ชาวบ้าน “หมู่บ้านออมทอง” บุก บช.ก. จี้โอนคดีพิพาทวัดดัง จาก สภ.บางปู หวั่นอิทธิพลท้องถิ่นแทรกแซง หลังสำนักนายกฯ ร่อนหนังสือสั่งจับตา เผยชาวบ้านหวั่นไร้ที่ซุกหัวนอน ผ่อนบ้านหมดแล้ว แต่วัดออกหมายขับไล่
ชาวบ้าน “หมู่บ้านออมทอง” บุก บช.ก. จี้โอนคดีพิพาทวัดดัง จาก สภ.บางปู หวั่นอิทธิพลท้องถิ่นแทรกแซง หลังสำนักนายกฯ ร่อนหนังสือสั่งจับตา เผยชาวบ้านหวั่นไร้ที่ซุกหัวนอน ผ่อนบ้านหมดแล้ว แต่วัดออกหมายขับไล่
เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2569 เวลา 10.00 น. ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กลุ่มผู้เสียหายจากโครงการหมู่บ้านออมทอง นำโดย น.ส. สุรีย์ญา แสงรอด หรือ โบว์ ตัวแทนกลุ่ม ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงผู้บังคับบัญชา เพื่อติดตามความคืบหน้าและเร่งรัดให้มีการโอนสำนวนคดีฉ้อโกงประชาชนมาอยู่ในความรับผิดชอบของ CIB โดยเร็ว
สำหรับคดีดังกล่าว เป็นกรณีพิพาทเกี่ยวกับที่ดินและอาคารซึ่งเป็นทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงประเด็นสัญญาที่เป็นโมฆะกรรม โดยมีตัวละครสำคัญและผู้ร่วมขบวนการเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ตั้งแต่วัดชื่อดัง, เจ้าอาวาส, ไวยาวัจกร, กรรมการชุมชน ตลอดจนนายทุน ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่รัฐบางราย ในพื้นที่วัด ย่าน ต.บางปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ เนื่องจากชาวบ้านเชื่อว่าทางวัดมีพฤติการณ์ฉ้อโกงประชาชนเป็นปกติธุระ หลังมีการนำที่ดินที่ของวัด มาปล่อยขายให้กับชาวบ้านในลักษณะโครงการบ้านจัดสรรและให้สิทธิ์ในการเช่าที่ดินถาวร ตั้งแต่ปี 2537 แต่ภายหลังทางวัดกลับเปลี่ยนสัญญาและยื่นฟ้องขับไล่ชาวบ้าน หวังยึดอาคารบ้านเรือนของชาวบ้าน โดยกรณีดังกล่าวชาวบ้านได้แจ้งความวัดและไวยาวัจกรวัดอโศการาม ที่สภ.บางปูแล้ว ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากตำรวจระบุว่าเป็นคดีแพ่ง ชาวบ้านจึงไปร้องกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เมื่อปลายปีที่ผ่านมา จากนั้นพนักงานสอบสวนสภ.บางปู จึงได้เรียกชาวบ้านผู้เสียหายเข้าสอบปากคำ
ล่าสุด ทางกลุ่มผู้เสียหายได้รับหนังสือตอบกลับจากสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ซึ่งได้ประสานส่งเรื่องไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แล้ว โดยมีคำสั่งให้พิจารณาโอนสำนวนคดีจาก สถานีตำรวจภูธรบางปู (สภ.บางปู) มายังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เพื่อความโปร่งใส
ทางตัวแทนผู้เสียหายเปิดเผยว่า เนื่องจากคดีนี้มีมูลค่าผลประโยชน์จำนวนมหาศาล และมีกลุ่มทุนรวมถึงผู้มีอิทธิพลในพื้นที่เข้ามาแทรกแซง ทำให้กลุ่มผู้เสียหายเกิดความกังวลอย่างมากว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม คดีอาจถูกยื้อให้ล่าช้าจนเกิดความเสียหายหนักกว่าเดิม และที่สำคัญคือเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของกลุ่มผู้เสียหายเองด้วย
ต่อมาตัวแทนชาวบ้านได้ยื่นหนังสือเร่งรัดให้กับสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 2 ข้อ คือ:
ข้อ 1: ขอให้เร่งรัดรับช่วงต่อคดีดังกล่าว ตามหนังสือสั่งการเร่งด่วนจากสำนักนายกรัฐมนตรี
ข้อ 2: ขอให้เร่งออกหนังสือถึง สภ.บางปู เพื่อให้ยุติการสอบสวนในท้องที่ และทำการโอนย้ายสำนวนคดีทั้งหมดมายัง CIB โดยเร็วที่สุด เพื่อดำเนินกระบวนการทางกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาและเป็นธรรมแก่ผู้เสียหายทุกราย
ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับคุณตา อายุ 90 ปี ที่เดินทางมาร้องเรียนในวันนี้ โดยคุณตาได้เปิดเผยว่าตนเองซื้อบ้านหลังนี้มามากกว่า 20 ปี สมัยตนเองอายุ 58 ปี และผ่อนบ้านหมดแล้ว ต่อมาวัดได้มีการขึ้นค่าเช่าและได้มีการออกหมายศาลขับไล่ตน ตนมองว่ากรณีนี้ไม่เป็นธรรมจึงมาเรียกร้องให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้ทำคดีนี้เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับประชาชน เพราะหากไม่มีบ้านอยู่อาศัย ตนก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน เพราะอายุเยอะแล้ว



