
วงจรปิดจับภาพ โจรไม่เว้น บ้านนายกโพธิ์กลาง ยังโดน ตระเวนขโมยมิเตอร์น้ำโพธิ์กลาง 39 จุด อุกอาจแม้อยู่ใกล้ป้อมตำรวจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนร้ายอาละวาดหนัก ตระเวนขโมยมิเตอร์น้ำประปาหลายหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลโพธิ์กลาง เมืองโคราช พบผู้เสียหายแจ้งเหตุแล้ว 39 จุด แม้แต่บ้านพักนายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลางยังถูกขโมย ทั้งที่อยู่ไม่ไกลจากป้อมตำรวจ วอนตำรวจเร่งล่าตัว หวั่นพฤติกรรมบานปลายกระทบความปลอดภัยประชาชน
ดร.กิตติพงษ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง เปิดเผยถึงสถานการณ์คนร้ายตระเวนขโมยมิเตอร์น้ำประปาในพื้นที่ว่า ขณะนี้มีประชาชนเข้าแจ้งเหตุแล้วรวม 39 มิเตอร์ กระจายอยู่ในหลายหมู่บ้าน สร้างความเดือดร้อนและความกังวลด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างมาก
ปัญหาดังกล่าวเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ครั้งแรกพบมิเตอร์น้ำถูกขโมยประมาณ 15 ราย หลังได้รับแจ้งจากประชาชน ทางเทศบาลได้ประสานและเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย กระทั่งเข้าสู่เดือนกรกฎาคมกลับพบเหตุลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะช่วงวันที่ 9-10 กรกฎาคม ที่พบมิเตอร์น้ำถูกขโมยหลายจุด จนยอดสะสมเพิ่มเป็น 39 แห่ง
นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งก่อนยังไม่สามารถตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดได้ เนื่องจากระบบยังไม่พร้อมใช้งาน แต่ปัจจุบันระบบกล้องวงจรปิดกลับมาใช้งานได้แล้วในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา จากข้อมูลเบื้องต้นสันนิษฐานว่าผู้ก่อเหตุอาจเป็นวัยรุ่น โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกเส้นทางหลบหนีบางส่วนไว้ได้
ที่น่าตกใจคือ บ้านพักของ ดร.กิตติพงษ์ เองก็ตกเป็นเป้าถูกขโมยมิเตอร์น้ำเช่นเดียวกัน หลังลงมือก่อเหตุ คนร้ายได้หลบหนีผ่านบริเวณเทศบาลก่อนหายออกจากพื้นที่ แม้จุดเกิดเหตุจะอยู่ไม่ไกลจากป้อมตำรวจ สะท้อนถึงพฤติการณ์ที่ค่อนข้างอุกอาจและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย
ดร.กิตติพงษ์ ระบุอีกว่า นับตั้งแต่เข้าแจ้งความเกี่ยวกับเหตุขโมยมิเตอร์น้ำตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ยังไม่เคยได้รับการประสานขอข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตาม เทศบาลเข้าใจว่ากระบวนการสืบสวนสอบสวนอาจต้องใช้เวลา และยังคงให้เกียรติการทำงานของเจ้าหน้าที่ ขณะที่เทศบาลได้เพิ่มมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ภายหลังนำเรื่องดังกล่าวเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก ได้มีการแจ้งเตือนไปยังประชาชน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ให้ช่วยกันสอดส่องบุคคลต้องสงสัย เนื่องจากการขโมยมิเตอร์น้ำไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะตัวอุปกรณ์ แต่ยังกระทบต่อระบบน้ำประปาโดยตรง เมื่อคนร้ายตัดมิเตอร์ออก น้ำจะพุ่งและไหลทิ้งทันที หากเจ้าของบ้านออกไปทำงานและไม่มีผู้พบเห็น อาจปล่อยให้น้ำไหลทิ้งนานหลายชั่วโมงกว่าจะกลับมาพบเหตุในช่วงเย็น
สำหรับมิเตอร์น้ำมีมูลค่าประมาณ 580 บาทต่อเครื่อง ขณะที่ประชาชนผู้ใช้น้ำต้องวางเงินประกันประมาณ 2,000 บาท เนื่องจากมิเตอร์ถือเป็นทรัพย์สินของทางราชการ เมื่อเกิดการสูญหาย ผู้เสียหายจึงต้องรีบเข้าแจ้งความ เพื่อยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้กระทำหรือทำให้ทรัพย์สินสูญหายด้วยตนเอง
นอกจากนี้ ยังเกิดความเสียหายจากปริมาณน้ำประปาที่ไหลทิ้ง ซึ่งไม่สามารถประเมินมูลค่าได้อย่างชัดเจน เนื่องจากตัวมิเตอร์ถูกขโมยไป ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบปริมาณน้ำที่สูญเสีย ขณะเดียวกันอาจส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนใกล้เคียง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีกำลังน้ำไม่เพียงพออยู่แล้ว
ดร.กิตติพงษ์ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะทรัพย์สินของทางราชการเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อความรู้สึกปลอดภัยของประชาชน เพราะแม้แต่ทรัพย์สินขนาดเล็กที่ติดตั้งอยู่บริเวณหน้าบ้านยังถูกขโมยได้ จึงเกิดความกังวลว่าผู้ก่อเหตุอาจพัฒนาพฤติกรรมไปสู่การลักทรัพย์หรือก่ออาชญากรรมในลักษณะอื่น
พร้อมขอความกรุณาไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสืบสวนติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว เนื่องจากเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และป้องกันไม่ให้ทรัพย์สินของทางราชการต้องสูญหายจากเหตุในลักษณะดังกล่าวอีก

