DSI ทลายเครือข่ายลอบขายสื่อลามกอนาจารเด็ก ยึดไฟล์กว่า 6,000 คลิป
ดีเอสไอลงพื้นที่เดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ ทลายเครือข่ายเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กออนไลน์ พบไลน์กลุ่มการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กร่วม 100 กลุ่ม สมาชิกนับพันบัญชี และไฟล์ลามกอนาจารเด็กกว่า 6,000 ไฟล์
ตามนโยบายสำคัญของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบ ควบคู่กับข้อสั่งการเร่งด่วนของ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการเชิงรุกอย่างจริงจังในการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นพนันออนไลน์ สแกมเมอร์ การหลอกลวงออนไลน์ การละเมิดทางเพศเด็กผ่านสื่อออนไลน์ ฯลฯ โดยเน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมและการรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ
เมื่อวันอังคารที่ 2 มิถุนายน 2569 พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยพันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้ ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ
ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ นำเจ้าหน้าที่กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ
ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว และกองเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิ Destiny Rescue, The Scientia Program และองค์กร OUR RESCUE พร้อมสุนัข K9 ลงพื้นที่ปฏิบัติการในกรุงเทพมหานครการดำเนินการดังกล่าวสืบเนื่องจากมูลนิธิ Destiny Rescue และ The Scientia Program ได้ประสานส่งข้อมูลและพฤติการณ์การกระทำความผิดของเครือข่ายดังกล่าวให้แก่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อเร่งรัดแก้ไขปัญหาและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน
จากการสืบสวนพบว่า นายประดิษฐ์ฯ (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี มีพฤติการณ์ใช้บัญชีแอปพลิเคชันไลน์ในการโฆษณาหาลูกค้า ทำหน้าที่เป็นผู้จำหน่ายและดูแลระบบ โดยเรียกเก็บค่าเข้ากลุ่มลับจากผู้สนใจในราคา
69 – 200 บาท เมื่อมีการโอนเงิน ผู้เสียหายจะถูกเพิ่มเข้าสู่กลุ่มไลน์ VIP หลายกลุ่ม ภายในกลุ่มมีการเผยแพร่
คลิปวิดีโอ และภาพลามกอนาจารเด็กจำนวนมาก โดยจากการประเมินเบื้องต้น พบภาพและคลิปกว่า 2,000 ไฟล์ ก่อนแอดมินกลุ่มจะลบสมาชิกออก และยังพบว่ามีเด็กและเยาวชนตกเป็นผู้เสียหายไม่ต่ำกว่า 100 คน ครอบคลุมทั้งเยาวชนไทยและเด็กจากหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย สมาชิกภายในกลุ่มสามารถเข้าถึง ดาวน์โหลด
และเผยแพร่สื่อดังกล่าวได้ ซึ่งเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับสื่อลามกอนาจารเด็กและการนำเข้าข้อมูลลามกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ
คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 รวมถึงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287/1 และมาตรา 287/2
ผลการตรวจค้นพบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนหนึ่งภายในมีสื่อลามกอนาจาร มากกว่า 6,000 ไฟล์ เฉพาะของนายประดิษฐ์ฯ ไม่รวมถึงไฟล์ของในกลุ่มเครือข่ายย่อยในสังคมออนไลน์ เช่น บัญชีไลน์ ทวิตเตอร์
เทเลแกรม ฯลฯ ซึ่งมีมากกว่า 100 กลุ่ม ที่มีสมาชิกหลายพันรายชื่อและหลายแอคเคาน์ ที่ใช้เผยแพร่และส่งต่อ
สื่อลามกอนาจารดังกล่าว
พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้ควบคุมตัวนายประดิษฐ์ฯ ผู้ต้องหา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ในความผิดฐาน ครอบครอง หรือส่งต่อ สื่อลามกที่มีเด็ก เพื่อหาผลประโยชน์ทางเพศให้ตนเองหรือผู้อื่น ผลิตนำเข้า ส่งออก จำหน่าย แจกจ่าย ให้เช่าหรือ เผยแพร่ สื่อลามกที่มีเด็ก เพื่อการค้า หรือเพื่อให้คนทั่วไปได้เห็นมีส่วนเกี่ยวข้องทางการค้ากับสื่อลามกที่มีเด็กในทุกลักษณะ เช่น ช่วยขาย ช่วยโฆษณา หรือเผยแพร่ โฆษณาหรือเผยแพร่ข้อมูลว่ามีคนทำหรือขายสื่อลามกเด็ก หรือบอกช่องทางให้ผู้อื่นหาซื้อได้ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูล
หรือภาพที่เป็นสื่อลามก ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ เผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ที่รู้ว่าเป็นสื่อลามก จากการให้เบื้องต้น นายประดิษฐ์ฯ อ้างว่าในกลุ่มลับเหล่านี้มีสมาชิกที่เป็นข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และบุคคลที่มีชื่อเสียงอื่น ๆ ด้วยรวมอยู่ด้วยหลายราย ล่าสุดในวันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2569) พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ควบคุมตัวนายประดิษฐ์ฯ ส่งศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พร้อมยื่นคำร้องขอฝากขังและคัดค้านการประกันตัว
ทั้งนี้ สำหรับผู้เสียหายที่เป็นเด็กและเยาวชน กรมสอบสวนคดีพิเศษจะได้มีการประสานความร่วมมือ
ในการรับระบุตัวตนผู้เสียหายทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อให้มีการช่วยเหลือเยียวยาเด็กผู้เสียหายที่อยู่ในภาพและคลิปต่อไป และจะขยายผลถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยไม่มีการละเว้น









