ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ไม่ใช่เพียงเรื่องของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่คือหัวใจสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในยุคดิจิทัล
ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ไม่ใช่เพียงเรื่องของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่คือหัวใจสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในยุคดิจิทัล
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมนนทบุรีพาเลซ จังหวัดนนทบุรี สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ได้จัดกิจกรรมเสวนาเรื่อง “การพัฒนานวัตกรรมการติดตามและเฝ้าระวังความปลอดภัยการท่องเที่ยวแบบกลุ่ม ด้วยเทคโนโลยี IoT เพื่อรองรับการท่องเที่ยวสาธารณะยุคดิจิทัล” โดยได้รับเกียรติจาก พลตำรวจตรีอังกูร คล้ายคลึง สมาชิกวุฒิสภา และรองประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา เป็นประธานกล่าวเปิดงานเสวนา
การเสวนาครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อเปิดเวทีให้ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ นักวิจัย ผู้ประกอบการ มัคคุเทศก์ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยี IoT หรือ Internet of Things มาใช้ในการติดตาม เฝ้าระวัง แจ้งเตือน และช่วยเหลือนักท่องเที่ยวแบบกลุ่ม
พลตำรวจตรีอังกูร คล้ายคลึง ได้เน้นย้ำในมุมมองเชิงนโยบายว่า การท่องเที่ยวไทยในยุคใหม่ ไม่สามารถแข่งขันด้วยความสวยงามของสถานที่ หรือการบริการที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องแข่งขันด้วย “ระบบความปลอดภัย” และ “ความเชื่อมั่น” ที่นักท่องเที่ยวได้รับตลอดการเดินทาง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวแบบกลุ่ม เช่น กลุ่มนักเรียน นักศึกษา กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ กลุ่มทัศนศึกษา และกลุ่มกิจกรรมกลางแจ้ง ซึ่งยังมีความเสี่ยงหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการพลัดหลงจากกลุ่ม การสื่อสารไม่ทันเวลา อุบัติเหตุเฉพาะหน้า หรือการประสานงานหลายหน่วยงานที่ยังไม่เชื่อมโยงเป็นระบบเดียวกัน
สาระสำคัญของการเสวนาได้มุ่งไปที่การพัฒนาระบบติดตามและแจ้งเตือนความปลอดภัย เช่น อุปกรณ์ Tag สำหรับนักท่องเที่ยว ระบบติดตามตำแหน่งแบบ Real-time ปุ่ม SOS ขอความช่วยเหลือ ระบบแจ้งเตือนเมื่อออกนอกพื้นที่ และ Dashboard สำหรับผู้ดูแลกลุ่ม มัคคุเทศก์ ครู ผู้ปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แนวคิดสำคัญคือ เมื่อเกิดเหตุ ระบบต้องสามารถบอกได้ว่า ใครอยู่ที่ไหน เกิดเหตุบริเวณใด ใครคือผู้ดูแลที่อยู่ใกล้ที่สุด และควรประสานหน่วยงานใดเพื่อช่วยเหลือได้ทันเวลา นี่คือการเปลี่ยนแนวทางจากการแก้ปัญหาหลังเกิดเหตุ ไปสู่การป้องกันและเฝ้าระวังเชิงรุก
เวทีครั้งนี้ยังสะท้อนความร่วมมือแบบ Triple Helix ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เพื่อให้เทคโนโลยีไม่หยุดอยู่เพียงในห้องทดลอง แต่สามารถนำไปใช้จริงในพื้นที่ท่องเที่ยว และต่อยอดสู่การเป็นต้นแบบมาตรฐานความปลอดภัยสาธารณะของประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะจากหลายภาคส่วน ทั้งเรื่องการออกแบบอุปกรณ์ให้มีขนาดเล็ก ใช้งานง่าย การใช้ระบบ LoRa หรือ LoRaWAN เพื่อลดข้อจำกัดเรื่องสัญญาณโทรศัพท์ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามหลัก PDPA การกำหนดขั้นตอนแจ้งเหตุฉุกเฉิน รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลไปยังตำรวจท่องเที่ยว โรงพยาบาล กู้ภัย และหน่วยงานในพื้นที่
พลตำรวจตรีอังกูร คล้ายคลึง ได้ฝากแนวคิดสำคัญว่า เทคโนโลยีที่ดีที่สุด ไม่ใช่เทคโนโลยีที่ซับซ้อนที่สุด แต่คือเทคโนโลยีที่ช่วยให้มนุษย์ปลอดภัยขึ้น ช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานง่ายขึ้น และช่วยให้สังคมมีความเชื่อมั่นมากขึ้น การเสวนาครั้งนี้จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการผลักดันแนวคิด Smart Tourism Safety หรือระบบความปลอดภัยการท่องเที่ยวอัจฉริยะ เพื่อยกระดับการดูแลนักท่องเที่ยวแบบกลุ่ม ลดความเสี่ยง เพิ่มความมั่นใจให้ประชาชน ผู้ปกครอง ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยว พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่เพียงสวยงาม แต่ปลอดภัย ทันสมัย และน่าเชื่อถือในระดับสากล



