ในประเทศ

ป.ป.ส. ขยายผลจับผู้ร่วมขบวนการลำเลียงเฮโรอีนข้ามชาติ 2 คดี เดินหน้าตัดวงจรเครือข่ายค้ายาเสพติดตามนโยบายรัฐบาล

ป.ป.ส. ขยายผลจับผู้ร่วมขบวนการลำเลียงเฮโรอีนข้ามชาติ 2 คดี เดินหน้าตัดวงจรเครือข่ายค้ายาเสพติดตามนโยบายรัฐบาล

 

ตามนโยบายรัฐบาลในการเร่งรัดปราบปรามยาเสพติดอย่างครบวงจร และนโยบายของ พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ที่มุ่งยกระดับการปราบปรามยาเสพติดในทุกระดับของการค้า ตั้งแต่ผู้ลำเลียง ผู้สนับสนุน นายทุน และผู้บงการ พร้อมบูรณาการการทำงานด้านการข่าวและการสืบสวนร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายข้ามพรมแดน ตัดวงจรเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ และป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นเส้นทางผ่านในการลำเลียงยาเสพติดไปยังประเทศที่สาม

 

สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับกรมศุลกากร กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) และกองบัญชาการกองทัพไทย ภายใต้โครงการความร่วมมือด้านการปราบปรามและสกัดกั้นยาเสพติดในพื้นที่ท่าอากาศยาน (Airport Interdiction Task Force : AITF) ขยายผลจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 2 คดี เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นผลจากการสืบสวนเชิงลึกและการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองระหว่างหน่วยงาน

 

คดีที่ 1 เจ้าหน้าที่จับกุม นางสาวศิริลักษณ์ (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับศาลภาษีอากรกลาง ลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ในความผิดเกี่ยวกับการร่วมกันพยายามส่งออกยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ออกจากราชอาณาจักรเพื่อการค้า ร่วมจำหน่ายยาเสพติดประเภท 1 และร่วมกันส่งของออกไปนอกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร

 

การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากคดีเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ชุดปฏิบัติการ AITF สามารถจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติเกาหลีใต้ พร้อมเฮโรอีนน้ำหนักประมาณ 1.4 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเป้สะพายหลัง ขณะเตรียมเดินทางออกจากประเทศไทยไปยังฮ่องกง จากการสืบสวนขยายผลพบว่า นางสาวศิริลักษณ์เป็นผู้จัดหากระเป๋าที่ใช้ซุกซ่อนยาเสพติดและนำมาส่งมอบให้ผู้ลำเลียง จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ ก่อนติดตามจับกุมได้ในพื้นที่อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

 

คดีที่ 2 ชุดปฏิบัติการ AITF ร่วมกับสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย จับกุม MISS. NAN KHAING THA ZIN สัญชาติเมียนมา ตามหมายจับศาลภาษีอากรกลาง ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ในความผิดเกี่ยวกับการร่วมกันพยายามส่งออกยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ออกจากราชอาณาจักรเพื่อการค้า ร่วมจำหน่ายยาเสพติดประเภท 1 และร่วมกันส่งของออกไปนอกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร

 

การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการขยายผลคดีเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ซึ่งชุดปฏิบัติการ AITF สามารถจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติออสเตรเลีย พร้อมเฮโรอีนน้ำหนักประมาณ 3.9 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในพื้นกระเป๋าเดินทาง ขณะเตรียมเดินทางออกจากประเทศไทยไปยังไต้หวัน โดยการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหารายดังกล่าวเป็นผู้จัดหากระเป๋าที่ใช้ซุกซ่อนยาเสพติดและนำมาส่งมอบให้ผู้ลำเลียง จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ ก่อนติดตามจับกุมได้ในพื้นที่เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

 

พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ผลการจับกุมทั้งสองคดีสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการบูรณาการความร่วมมือด้านการข่าว การสืบสวน และการปฏิบัติการร่วมระหว่างหน่วยงานภายใต้โครงการ AITF ซึ่งสามารถขยายผลจากผู้ลำเลียงไปสู่ผู้ร่วมขบวนการที่ทำหน้าที่จัดหาและสนับสนุนการกระทำความผิดได้อย่างต่อเนื่อง

 

สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม จะเดินหน้าขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ ผู้สนับสนุน ผู้ว่าจ้าง และผู้บงการทั้งในและต่างประเทศ พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของประเทศคู่ความร่วมมือ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างทาง และปลายทาง ตัดวงจรเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ และยกระดับการปกป้องประเทศไทยจากการถูกใช้เป็นฐานหรือเส้นทางผ่านของการค้ายาเสพติดระหว่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม