วันอาทิตย์, มิถุนายน 28, 2026
Latest:
อาชญากรรม

ปิดตำนานนักอุ้มในเครื่องแบบ กองปราบรวบอดีตตำรวจ อคฝ. หนีคดีพยายามฆ่า พบประวัติเก่าสุดเหี้ยม อุ้มรีดเงิน CEO

“ปิดตำนานนักอุ้มในเครื่องแบบ! กองปราบรวบอดีตตำรวจ อคฝ. หนีคดีพยายามฆ่า พบประวัติเก่าสุดเหี้ยม อุ้มรีดเงิน CEO”

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป.,
พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม, พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา, พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.สมเดช สาระบรรณ์, พ.ต.ท.พชรเดช บุญฤทธิ์, พ.ต.ท.กฤษฎา พลายละหาร, พ.ต.ท.รัฐวิรุฬห์ จันทสุบรรณ, พ.ต.ท.ปภินวิทย์ อุดมพร รอง ผกก.1 บก.ป.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย กก.1 บก.ป. ประกอบด้วย พ.ต.ท.เอกรัฐ จันทร์มณี สว.กก.1 บก.ป., ร.ต.อ.ชัยยันต์ คุณรักษ์ รอง สว.กก.1 บก.ป., ร.ต.อ.เดชา คำรังษี,ร.ต.ท.สายชล คูหาทอง, ร.ต.ต.บุญเสริม สอนคำ รอง สว (ป.) กก.1 บก.ป., ด.ต.สามารถ ลอสุวรรณ, ด.ต.สิทธิศักดิ์ แสนยะบุตร, ด.ต.ไพฑูรย์ เพ็ชรล้าน,
ด.ต.ณฤทธิ์ ยิ้มเจริญ, ด.ต.กิตติศักดิ์ ลาภขจรกิจ, ด.ต.อนุชา ตาแปง, จ.ส.ต.ฐนิศร์ ร่มเงิน ผบ.หมู่ กก.1 บก.ป.

ร่วมกันจับกุม นายสถิตฯ อายุ 54 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับตามหมายจับของศาลจังหวัดภูเก็ต ที่
จ.346/2569 ลง 9 เม.ย.2569 โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน”
สถานที่จับกุม บริเวณลานจอดรถแห่งหนึ่ง แขวงลาดพร้าว ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

ด้วยเมื่อวันที่ 16 พ.ย.68 เวลาประมาณ 01.00 น. นางสาวบุญลักษณ์ฯ อายุ 45 ปี เดินทางจากร้านแห่งหนึ่ง ถ.ตะกั่วป่า ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เพื่อกลับที่พักแห่งหนึ่ง ถ.แม่หลวน ต.ตลาดเหนือ
อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต เมื่อถึงลานจอดรถของที่พักดังกล่าว ได้มีกลุ่มชายไม่ทราบชื่อ เข้ามาทำร้ายร่างกายของ นางสาวบุญลักษณ์ฯ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณใบหน้า (รักษาตัวที่ รพ.กรุงเทพภูเก็ต) แล้วขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

ต่อมาพนักงานสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ที่เกี่ยวข้อง นำไปสู่การอนุมัติออกหมายจับ ของศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ จ.346/2569 ลง 9 เม.ย.2569 นายสถิตฯ ต้องหา ในข้อหา “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไต่ตรองไว้ก่อน”

เจ้าพนักงานตำรวจ กก.1 บก.ป. ได้ทำการสืบสวนจับกุมจนทราบว่า นายสถิตฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่เรสซิเดนซ์แห่งหนึ่ง แขวงลาดพร้าว ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

ต่อมา จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบ นายสถิตฯ กำลังเดินออกจากที่พักดังกล่าว ไปยังลานจอดรถ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแสดงความบริสุทธิ์ใจเป็นที่พอใจแล้ว จึงขอตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชน พบว่าเป็นบุคคลเดียวตามหมายจับของศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ จ.346/2569 ลง 9 เม.ย.2569 จึงได้แสดงหมายจับให้ นายสถิตฯ อ่าน ดู อ่านให้ฟัง แล้วยอมรับว่าเป็นบุคคลเดียวกับหมายจับนี้จริงแต่ยังไม่เคย
ถูกจับตามหมายจับนี้มาก่อน จึงได้แจ้งให้ นายสถิตฯ พร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมายและอ่านรายละเอียดในการจับกุมให้ผู้ถูกจับทราบ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จับกุมตัว นายสถิตฯ นำส่งพนักงานสอบสวน
สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จาการตรวจสอบประวัติของนายสถิตฯ พบว่าเคยก่อเหตุเกี่ยวกับการอุ้มผู้เสียหาย จำนวน 2 คดี ดังนี้
1. เมื่อปี 2550 เคยต้องหาในคดี อุ้มเศรษฐีชาวต่างชาติเจ้าของบริษัทน้ำมันมากักขังเพื่อเรียกเงินค่าไถ่จำนวน 28 ล้านบาท ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัท GEI ค้าน้ำมันและก๊าชธรรมชาติ รัฐเทกซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกจับมัดในสภาพถูกล่ามโซ่ สวมกุญแจมือไพล่หลัง ศีรษะถูกคลุมด้วยหมวกไหมพรมเพื่อปิดหน้าตาเอาไว้

ก่อนจะลักพาตัวผู้เสียหายไป เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนหาข่าว จนทราบว่าผู้เสียหายถูกควบคุมตัวอยู่ที่ทาวเฮ้าส์
หลังหนึ่ง จึงนำกำลังบุกเข้าช่วยเหลือไว้ได้อย่างปลอดภัย (คำพิพากษา จำคุก 13 ปี)

2.ในปี 2559 ได้กลับมาร่วมกันก่อเหตุบุกค้นบ้านผู้เสียหายผู้ชายนักธุรกิจและนักสะสมพระเครื่อง
รายหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี โดยอ้างว่ามีพฤติกรรมเกี่ยวข้องยาเสพติด จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหารื้อค้นบ้านและ
ยึดทรัพย์สินหลายรายการรวมกว่า 1,000,000 บาท จากนั้นอุ้มเหยื่อขึ้นรถยนต์นำไปกักขังที่บ้านพักหลังหนึ่งใกล้แยกศรีอุดม ย่านบางนา กรุงเทพฯ บังคับให้เหยื่อโอนเงินในบัญชีอีก 1,000,000 บาท ก่อนถูกจับกุมได้ที่หน้าอาคารแห่งหนึ่ง การเคหะนวมินทร์ พร้อมของกลางทองคำหลายรายการ (คำพิพากษา จำคุก 2 ปี 8 เดือน)

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าหลังพ้นโทษคดีอุ้มนักธุรกิจ
ชาวปุทมธานี ได้ออกมางานทำอยู่ที่ จ.ภูเก็ต กับคนรู้จัก โดยทำงานติดตามทวงหนี้ เป็นการ์ดดูแลสถานบันเทิง ซึ่งก่อนเกิดเหตุได้มีคนรู้จักของนายสถิตฯ มาแจ้งว่าผู้เสียหาย ได้มาข้องแวะกับแฟนสาวของคนรู้จัก
ซึ่งนายสถิตฯ รู้จักกับผู้เสียหาย จึงได้บอกกับพรรคพวกว่าผู้เสียหายพักอาศัยอยู่ที่เรสซิเดนซ์แห่งหนึ่ง
กลุ่มผู้ก่อเหตุจึงได้ไปดักรอแล้วรุมทำร้ายผู้เสียหาย ก่อนจะพากันหลบหนีไป

แต่นายสถิตฯ อ้างว่าในวันที่
เกิดเหตุตนไม่ได้ไปด้วย ต่อมา ทราบข่าวว่าผู้เสียหายได้มาแจ้งความร้องทุกข์ ตนจึงได้หลบหนีจากภูเก็ต
มากบดานที่กรุงเทพ และถูกจับกุมได้ในที่สุด