บช.ปส.บุกจับแก๊งขนยาภาคตะวันออก ยึดยาบ้าล๊อตใหญ่รวม 20 ล้านเม็ด
วันที่25 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เขตหลักสี่ กทม. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส., พล.ท.ณัฐศิษฐ์ คงชินศาสตร์ธิติ ผอ.ศปป.2 กอ.รมน., พล.ต.กัมปนาท วาพันสุ เสธ.ทภ.2/เลขาธิการ กอ.รมน.ภ.2, พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.วรพจน์ ดิษยบุตร รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผบก.ปส.1, พล.ต.ต.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร ผบก.ปส.2, พล.ต.ต.วันชนะ บวรบุญ ผบก.ขส., พันเอก (พิเศษ) สุพจน์ สวาคฆพรรณ ผบ.ขกท.ทภ.4 ร่วมแถลงข่าวผลการทลายเครือข่ายนักลำเลียงยาเสพติด ภาคตะวันออก ได้ผู้ต้องหา 4 คน ของกลาง ยาบ้ารวม 20 ล้านเม็ด ยึดรถยนต์ 6 คัน พร้อมขยายผลอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้เมื่อ พ.ค.68 เป็นต้นมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส.และหน่วยข่าวกรองทางทหาร ศูนย์ปฏิบัติการ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ขกท.ศปก.นสศ.) และสำนักงานปราบยาเสพติดสหรัฐอเมริกา (DEA) สืบทราบว่าจะมีเครือข่ายวัยรุ่นนักลำเลียงยาเสพติดมีลักษณะเป็นขบวนการลำเลียงยาเสพติดข้ามภูมิภาคแบบมีโครงสร้างองค์กร ใช้รถนำทางควบคู่รถขนยา รับยาเสพติดจากแนวชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วพักคอยยาเสพติดในโกดังเช่า สลับทีมลำเลียงขนยาเสพติดผ่านจังหวัดตอนในเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจและกรุงเทพมหานคร โดยมีการเปลี่ยนเส้นทาง เปลี่ยนพาหนะ และปรับรูปแบบการลำเลียงอย่างต่อเนื่องเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม โดยขบวนการนี้ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปส.1 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับกุมได้รวม 11 คดี ผู้ต้องหารวม 33 คน ออกหมายจับ 12 หมาย และยึดยาบ้ากว่า 15.5 ล้านเม็ด ไอซ์ 4,800 กิโลกรัม คีตามีนกว่า 500 กิโลกรัม พร้อมยึดทรัพย์ไว้แล้วหลายรายการ มาก่อนนั้น
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปส.1, บก.ขส., บก.ปส.2, และหน่วยข่าวกรองทหาร ขกท.ศปก.นสศ. ได้เฝ้าระวังการขนส่งยาเสพติดโดยติดตามรถยนต์ที่เฝ้าระวัง และจุดพักยาเสพติด ตามพื้นที่ต่างๆ ที่กลุ่มเครือข่ายได้เช่าไว้เพื่อซุกซ่อนรถยนต์และยาเสพติด จนพบกลุ่มผู้ถูกจับกุมในพื้นที่ จ.เลย มีการเช่าจุดพักยาเสพติดไว้จำนวน 2 แห่ง เจ้าหน้าที่จึงได้เฝ้าดูพฤติการณ์ของกลุ่มเป้าหมาย และเมื่อวันที่ 23 พ.ค.69 ได้พบมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ถูกจับใช้รถยนต์หลายคัน มาที่จุดพัก ยาเสพติด ต.เสี้ยว อ.เมือง จว.เลย ซึ่งเชื่อว่าจะมีการขนย้ายยาเสพติดที่จุดพักยาเสพติดดังกล่าว จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบพบผู้ต้องหาทั้งหมด 4 คน โดยผู้ต้องหานำตรวจค้นที่จุดพักยาเสพติดที่ ต.เสี้ยว อ.เมือง จ.เลย พบยาบ้าประมาณ 10 ล้านเม็ด ซุกซ่อนอยู่ในรถตู้ทะเบียนจังหวัดอุบลราชธานี จึงได้ทำการจับกุม และยังนำเจ้าหน้าที่ไปขยายผล เข้าตรวจค้นจุดพักยาเสพติดที่ ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย พบยาบ้าอีกประมาณ 10 ล้านเม็ดซุกซ่อนในรถยนต์โตโยต้าวีโก้ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่ในโกดังดังกล่าว รวมปฏิบัติการในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 คน ยาบ้ารวมประมาณ 20 ล้านเม็ด ยึดรถยนต์ จำนวน 6 คัน
และจากการขยายผลกลุ่มผู้ต้องหาในเครือข่ายนักลำเลียงยาเสพติดภาคตะวันออกหลายคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.1 ได้สืบสวนพบว่ามีนายนราศักดิ์หรือเต้ย เป็นสมาชิกเครือข่ายในระดับสั่งการ ทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาว่าจ้างกลุ่มวัยรุ่นในภาคตะวันออกมารับจ้างขนลำเลียงยาเสพติดจาก แนวชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาส่งยังพื้นที่ตอนใน ซึ่งมีออกหมายจับในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว จนเมื่อวันที่ 19 พ.ค.69 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.1 ได้สืบสวนจนสามารถจับกุม นายนราศักดิ์หรือเต้ย อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหาสมคบและจำหน่ายยาเสพติดฯ โดยขณะจับกุม ได้พบอาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ ยี่ห้อกล็อก 19 พร้อมกระสุนจำนวนหนึ่ง และเจ้าหน้าที่ยังสามารถยึดทรัพย์สินของนายนราศักดิ์หรือเต้ย ได้มูลค่ารวมกว่า 5.5 ล้านบาท
พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. เปิดเผยว่า”การจับกุมยาเสพติดในล็อตนี้สามารถ ยึดยาบ้าได้ 20 ล้านเม็ด และยังสามารถจับกุมเครือข่ายในระดับสั่งการ พร้อมยึดทรัพย์สิน ได้หลายรายการ ถือเป็นการจับกุมครั้งใหญ่ ซึ่งหากยาเสพติดล็อตนี้สามารถเล็ดลอดออกไปได้ ก็จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่สังคมและประเทศชาติอย่างมหาศาล แม้ขบวนการค้ายาเสพติดจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการขนลำเลียงยาเสพติดไปอย่างไร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด จะดำเนินการสืบสวนปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง และจะดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาดทุกราย” พล.ต.ท.อาชยนฯ กล่าว









