วันเสาร์, มิถุนายน 13, 2026
Latest:
ในประเทศ

นนทบุรี หนุ่มช่างแอร์เปิดใจ ยันถูกต่อยก่อน ไม่ได้รุมคู่กรณี แค่เข้าไปต่อยกันทีละคน ก่อนถูกรุมทำร้ายจนสลบ

นนทบุรี หนุ่มช่างแอร์เปิดใจ ยันถูกต่อยก่อน ไม่ได้รุมคู่กรณี แค่เข้าไปต่อยกันทีละคน ก่อนถูกรุมทำร้ายจนสลบ

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 12 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบ นายชัยวิทย์ ธุระเสร็จ หรือ “รุจ” อายุ 26 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บ และ น.ส.นริศรา ธุระเสร็จ อายุ 46 ปี มารดา หลังจากก่อนหน้านี้ได้ร้องขอความช่วยเหลือผ่านสื่อมวลชน โดยครอบครัวยังคงมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากอ้างว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับฝั่งคู่กรณีติดต่อเข้ามาทั้งในลักษณะพูดคุยดีและไม่ดี รวมถึงมีข้อความที่สร้างความหวาดกลัว อย่างไรก็ตาม ทางครอบครัวยอมรับว่าหากลูกชายมีส่วนผิดก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย แต่ต้องการให้ข้อเท็จจริงทุกด้านได้รับการตรวจสอบอย่างเป็นธรรม

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้เมื่อเวลา 04.09 น. พบว่ากลุ่มของนายรุจกำลังมีปากเสียงกับนายอาร์ คู่กรณี โดยมีช่วงหนึ่งที่ได้ยินเสียงนายรุจตะโกนออกมาว่า “มึงต่อยกูก่อนนะ ตัวๆ กับกูไหม” ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะมีการโต้เถียงและด่าทอกันไปมา จากนั้นนายอาร์ได้ถอยข้ามไปยังอีกฝั่งของถนน แต่กลุ่มของนายรุจได้เดินตามไป ทำให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทขึ้นอีกครั้ง จนนายอาร์กระเด็นตกลงไปบริเวณข้างทาง

ภาพจากกล้องยังปรากฏช่วงที่ น.ส.เฟียส เดินเข้าไปเตะบริเวณใบหน้าของนายอาร์ ก่อนที่นายอาร์จะลุกขึ้นมาและชกเข้าที่ใบหน้าของ น.ส.เฟียส 1 ครั้ง แล้วถอยหลังไปจนสุดมุมกล้องวงจรปิด ขณะที่กลุ่มของนายรุจยังเดินตามไป โดยนายรุจอ้างว่าหลังจากออกนอกระยะกล้องวงจรปิดแล้ว ได้เกิดการทะเลาะวิวาทต่อเนื่องอีกครั้ง และเป็นช่วงที่ฝ่ายคู่กรณีโทรศัพท์เรียกพรรคพวกมาสมทบ ก่อนที่ตนจะถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนเพื่อนที่อยู่ด้วยกันได้แยกย้ายขึ้นรถกลับไปก่อน ทำให้ตนนอนหมดสติอยู่ในที่เกิดเหตุ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเดินทางเข้ามาระงับเหตุ

นายชัยวิทย์ หรือรุจ เปิดเผยว่า คืนเกิดเหตุตนนั่งดื่มสุรากับกลุ่มเพื่อนที่ไซต์งานก่อสร้างร้านอาหารของเพื่อน โดยดื่มเหล้าขาวขวดเล็กหมดไป 1 ขวด และดื่มเหล้าขาวขวดใหญ่ไปแล้วประมาณครึ่งขวด ก่อนจะเตรียมเดินทางไปพูดคุยธุระเรื่องติดตั้งเครื่องปรับอากาศกับ น.ส.เฟียส ตอนแรกมีคนนั่งดื่มกันทั้งหมด 6 คน ก่อนที่ผู้ใหญ่ 1 คนจะกลับบ้าน เหลือเพียงตน ไอซ์ เฟียส โชค และอาร์ม

นายชัยวิทย์ เล่าว่า ขณะกำลังจะแยกย้ายกันไปส่งอาร์มที่บ้าน ได้มีนายอาร์เดินมาจากฝั่งทุ่งนา ขณะที่โชคกำลังลงไปหาอุปกรณ์หรือสิ่งของที่ตกอยู่ด้านล่าง นายอาร์ได้เข้ามาขอให้ไปส่ง โดยบอกว่าทะเลาะกับแฟนมา แต่กลุ่มของตนตอบไปว่าเมาแล้วและไม่สะดวกไปส่ง ระหว่างนั้นโชคยังคงลงไปหาของอยู่ด้านล่าง กระทั่งมีคำพูดบางอย่างที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด เมื่อนายโชคเดินขึ้นมา นายอาร์จึงเข้ามาชกโชคก่อน จากนั้นได้ชกเข้าที่ใบหน้าของตนอีก 1 ครั้ง และชก น.ส.เฟียส ด้วย

นายชัยวิทย์ ยืนยันว่า หลังจากถูกชก กลุ่มของตนไม่ได้รุมทำร้ายคู่กรณี แต่เป็นการเข้าไปต่อยกันทีละคน เมื่อคนหนึ่งเข้าไปแล้วก็ถอยออกมา ก่อนที่ทุกคนจะวิ่งแยกย้ายกันออกจากจุดเกิดเหตุ ส่วนตัวเองหลังจากนั้นจำอะไรไม่ได้ เพราะหมดสติอยู่ในที่เกิดเหตุ มาทราบภายหลังว่าถูกทำร้ายซ้ำด้วยการใช้หินทุบใบหน้าและถูกกระทืบเพิ่มเติม เมื่อฟื้นขึ้นมาพบว่าทรัพย์สินและเสื้อผ้าหายไป เหลือเพียงกางเกงชั้นในติดตัวอยู่เท่านั้น

นายชัยวิทย์ ผู้บาดเจ็บกล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังมีอาการเจ็บบริเวณใบหน้าอย่างมาก ไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้ตามปกติ ดื่มน้ำได้เพียงเล็กน้อย และยังมีอาการเจ็บบริเวณซี่โครง โดยยอมรับว่าหากต้องกล่าวคำขอโทษต่อคู่กรณีก็สามารถทำได้ แต่หากให้ไปกราบเท้าคงไม่สามารถทำได้เช่นกัน เพราะตนเองก็ได้รับบาดเจ็บหนักไม่ต่างกัน นอกจากนี้ ครอบครัวและญาติยังคงเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย หลังมีการติดตามหาเพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ส่วนสาเหตุของเหตุการณ์ทั้งหมด ตนเชื่อว่าอาจเกิดจากความเครียดของคู่กรณีที่เพิ่งทะเลาะกับแฟนมาก่อนหน้านั้น

ด้าน น.ส.นริศรา ธุระเสร็จ มารดาของผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ โดยทราบเรื่องจากญาติซึ่งโทรศัพท์มาแจ้งในช่วงเวลาประมาณตี 4 กว่า ว่าลูกชายนอนหมดสติอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงรีบให้ญาติที่อยู่ใกล้กว่าเดินทางไปดู กระทั่งทราบว่าลูกถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว หลังเลิกงานจึงได้รับฟังเรื่องราวจากลูกสะใภ้และได้เห็นภาพบาดแผลของลูกชาย ทำให้รู้สึกสะเทือนใจและสงสารลูกอย่างมาก

น.ส.นริศรา ระบุว่า สิ่งที่ทำให้ครอบครัวกังวลมากที่สุดในขณะนี้ไม่ใช่เพียงอาการบาดเจ็บของลูกชาย แต่เป็นเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากอ้างว่ามีข้อความและการติดต่อจากฝั่งคู่กรณีมายังเพื่อนของลูกชายหลายคน รวมถึงมีการโพสต์ติดตามหากลุ่มเพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์ และยังมีข้อความบางส่วนที่มีลักษณะข่มขู่ โดยเฉพาะข้อความที่ระบุว่าจะ “ตามเก็บเด็ก” ทำให้ครอบครัวเกิดความหวาดกลัวอย่างมาก

น.ส.นริศรา แม่ของผู้บาดเจ็บกล่าวว่า มีหญิงสาวซึ่งคาดว่าเป็นแฟนของคู่กรณี โทรศัพท์ผ่านทางเฟซบุ๊กมาพูดคุยกับลูกสะใภ้และขอคุยกับตน โดยสอบถามอาการของลูกชาย ถามว่าอยู่โรงพยาบาลใด และเหตุใดจึงยังไม่ย้ายโรงพยาบาล แต่ในเวลานั้นตนได้ตอบกลับไปว่า ขอรักษาตัวลูกชายให้ปลอดภัยก่อน เพราะยังไม่พร้อมพูดคุยเรื่องอื่นใด

น.ส.นริศรา ยืนยันว่า ที่ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนไม่ได้ต้องการให้เรื่องบานปลาย แต่ต้องการให้ลูกชายได้รับการรักษาพยาบาลจนพ้นขีดอันตรายก่อน และต้องการให้ทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หากลูกชายเป็นฝ่ายผิดจริงก็พร้อมพาไปรับผิดตามกฎหมาย แต่ในขณะเดียวกันก็อยากฟังข้อเท็จจริงจากปากลูกชายเช่นกัน เพราะก่อนหน้านี้สังคมได้รับฟังคำชี้แจงจากฝั่งคู่กรณีเป็นหลัก

แม่ของผู้บาดเจ็บ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลที่ลูกชายเล่าให้ฟัง เหตุการณ์เริ่มจากการนั่งดื่มสุรากับเพื่อนหลังช่วยกันทำร้านอาหารริมทางเสร็จ ระหว่างนั้นมีคู่กรณีเดินเข้ามาขอให้ไปส่งเพราะทะเลาะกับแฟน แต่กลุ่มลูกชายปฏิเสธเพราะไม่รู้จักกันและอยู่ในอาการมึนเมา จากนั้นเกิดความเข้าใจผิดเมื่อนายโชคที่กำลังลงไปเก็บของเดินกลับขึ้นมา ทำให้คู่กรณีเข้าใจว่าจะเข้ามาทำร้าย จึงชกนายโชคก่อน แล้วหันมาชกลูกชายและชกผู้หญิงที่อยู่ในกลุ่ม จนเกิดเหตุชุลมุนขึ้น

น.ส.นริศรา ยืนยันว่า ตามข้อมูลที่ได้รับจากลูกชาย กลุ่มเพื่อนไม่ได้รุมทำร้ายคู่กรณี แต่เป็นการตอบโต้หลังถูกชกก่อน และยังคงติดใจว่าหลังจากลูกชายนอนหมดสติแล้ว เหตุใดจึงยังถูกทำร้ายซ้ำจนกระดูกใบหน้าแตกหลายจุด ปัจจุบันแพทย์อยู่ระหว่างประเมินอาการอย่างละเอียด โดยพบว่ากระดูกใบหน้าแตกหลายชิ้นและอาจต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือใช้เหล็กดาม ทั้งนี้ครอบครัวยังได้รับผลกระทบจากค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้น

ท้ายที่สุด ตนต้องการให้ทุกฝ่ายใช้กระบวนการกฎหมายเป็นทางออก ไม่ต้องการให้เกิดการใช้กฎหมู่หรือความรุนแรงตอบโต้กัน หากลูกชายมีความผิดก็พร้อมรับผิด แต่ขอให้ได้รักษาตัวจนมีอาการดีขึ้นก่อน และเมื่อทุกอย่างพร้อม ครอบครัวก็ยินดีที่จะพูดคุยเจรจากับอีกฝ่ายเพื่อหาทางออกของปัญหาร่วมกันต่อไป

ปิดโหมดสีเทา