นนทบุรี วงจรปิด บอลแพ้คนไม่แพ้ แก๊งนักบอลพร้อมเหล่าเมียรุมกระทืบสองคู่รักน่วม ปมเหตุแพ้ขาด 3-0

จากกรณีเพจ Facebook ชื่อ “ ที่นี่ประเทศนนท์” โพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความไว้ว่า “เดือดกลางดึก ลูกเพจ “ที่นี่ ประเทศนนท์” ส่งคลิปให้แอด หลังขับรถกลับบ้านแล้วบังเอิญเจอเหตุการณ์แก๊งสาวขาใหญ่สลิ้งแตกประมาณ 4-5 คน กำลังรุมหญิงสาวรายหนึ่งหน้าร้านอาหารตามสั่ง พื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ในคลิปจะเห็นว่ามีทั้งตบ ทั้งเตะ ทั้งดึงกันชุลมุน ท่ามกลางชาวบ้านที่ยืนมุงดูจำนวนมาก โดยมีเจ้าหน้าที่พยายามเข้าห้ามปราม รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.ปากเกร็ด เข้าระงับเหตุ แต่ช่วงแรกเอาสถานการณ์แทบไม่อยู่ เพราะคนเยอะและอารมณ์เดือดกันหนัก ก่อนเหตุการณ์จะค่อยๆคลี่คลายลง
เบื้องต้นยังไม่มีใครทราบสาเหตุว่าเกิดจากปมอะไร ถึงขั้นต้องเปิดศึกหน้าร้านอาหารตามสั่งกันขนาดนี้ แต่จากในคลิปบอกเลยว่าเดือดไม่เบาโดยเฉพาะเสื้อแดก คนโดนก็แทบไม่ได้สู้กลับหากแก๊ง “อีหนู” ในคลิปอยากออกมาชี้แจงว่าเรื่องมันเริ่มจากอะไร หรือใครผิดใครถูกยังไง ทักเข้ามาที่เพจ “ที่นี่ ประเทศนนท์” ได้เลย แอดยินดีเปิดพื้นที่ให้เล่าอีกมุม เพราะตอนนี้ชาวเน็ตเริ่มถามกันแล้วว่า ตกลงเรื่องมันแรงถึงขั้นต้องรุมกันขนาดนี้เลยเหรอ เหตุเกิดพื้นสภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 พ.ค.69 ที่ สภ.ปากเกร็ด พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด , พ.ต.ท.การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รอง ผกก.สส.สภ.ปากเกร็ด , พ.ต.ท.วิศิษฏ์ ชมเชย สว.สส.สภ.ปากเกร็ด ได้ร่วมกันสอบปากคำผู้เสียหายคือ1. นายวราชัย ธรรมรักษา อายุ37ปี 2.น.ส.เหมือนฝัน มณฑาถวิล อายุ 34 ปี และให้ชี้ตัวผู้ก่อเหตุจำนวน 3 ราย คือ 1.นายทัพพ์เทพ จันกระจ่าง อายุ 28ปี หรือฉายา อามใหญ่ (เสื้อสีชมพูเบอร์9) 2. น.ส.สุพิชญา เตียวห้วยยี่ อายุ27ปี หรือแชมป์เปี้ยน(เสื้อสีดำ) 3.นายปิยะวัฒน์ อินทรีย์ อายุ 29ปี ฉายาโอมเมืองทอง(เสื้อสีชมพู) เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน รู้ตัวผู้ก่อเหตุบางรายแล้ว และจะให้เจ้าพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ก่อเหตุเข้ามาสอบปากคำ หากไม่มาตามหมายเรียกจะออกหมายจับทันที
จากการสอบถาม นายวราชัย ธรรมรักษา อายุ37ปี เล่าว่า วันที่เกิดเหตุเป็นวันอังคารตนไปแข่งบอลที่สนามแถวซอยพระแม่การุณย์ ทีมฟุตบอลของตนชื่อ โพไซดอน เจอกับทีมฟุตบอลชื่อ โก๋ไอซ์xอย่าหักหลัง (ของผู้ก่อเหตุ)ซึ่งหลังจากแข่งเสร็จ ทีมตนชนะ 3-0 ซึ่งตนเป็นหัวหน้าทีม ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นคือหลังจากการแข่งฟุตบอลเสร็จและออกมาจากสนามกำลังกลับบ้าน แต่ทางตนได้ยินเสียงผู้หญิงจากทีมฟุตบอลที่ก่อเหตุว่า “เล่นแบบนี้ก็เอาถ้วยแชมป์ไปเลยสิ” พอแฟนตนได้ยิน จึงตอบกลับกลับไปว่า “ก็เอาถ้วยมาสิ” แต่พอฝั่งนั้นได้ยิน ก็เหมือนจะไม่ยอม และมีการด่ากันไปมา และปลาขวดเบียร์เข้ามาหาฝั่งตน เกือบจะโดนคนท้อง ทางเขาจะให้มีเรื่องให้ได้ หลังจากนั้นทางผู้จัดฟุตบอลได้มีการโทรแจ้งสายตรวจเข้ามาระงับเหตุเบื้องต้นที่สนามก่อน และให้สายตรวจพาตนและแฟนไปส่งที่ห้อง ตึกp3 เมืองทองธานี ทีแรกตนจะไปแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้ แต่ยังไม่เกิดเหตุจึงกลับไปที่ห้องพักก่อน แต่เมื่อถึงห้องพักก็ไปเจอรถของผู้ก่อเหตุ มาจอดรอที่ บริเวณหน้าตึก และทางผู้ก่อเหตุได้เดินลงมาจากรถทันที และตะโกนด่าแฟนตนมาว่ามึงด่าใครว่ากะหรี่ ตนพยายามดึงแฟนของตนให้หลีกเลี่ยงแต่ไม่ทันทางผู้ก่อเหตุเข้ามารุมทำร้ายตนและแฟนทันที ทางผู้ก่อเหตุฝั่งผู้ชาย ได้ปรี่เข้ามาหาตนประมาณ 6-7คน และรุมกระทืบตนทันที ส่วนแฟนตน โดนกลุ่มผู้หญิงประมาณ 4 คน แบะผู้ชาย 2 คน เข้าไปรุมทำร้ายเช่นกัน ทำให้ตนไปหาแฟนไม่ได้ และมีผู้ชายกลุ่มผู้ก่อเหตุพูดกับแฟนตนว่า “มึงต่อยกับกูไหม เดี๋ยวกูเปลี่ยนไปใส่กระโปรงให้” ตอนนี้ตนเป็นห่วงความปลอดภัยของตนและแฟน เพราะกลุ่มผู้ก่อเหตุรู้ว่าห้องตนอยู่ที่ไหน และเขาก็อาศัยอยู่ภายในเมืองทองเช่นเดียวกัน
ส่วนทางด้าน น.ส.เหมือนฝัน มณฑาถวิล อายุ 34 ปี เล่าว่า ตอนเกิดเหตุเกิดในสนามบอลก่อน มีการด่าทอกัน และตนก็ด่ากลับ ซึ่งทางเขามีการพูดว่ามึงไม่รู้จักกูหรอว่ากูเป็นใคร ให้ตนไปถามคนในเมืองทอง ว่ารู้จักพวกเขาหรือไม่ ซึ่งตนด่ากลับกับทางพวกเขาไป ตนยอมรับว่าด่าว่ากะหรี่ และทางผู้ก่อเหตุน่าจะติดใจคำนี้จึงเข้ามารุมทำร้ายตนและแฟน ซึ่งทางฝั่งเขาก็ด่าทางตนมาเยอะเหมือนกัน หลังจากเหตุการณ์ที่สนามฟุตบอล จนไปถึงที่เกิดเหตุบริเวณหน้าตึกทางผู้ก่อเหตุได้ตามมา และจี้ถามตนเรื่องด่าคำว่ากะหรี่ ซึ่งตนและแฟน ไม่เคยรู้จักกลุ่มผู้ก่อเหตุมาก่อน แต่แฟนตนเคยมีปากเสียงทะเลาะกันกับคนก่อตั้งทีมฟุตบอลของผู้ก่อเหตุเรื่อง บอล ซึ่งหลังจากที่ตนไปโรงพยาบาล ทางผู้ก่อเหตุได้เข้ามาระรานในเฟสบุ๊คของแฟนตน สะกิดมา และเข้าไปเม้นโพสต์ด่าในกลุ่มเมืองทองที่มีพลเมืองดีถ่ายคลิปไว้ ซึ่งตนมองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่น่ามีการลงมือทำร้ายร่างกายกัน เพราะมันทำเกินกว่าเหตุไปเยอะมาก
พ.ต.ท.การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รอง ผกก.สส.สภ.ปากเกร็ด กล่าวว่า เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำผู้เสียหายและติดตามความคืบหน้าตอนนี้อยู่ในระหว่างการออกหมายเรียกเนื่องจากทราบตัวผู้ก่อเหตุจำนวนสามรายแล้ว และเบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาคือร่วมกันทำร้ายร่างกาย และต้องรอผลแพทย์ มายืนยันว่าได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือไม่อย่างไร
***หมายเหตุเบลอหน้าผู้เสียห
าย2คน***








