ในประเทศ

ปทุมธานี ฮือฮาดวงตากลางบึงหน่วยงานลงพื้นที่สำรวจ

       ปทุมธานี ฮือฮาดวงตากลางบึงหน่วยงานลงพื้นที่สำรวจ

       วันที่ 8 มิ.ย.69 เจ้าหน้าที่และหน่วยงานท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานี เร่งเข้าตรวจสอบพื้นที่ “ดวงตากลางบึง” หลังกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ โดยประสานความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ทั้งเทศบาลตำบลบ้านกลาง และองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกระแชง จังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยสมาชิกสภาจังหวัดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจข้อเท็จจริง เพื่อตรวจสอบลักษณะพื้นที่ว่าเป็นพื้นดิน หรือเป็นกลุ่มหญ้าและวัชพืชที่ทับถมกันจนเกิดเป็นเกาะลอยน้ำ 

         ทั้งนี้เพื่อไขข้อสงสัยของประชาชน หลังจากภาพพื้นที่ดังกล่าวได้รับความสนใจและถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์
        นายชัยวัฒน์ อินทร์เลิศ ประธานสภาอบจ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า สำหรับขนาดของพื้นที่ดังกล่าว เบื้องต้นประเมินว่าพื้นที่ทั้งหมดมีประมาณ 12 ไร่เศษ ขณะที่บริเวณเกาะหรือพื้นที่ลักษณะคล้ายเกาะกลางน้ำ มีขนาดราว 100 คูณ 100 เมตร อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นเพียงการประเมินด้วยสายตาและต้องรอการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง  แต่ก็พบว่าพื้นที่ดินดังกล่าวเป็นลักษณะที่ตาบอดไม่มีถนนเข้าถึง หากจะเดินทางด้วยรถยนต์จะต้องอาศัยผ่านเข้าที่ดินของเอกชนเข้าไปส่วนทางเดินเท้าซึ่งพบว่าเป็นทางเข้าอีกทาง ก็ต้องเดินผ่านที่ดินของเอกชนเช่นกัน 
 
       ส่วนแนวคิดในการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวหรือจุดเช็กอินแห่งใหม่ของจังหวัดนั้น จะต้องหารือกับเจ้าของที่ดินก่อน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชน ไม่ใช่ที่สาธารณะ โดยจะมีการประสานงานร่วมกันระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามแนวทางและความเป็นไปได้ในการเปิดพื้นที่ให้เข้าศึกษาหรือพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต
 
        นอกจากนี้ยังต้องหารือกับเจ้าของที่ดินแปลงข้างเคียงเกี่ยวกับเส้นทางเข้าถึงพื้นที่ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวค่อนข้างเข้าถึงได้ยาก ขณะเดียวกันได้มีการเตรียมทีมสำรวจและผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบสภาพแหล่งน้ำไว้แล้วทีมนักประดาน้ำสำรวจแหล่งน้ำ
 
        ด้านนายปัญญา นพขำ นายกเทศมนตรีตําบลบ้านกลาง เปิดเผยถึงกรณีพื้นที่ที่ถูกพูดถึงว่าจะพัฒนาเป็นจุดแลนด์มาร์กว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่ที่สาธารณะ แต่เป็นที่ดินเอกชนที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง จึงจำเป็นต้องหารือกับเจ้าของที่ดินก่อน
 
        ทั้งนี้ หากเจ้าของที่ดินยินยอมให้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวหรือจุดแลนด์มาร์ก ก็ยังต้องมีการพูดคุยรายละเอียดร่วมกันอีกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องเส้นทางเข้าออกพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันเส้นทางหลักบางส่วนอยู่ในพื้นที่ของชาวบ้าน และอีกเส้นทางหนึ่งแม้จะสามารถเข้าถึงได้ แต่ค่อนข้างลำบากในการเดินทาง
 
         นายปัญญา นพขำ นายกเทศมนตรีตําบลบ้านกลาง ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ความเป็นไปได้ในการพัฒนาเป็นแลนด์มาร์กนั้น ต้องรอผลการสำรวจจากทีมงานที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อประเมินลักษณะพื้นที่อย่างละเอียดว่ามีศักยภาพเพียงใด หรืออาจเป็นเพียงการรวมตัวกันของวัชพืชใต้น้ำที่เกิดขึ้นเป็นวงกลมเท่านั้น ซึ่งจำเป็นต้องมีการสำรวจใต้น้ำเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ซึ่งหากเดินทางเข้ามาทางพื้นที่ดังกล่าว จะเป็นเขตสวนพริกไทย แต่หากเดินเท้าเข้าทางอีกฝั่งจะอยู่ในพื้นที่ของเขตบ้านกลาง ทั้งนี้พื้นที่ภายในวงกลมที่ปรากฏในภาพเป็นกรรมสิทธิ์ของของบริษัทสิริผลพัฒนา หรือ อ้อแสงชัย
 
          นอกจากนี้สภาพพื้นที่ซึ่งมีลักษณะเป็นบ่อน้ำ นายปัญญาชี้แจงว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็น “บ่อดินเก่า” ที่มีการขุดดินมาตั้งแต่สมัยรุ่นบิดาหรือหลายสิบปีก่อน โดยยืนยันว่าไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เกิดจากการขุดดินของคนในอดีต