กรมราชทัณฑ์แจงผู้ต้องขังคดีฆาตกรรมบนขบวนรถไฟ คดีถึงที่สุดโทษประหารชีวิต ปัจจุบันคุมตัวเข้มในเรือนจำกลางบางขวาง
วันที่ 26 พ.ค. 69 กรมราชทัณฑ์ออกแถลงการณ์กรณีต้องขังคดีฆาตกรรมบนขบวนรถไฟ คดีถึงที่สุดโทษประหารชีวิต ปัจจุบันคุมตัวเข้มในเรือนจำกลางบางขวาง
ตามที่มีการเผยแพร่ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ระบุว่า ผู้ต้องขังคดีข่มขืนและฆาตกรรมเด็กนักเรียนหญิงอายุ 14 ปี บนขบวนรถไฟ ซึ่งถูกศาลพิพากษาประหารชีวิต ได้รับพระราชทานอภัยโทษหลายครั้งและถูกคุมขังจริงเพียง 12 ปี นั้น
กรมราชทัณฑ์ขอเรียนชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าว “ไม่เป็นความจริง” และมีความคลาดเคลื่อนจาก
ข้อเท็จจริง อันอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดแก่พี่น้องประชาชนอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ผู้ต้องขังรายดังกล่าวถูกศาลพิพากษาลงโทษประหารชีวิต ความผิดฐาน ความผิดต่อชีวิต,ข่มขืนกระทำชำเรา,ลักทรัพย์,ความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม,พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ฯ ถูกควบคุมตัวตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2557 โดยภายหลังได้รับ
พระราชทานอภัยโทษตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายและพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษทั่วไป ดังนี้ครั้งที่ 1
พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2562 จากโทษประหารชีวิต ลดเป็นจำคุกตลอดชีวิต ครั้งที่ 2 ได้รับพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2567 จากโทษจำคุกตลอดชีวิต ลดเป็นจำคุก 42 ปี 10 เดือน9 วัน ปัจจุบัน ผู้ต้องขังรายดังกล่าวยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ภายในเรือนจำกลางบางขวาง ต้องโทษจำคุกมาแล้ว
11 ปี 10 เดือน 22 วัน (นับตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2557) และยังคงเหลือโทษจำคุกที่จะต้องรับโทษต่อไปอีก 30 ปี 11 เดือน 22 วัน จะพ้นโทษวันที่ 13 พฤษภาคม 2600 มิได้ถูกปล่อยตัวหรือรับโทษจริงเพียง
12 ปี ตามที่มีการเผยแพร่แต่อย่างใด โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมดูแลผู้ต้องขังรายนี้อย่างเข้มงวดเป็นพิเศษตามมาตรการความปลอดภัยสูงสุดของทางราชการ
กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่า การดำเนินงานเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา ตามกระบวนการยุติธรรม เพื่อความปลอดภัยของสังคม ทั้งนี้ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในการรับฟังข้อมูลข่าวสาร
จากหน่วยงานราชการเป็นหลัก เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสังคม และเพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศ









