ปราจีนบุรี (คืบหน้า) นรกยาบ้าทำลายสิ้น พ่อเฒ่าใจสลายเปิดอกทั้งน้ำตาไหว้ศพ วอนลูกอโหสิกรรมหลังพลั้งมือหวดไม้ฟืนดับคลั่ง
ปราจีนบุรี (คืบหน้า) นรกยาบ้าทำลายสิ้น พ่อเฒ่าใจสลายเปิดอกทั้งน้ำตาไหว้ศพ วอนลูกอโหสิกรรมหลังพลั้งมือหวดไม้ฟืนดับคลั่ง
สะเทือนใจสวดศพอนาถาคืนเดียว พรุ่งนี้เผา ไร้เงิน-ไร้ญาติ-ไร้รูปหน้าโลง ผู้ใหญ่บ้านกอดคอกู้ภัยควักทุนจัดงานพยุงความจน ทิ้งย่าเฒ่าวัย 70 ปีเคว้งคว้างในบ้านมืดตึ๊บโดนตัดไฟ แถมหลังคาโดนรื้อขายเกลี้ยง อบต.สำพันตา ควง พม. ปราจีนบุรี รุดต่อลมหายใจด่วน!…หลังผญบ.พร้อมโพสต์ผ่านโซเชี่ยลคนช่วยพรึ่บ!
ปราจีนบุรี – สะอื้นไห้! คืบหน้าคดีสะเทือนขวัญและหดหู่ใจคนทั้งประเทศ ศึกสายเลือดสุดรันทดเมื่อ นายไพศาล ประสารกก อายุ 57 ปี พ่อผู้ให้กำเนิด บันดาลโทสะคว้าไม้ฟืนหุงข้าวหวดเข้าที่ท้ายทอย “น้องเปา” หรือ นายบูรพา ประสารกก อายุ 30 ปี ลูกชายแท้ๆ ทาสยาเสพติดจนเสียชีวิตคามือ โดยเหตุการณ์เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เป็นพ่อเพิ่งกลับมาจากทำงานรับจ้างถากหญ้าเหนื่อยๆ นอนพักผ่อนบนเปลญวนหน้าบ้าน จู่ๆ ลูกชายซึ่งมีอาการหลอนยาบ้าอย่างหนัก ปรี่เข้ามาเตะและถีบกระหน่ำใส่กลางหลังผู้เป็นพ่ออย่างบ้าคลั่ง พร้อมด่าทอสาปแช่งไม่หยุดหย่อนเพียงเพราะทวงเงินซื้อยาไม่ได้ดั่งใจ
ด้วยความชอกช้ำและเหน็ดเหนื่อย นายไพศาลจึงเกิดบันดาลโทสะ เห็นลูกชายกำลังนั่งกินข้าวอยู่ จึงหยิบไม้ฟืนตีเข้าที่ท้ายทอยจนบาดเจ็บสาหัส ก่อนถูกนำตัวส่ง รพ.นาดี และส่งต่อ รพ.กบินทร์บุรี กระทั่งสิ้นใจตายอย่างอนาถในช่วงคืนวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาดี ชี้ชัดพฤติการณ์เข้าข่าย “บันดาลโทสะ” เนื่องจากถูกข่มขู่ทำร้ายร่างกายก่อนอย่างรุนแรง และได้รับการประกันตัวออกมาจัดงานศพให้ลูกตามอัตภาพ โดยจะส่งฟ้องเพื่อให้ศาลใช้ดุลยพินิจลดหย่อนโทษต่อไป ตามรายละเอียดที่นำเสนอ ก่อนหน้านี้ นั้น
ความรันทดใจปรากฏชัดเจนล่าสุด เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ได้เดินทางไปยังศาลาธรรมสังเวช วัดหนองแหน ต.สำพันตา อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี พบบรรยากาศเป็นไปด้วยความวังเวงและหดหู่จับขั้วหัวใจ โลงศพของน้องเปาตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวและอนาถา ไม่มีรูปประดับ ไม่มีแม้แต่ดอกไม้ตกแต่งหรือสิ่งของใดๆ เผยให้เห็นถึงความยากจนข้นแค้นขั้นสุด มีเพียงนายไพศาลผู้เป็นพ่อและญาติรวม 4 คน นอนเฝ้าศพอยู่ด้วยความโศกเศร้า โดยศพเพิ่งถูกนำกลับมาตั้งเมื่อคืนและยังไม่ได้สวดพระอภิธรรม คาดว่าจะสวดคืนนี้เพียง 1 คืน และทำพิธีฌาปนกิจทันทีในวันพรุ่งนี้(3ก.ค.)
“ผมรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่ทำลงไปในฐานะพ่อเป็นการทำเพื่อป้องกันตัว เพราะลูกทำกับพ่อเกินไป ไม่คิดคำนึงว่ากำลังทำร้ายพ่อผู้ชุบเลี้ยงมาจนโต ขอให้ลูกอโหสิกรรมให้พ่อด้วย ขอให้ดวงวิญญาณลูกไปดี” นายไพศาลกล่าวระคนสะอึกสะอื้น
ต่อมา เพจเฟชบุ๊คนายสมชาย แก้วดวงใจ ผู้ใหญ่บ้านหนองแหน หมู่ที่ 7 ต.สำพันตา โพสต์ภาพโลงศพสุดโดดเดี่ยวผ่านเฟซบุ๊ก ระบุข้อความ วอนขอความเมตตาจากสังคมร่วมทำบุญโลงศพและค่างานศพผ่านธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 2022740649 เนื่องจากครอบครัวไม่มีเงินเลยแม้แต่บาทเดียว
ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม ผู้ใหญ่บ้านระบายความระทมทุกข์เบื้องหลังน้ำตาสั่นเครือว่า … “ผมทำทุกอย่าง ตั้งแต่ไปจับเขาตอนคุ้มคลั่ง ไปประกันตัว จนมาถึงวันนี้… วันที่ต้องมาจัดงานศพให้เขาที่วัดหนองแหน มันน่าเวทนาจริงๆ … ”
ผู้ใหญ่บ้านแฉซ้ำถึงฤทธิ์นรกยาบ้าว่า ผู้ตายเสพยาหนักจนประสาทหลอน สังคมไม่ยอมรับ เคยส่งบำบัดนับครั้งไม่ถ้วนและเคยติดคุกคดีบุกรุก พอออกมาก็เสพอีก หากวันไหนไม่มีเงินซื้อยาบ้า จะคุ้มคลั่งแอบรื้อสังกะสีหลังคาบ้านปูนชั้นเดียวส่วนเพิงที่ต่อออกไป เอาไปขายแลกยาจนเกลี้ยงพังพินาศ ไม่มีหลังคาคุ้มหัวเวลาฝนตก หนำซ้ำบ้านยังค้างชำระค่าไฟจนโดนตัดกระแสไฟมืดตึ๊บไร้แสงสว่าง
หลังจากเรื่องราวถูกเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ ล่าสุดธารน้ำใจเริ่มหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยมี “เจ้วัน” แห่งร้านศรีสยามแปดริ้ว ควักเงินส่วนตัว 4,500 บาท ช่วยจัดดอกไม้และตั้งรูปหน้าศพให้จนสำเร็จ, นายลือศักดิ์ พลราม (กำนันเล็ก) บริจาคน้ำดื่ม และ นายอมร กลิ่นขำ นายก อบต.สำพันตา มอบเงินช่วยเหลือส่วนตัวสมทบอีก 1,000 บาท
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ พม. (พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) จังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วย อบต.สำพันตา ได้รีบลงพื้นที่ไปยังบ้านเกิดเหตุทันทีเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและเร่งเยียวยา เนื่องจากเป็นห่วงสภาพจิตใจและความเป็นอยู่ของ แม่เฒ่าอายุเก่าแก่กว่า 70 ปี ซึ่งเป็นย่าของผู้ตาย ที่ปริมณฑลชีวิตต้องพลิกผันอย่างรุนแรง พ่อต้องติดคุกดำเนินคดี หลานชายเสียชีวิต พี่สาวและน้องชายแยกย้ายไปทำงานต่างถิ่น ทิ้งให้ย่าเฒ่าต้องเผชิญชะตากรรมอยู่ลำพังในบ้านที่ไร้หลังคาและไม่มีไฟฟ้าใช้เพียงลำพังท่ามกลางความมืดมิด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งยื่นมือเข้าฟื้นฟูเยียวยาก่อนที่แม่เฒ่าจะตรอมใจตายตาม
ทั้งนี้ พิธีฌาปนกิจศพ (เผาศพ) อนาถา จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 14.00 น. ณ เมรุวัดหนองแหน ทางผู้ใหญ่บ้านและญาติจึงวอนขอให้สังคมช่วยกันอโหสิกรรมส่งดวงวิญญาณผู้ตายไปสู่สุขคติในวาระสุดท้ายนี้

### มานิตย์ สนับบุญ -ข่าว / ทองสุข สิงห์พิมพ์ – ภาพ / ปราจีนบุรี###
