วันศุกร์, มิถุนายน 26, 2026
Latest:
ในประเทศ

นนทบุรี ต่อข่าว ดร.แก้วลงพื้นที่ชายฉกรรจ์ 4 คน รุมกระทืบ สามี-ภรรยาเผยนักการเมืองท้องถิ่นติดต่อขอเจรจาขณะผู้เสียหายยันดำเนินคดีถึงที่สุด

นนทบุรี ต่อข่าว ดร.แก้วลงพื้นที่ชายฉกรรจ์ 4 คน รุมกระทืบ สามี-ภรรยาเผยนักการเมืองท้องถิ่นติดต่อขอเจรจาขณะผู้เสียหายยันดำเนินคดีถึงที่สุด

จากกรณีเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 นางธิตาภรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี พร้อมด้วยนายสมมาตร อายุ 69 ปี (ขอสงวนนามสกุล) สองสามีภรรยา อาชีพค้าขาย ได้นำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดและใบแจ้งความของสภ.รัตนาธิเบศร์ จำนวน 6 ใบ เดินทางขอความช่วยเหลือจาก ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ (ดร.แก้ว) ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอัยการจังหวัดนนทบุรี , ประธาน กต.ตร.สภ.รัตนาธิเบศร์ และผู้ก่อตั้งเพจ “ดร.แก้วช่วยได้” หลังถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ (ไม่ทราบชื่อ) จำนวน 4 คน ขับขี่รถจยย. (ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน) เข้ามาจอดหน้าบ้านภายในซอยประชานิเวศน์ 3 ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี โดยชาย 2 คน ยืนดูต้นทาง ส่วนอีก 2 คน เข้ามาภายในบ้านช่วยกันรุมทำร้ายร่างกายนางธิตาภรณ์ เมื่อนายสมมาตรเห็นเหตุการณ์เข้าช่วยเหลือก็ถูกทำร้ายร่างกายไปด้วย ซึ่งทุกวันนี้ต้องอยู่แบบหวาดผวา ไม่กล้าออกไปไหน เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน กลัวคนร้ายจะกลับมาทำร้ายซ้ำอีก และเกรงว่าคดีจะไม่มีความคืบหน้า

คืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 26 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านพักหลังเกิดเหตุของนางธิตาภรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี และนายสมมาตร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 69 ปี สองสามีภรรยาผู้เสียหาย โดยพบว่า นางธิตาภรณ์ยังคงมีร่องรอยบาดเจ็บ และอาการบวมช้ำบริเวณใบหน้า และเบ้าตาทั้งสองข้าง จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ดร.ปรเมศร์ หรือ ดร.แก้ว เปิดเผยว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหาย ซึ่งเป็นประชาชนในพื้นที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ โดยสามี-ภรรยาผู้เสียหาย ถูกกลุ่มวัยรุ่นบุกเข้าทำร้ายร่างกายถึงบริเวณบ้าน แต่ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุและไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดหลังจากได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิด ตนมองว่าเป็นเหตุการณ์ที่โหดร้าย เพราะเป็นผู้ชาย 4 คน รุมทำร้ายผู้หญิงเพียงคนเดียว ขณะที่สามีของผู้เสียหายก็มีอายุมากแล้ว จึงเกิดคำถามว่าความปลอดภัยของประชาชนอยู่ตรงไหน และประชาชนจะใช้ชีวิตกันอย่างไร หากเกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้น ตนรับไม่ได้ จึงตัดสินใจลงพื้นที่มาตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยตนเอง เมื่อเดินทางมาถึงพื้นที่ พบว่าบริเวณดังกล่าวมีความเจริญพอสมควร แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือความปลอดภัย จึงอยากลงมาดูด้วยตัวเองว่าหลังจากนี้สองสามีภรรยาผู้เสียหายจะใช้ชีวิตกันอย่างไรเบื้องต้น จากการพูดคุยกับผู้เสียหาย คาดว่าปมเหตุอาจเชื่อมโยงกับนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่ง แต่ตนยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นความจริงหรือไม่ จึงจำเป็นต้องลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดก่อน ทั้งนี้ นักการเมืองท้องถิ่นที่ถูกกล่าวอ้างได้พยายามติดต่อเข้ามาพูดคุยกับตนแต่ยังไม่สะดวก อย่างไรก็ตาม หากจะมีการพูดคุย ตนยินดีรับฟังทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นใครหรือดำรงตำแหน่งใด เพราะสำหรับตน หากมีการกระทำที่ผิดกฎหมาย ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย หากตนไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนที่มาร้องเรียนได้ ตำแหน่งที่ตนดำรงอยู่ก็ไม่มีความหมาย เบื้องต้นต้องพูดคุยและตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน แต่หากไม่สามารถหาข้อยุติได้ ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายวันนี้ผมมาทำหน้าที่ในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ได้รับเรื่องร้องเรียน หากช่วยเหลือชาวบ้านไม่ได้ ก็ให้ดูกันต่อไป แต่ถ้าสุดท้ายลุงกับป้าอยู่ในพื้นที่นี้ไม่ได้ ผมก็คงไม่อยู่นนทบุรีเหมือนกัน และอาจจะปิดเพจ ไม่ช่วยชาวบ้านอีก เพราะช่วยใครไม่ได้ พร้อมยืนยันว่า คดีนี้ตนไม่ได้รู้จักหรือมีความสัมพันธ์เป็นการส่วนตัวกับผู้เสียหาย แต่เข้ามาช่วยเหลือในฐานะประชาชนที่เข้าร้องขอความเป็นธรรมเท่านั้น

นายสมมาตร เล่าว่า สาเหตุของปัญหาทั้งหมดเริ่มต้นจากเรื่องภายในครอบครัว โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการซ่อมแซมบ้านของลูกชาย ก่อนจะลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งเรื่อยมาก่อนหน้านี้ตนและภรรยาสนิทสนมกับนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่ง คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาเป็นเวลากว่า 15 ปี กระทั่งเกิดความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องการแต่งงานของลูกชาย เนื่องจากตนกับลูกชายมีปัญหาความขัดแย้งกัน ไม่ได้พูดคุยกันมานานเกือบ 6 ปี จึงไม่ยินยอมไปสู่ขอหญิงสาว เพื่อมาจัดงานแต่งงานให้ลูกชาย ต่อมา นักการเมืองท้องถิ่นคนดังกล่าวได้เข้ามาขอร้องให้ตนไปสู่ขอหญิงสาวแทนลูกชาย แต่ตนยืนยันคำเดิมว่าไม่ขอทำ ขณะที่นักการเมืองท้องถิ่นในตอนแรกก็เห็นด้วยกับเหตุผลของตน อย่างไรก็ตาม ภายหลังกลับเป็นฝ่ายไปสู่ขอหญิงสาวให้ลูกชายของตนแทน และยังไปร่วมงานแต่งงานด้วย ทำให้ตนและภรรยาค่อย ๆ ถอยห่าง เพราะมองว่ามีแนวคิดไม่ตรงกันแล้ว หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568 ตนถูกทำร้ายร่างกายเป็นครั้งแรก ภายในงานเลี้ยงของคนในซอย ซึ่งปกติจะไปร่วมงานทุกปี แต่ปีดังกล่าวไม่อยากไป อย่างไรก็ตาม ภรรยาได้บอกให้ไปร่วมงานเหมือนทุกปี ตนจึงตัดสินใจไป เมื่อไปถึงกลับรู้สึกผิดสังเกต เพราะบรรยากาศไม่เหมือนเดิม จากที่เคยมีแต่คนรู้จักเข้ามาทักทาย กลับมีคนมายืนอยู่บริเวณทางออก ตนจึงเดินหลบไปด้านหลังและโทรศัพท์บอกภรรยาว่า วันนี้คงโดนแล้ว ต่อมาภายในงานมีการเชิญนักการเมืองท้องถิ่น คนดังกล่าวขึ้นเวที ตนจึงรีบเดินออกมาเพื่อจะนำรถจักรยานยนต์กลับบ้าน แต่เมื่อมาถึงกลับพบว่ามีลูกน้องของนักการเมืองท้องถิ่นคนดังกล่าวนั่งอยู่บนรถของตน แม้จะขอให้หลบก็ไม่มีใครลุกให้ ก่อนที่ตนจะถูกใช้อาวุธปืนตบเข้าที่ศีรษะจนล้มลงและอุจจาระแตก เมื่อพยายามลุกขึ้นก็ถูกทำร้ายซ้ำอีก หลังเกิดเหตุ ตนได้เดินกลับเข้าไปเล่าเรื่องให้คนรู้จักฟัง ก่อนที่นักการเมืองท้องถิ่นคนดังกล่าวจะให้ลูกน้องมาเรียกไปพูดคุย เมื่อไปถึงกลับถูกด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ทั้งเรื่องงานแต่งงานของลูกชายและเรื่องอื่น ๆ ก่อนจะไล่ให้เดินกลับบ้าน โชคดีที่มีผู้หวังดีเข้ามาช่วยพาออกจากบริเวณดังกล่าว ส่วนเหตุการณ์ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา ขณะตนไปช่วยผู้สมัคร สส. หาเสียงตามคำขอ โดยอ้างว่าคู่กรณีได้ส่งลูกน้องเข้ามาด่าทอและทำร้ายร่างกายตนกลางตลาด ซึ่งขณะนั้นมีนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดังอยู่ในบริเวณดังกล่าวด้วย แต่ตนไม่ทราบว่านักการเมืองคนดังกล่าวรับรู้เหตุการณ์หรือไม่ ต่อมาครั้งที่ 3 ในวันเดียวกัน ขณะตนและภรรยาไปดูการเต้นแอโรบิกที่ท่าน้ำนนท์ ตนถูกขวดน้ำปาใส่ศีรษะ เมื่อหันกลับไปก็พบว่ามีกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่นยืนอยู่หลายคน กระทั่งครั้งล่าสุด ซึ่งเป็นครั้งที่ 4 มีกลุ่มชายวัยรุ่น 4 คน บุกเข้ามาทำร้ายร่างกายภรรยาภายในบ้าน ตนจึงรีบวิ่งเข้าไปช่วยพร้อมหยิบไม้ติดมือไปด้วย แต่สุดท้ายกลับถูกทำร้ายเช่นกัน ทั้งถูกชกต่อยและใช้ไม้สนุกเกอร์ตีเข้าที่ศีรษะและแขนจนได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้ตนไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะรู้สึกว่าไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ไม่กล้าออกไปไหนหรือใช้ชีวิตตามปกติ หากยังเป็นเช่นนี้คงอยู่ไม่ได้ และไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะต้องเผชิญกับอะไรอีก ทั้งที่ขณะนี้ตนอายุเกือบ 70 ปีแล้ว จึงตัดสินใจเข้าร้องขอความช่วยเหลือจาก ดร.แก้ว เพื่อหวังให้ตนเองและภรรยาได้รับความปลอดภัย นอกจากนี้ นายสมมาตร ยังอ้างว่า เมื่อช่วงเช้าของวันเดียวกัน มีบุคคลมาข่มขู่ตนในลักษณะว่า หากอยากใช้ชีวิตอย่างสงบก็ให้ขายบ้านและย้ายออกไปอยู่ที่อื่น ทำให้ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวและไม่มั่นใจในความปลอดภัยของตนและครอบครัว

นางธิตาภรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุตนไม่ทันเอะใจว่าจะเกิดเรื่องขึ้น โดยช่วงเวลาประมาณ 04.20 น. ขณะมีรถมาส่งของที่ร้าน สังเกตเห็นวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์วนผ่านหน้าร้าน 2 คัน รวม 4 คน แต่ขณะนั้นคิดว่าเป็นเพียงกลุ่มวัยรุ่นที่กลับจากเที่ยว จึงไม่ได้สนใจอะไร กระทั่งเวลาประมาณ 04.35 น. มีชายคนหนึ่งเดินอ้อมมาจากด้านหลังรถ ก่อนจะเดินเข้ามาหาตนบริเวณหน้าร้านและลงมือทำร้ายร่างกาย โดยหลังจากถูกตีในครั้งแรก ตนแทบตั้งตัวไม่ทัน จากนั้นชายคนดังกล่าวได้ใช้มือจิกศีรษะ ก่อนจะใช้เท้าเตะซ้ำ ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นไปตามภาพจากกล้องวงจรปิด ก่อนจะมีชายอีกคนถือไม้เข้ามาฟาดใส่ตนอย่างไม่ยั้ง แม้บาดแผลภายนอกจะเริ่มดีขึ้น แต่ภายในร่างกายยังคงมีอาการเจ็บปวดหลายจุด นอกจากนี้ ก่อนเกิดเหตุยังถูกกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์มาด่าทอและคุกคามหน้าบ้านเป็นประจำ แต่หลังเกิดเหตุ กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวก็ไม่ปรากฏตัวอีก อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตนรู้สึกหวาดกลัวและกังวลเรื่องความปลอดภัยอย่างมาก จนไม่กล้าออกจากบ้าน

ผู้เสียหายมองว่า จุดเริ่มต้นของปัญหาเป็นเรื่องภายในครอบครัว แต่ยืนยันว่าความสัมพันธ์กับลูกยังเป็นปกติ พบเจอกันทุกวัน วันละ 2 รอบ เพียงแต่ไม่ได้พักอาศัยอยู่ด้วยกัน ตนยอมรับว่ารู้สึกน้อยใจ เพราะที่ผ่านมาเคยพยายามพูดคุยเพื่อปรับความเข้าใจ แต่สุดท้ายกลับไปกันต่อไม่ได้ หลังจากนั้นต่างฝ่ายต่างใช้ชีวิตของตัวเอง โดยตนไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายหรือพูดถึงอีกฝ่าย นอกจากนี้ ตนยังทราบว่าฝั่งคู่กรณีกล่าวอ้างว่าตนนำเรื่องของเขาไปพูดเสียหายในตลาด แต่ขอยืนยันว่าไม่เคยนำเรื่องของใครไปพูดหรือใส่ร้ายตามที่ถูกกล่าวอ้าง

ส่วนกรณีที่หากอีกฝ่ายต้องการเข้ามาพูดคุยหรือเจรจา ตนขอพิจารณาก่อน เพราะยังรู้สึกหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้จะเคยรักและมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาเป็นเวลานาน แต่ก็อยากให้อีกฝ่ายนึกถึงความดีที่เคยมีให้กันบ้าง อย่างไรก็ตาม นางธิตาภรณ์ ยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตนเองและครอบครัว