นนทบุรี ต่อข่าว สุนัขถูกยัดใส่กระสอบตกรถกระบะ ป้าเจ้าของสารภาพ เลี้ยงไม่ไหวถูกดำเนินคดียอมติดคุก
จากกรณี ที่ มีคลิปโพสต์ในโซเชียลน้องหมาถูกถูกใส่ถุงกระสอบหล่นลงมาจากรถกระบะ บริเวณ ถ.บ้านกล้วยไทรน้อย ต. บางรักพัฒนา อ. บางบัวทอง จ. นนทบุรี จึงมีพลเมืองดีช่วยเอาไว้
ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 พ.ค.69 เพจวอชด็อกไทยแลนด์ ได้โพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความไว้ว่า อัปเดตคดี “น้องหมาตกรถ”วอชด็อกติดตามดำเนินคดีป้าเจ้าของหมาพร้อมผู้รวมกระทำการเป็นชายสองคน พร้อมติดตามหาแม่ลิ้นจี่แม่ของเจ้าโบ้ที่ตกรถแล้วรอดชีวิต จากกรณีประชาชนแจ้งเบาะแสสุนัขตกจากรถกระบะ และมีความกังวลว่าสุนัขอาจถูกนำไปปล่อยหรือได้รับอันตราย มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ (WDT) ได้ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้เข้าพูดคุยกับเจ้าของสุนัข พบว่าเจ้าของเป็นคุณป้าซึ่งอาศัยอยู่กับหลานที่เป็นเด็กพิเศษ และดูแลหลานเพียงลำพัง โดยมีลูกสาวส่งเงินมาให้ใช้จ่ายภายในครอบครัว
คุณป้าให้ข้อมูลว่า สุนัขทั้งสองตัวมีพฤติกรรมดุและเคยกัดเพื่อนบ้าน จนเกิดปัญหาขัดแย้งในพื้นที่ ก่อนที่หลานเขยจะร่วมกับชายอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นชาวอิสลาม เข้ามาจับน้องหมาสองแม่ลูก คือ “เจ้าโบ้” และ “แม่ลิ้นจี่” ใส่ถุงกระสอบขึ้นรถกระบะออกไป โดยมีการพูดว่า “จะเอาไปไหนก็ได้” ทั้งปล่อยทิ้งหรือทำให้เสียชีวิตก็แล้วแต่
ภายหลัง WDT ได้ประสานพูดคุยกับชายคนดังกล่าวทางโทรศัพท์ ซึ่งยอมรับว่าเป็นผู้มารับสุนัขจริง และแจ้งเพียงว่า ชายชาวอิสลามจะนำสุนัขไปเลี้ยงต่อในจังหวัดสุรินทร์ ทางมูลนิธิจึงขอพิกัดและเตรียมประสานตำรวจรวมถึงอาสาสมัครในพื้นที่ เพื่อติดตามสวัสดิภาพของสุนัข แต่หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อชายชาวอิสลามได้อีก
ขณะนี้ มูลนิธิยังอยู่ระหว่างติดตามหา “แม่ลิ้นจี่” หลังจาก “เจ้าโบ้” ซึ่งเป็นลูก ได้ดิ้นรนจนตกจากรถ และมีพลเมืองดีเข้าช่วยเหลือไว้ได้อย่างปลอดภัย สำหรับสุนัขอีกหนึ่งตัวที่ยังอยู่ในพื้นที่เดิม ทางมูลนิธิได้ประสานส่งมอบให้ผู้รับอุปการะรายใหม่ในละแวกใกล้เคียงเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ได้รับการดูแลในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยมากขึ้น พร้อมจัดทำเอกสารส่งมอบสัตว์อย่างถูกต้อง
ในส่วนของคดี มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ได้เข้าแจ้งความเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวน กับบุคคลทั้งสามราย เพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยทิ้งสัตว์และการทารุณกรรมสัตว์ ด้วยการนำสัตว์ไปปล่อยทิ้งในสถานที่ที่ไม่มีสวัสดิภาพสัตว์และอาจทำให้สัตว์ได้รับอันตรายหรือเสียชีวิต โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอนของกฎหมาย
WDT ขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันติดตามและไม่เพิกเฉยต่อสวัสดิภาพของสัตว์
เพราะทุกชีวิตควรได้รับโอกาสในการมีชีวิตที่ปลอดภัย

จากการสอบถาม น.ส.ณิชารีย์ แสนทวี อายุ 29 ปี อาชีพ แม่ค้าข้าวไข่เจียวหน้าเทศบาลพิมลราช(ช่วยเหลือน้องหมาวันเกิดเหตุ) เล่าว่า หลังจากที่น้องหมาตกมาจากที่รถกระบะตนได้เข้าช่วยเหลือไว้และมีผู้ใหญ่ใจดีเข้าช่วยเหลือด้วย และทราบชื่อน้องหมาว่าชื่อโบ้ ได้เอาไปอยู่ที่โรงแรมอินดี้แคมป์ เพื่อรอหาบ้านใหม่ให้น้องต่อไป ผู้ใหญ่ใจดีที่ช่วยน้องไว้ได้ให้ตนเดินทางเข้าไปแจ้งความที่สภ. บางบัวทองเพื่อจะเอาผิดกับเจ้าของ หลังจากที่แจ้งความเสร็จมีเพจวอชด๊อก Thailand เข้ามาช่วยเหลือร่วมด้วย แล้วเค้าที่บ้านของเจ้าของหมา ปรากฏว่าเจ้าของหมา เป็นป้าอายุประมาณ 50 กว่าปี ได้รับสารภาพกับทางวอทด็อกว่าสั่งให้ผู้ชายสองคนเอาน้องหมาไปปล่อยจำนวนสองตัว ใส่กระสอบไป ตัวแรกชื่อลิ้นจี่เป็นแม่ของโบ้ ที่ตกจากรถกระบะ ซึ่งหลังจากที่ไปถึงบ้านป้าป้าบอกให้เข้าคุยในบ้านเพราะอายคน ซึ่งคุณป้าบอกว่าที่ทำไปเพราะค่าใช้จ่ายไม่พอ ไม่มีทุนทรัพย์ และต้องเลี้ยง หลานที่เป็นออทิสติก และเจ้าโบ้เคยไปกัดคนข้างบ้านด้วย ต้องจ่ายค่าเสียหายไปหลายบาท ซึ่งทางป้าได้เคยวางยาเบื่อหมาไปหนึ่งครั้งแล้ว ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังตามหา ตัวลิ้นจี่ที่ถูกปล่อยไปก่อน ไม่รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ คนปล่อยบอกว่าไปปล่อยหมาที่จังหวัดสุรินทร์ ส่วนเรื่องเจ้าโบ้ที่ตกจากรถกระบะ ทางป้าบอกว่าไม่ได้รักเจ้าโบ้แต่สามีเก่าเป็นคนเอามาเลี้ยง พอเลิกกันไปทำให้ไม่อยากเลี้ยงต่อ และส่วนที่คุณป้าโดนดำเนินคดีป้าบอกว่าชีวิตไม่เหลืออะไรแล้วยอมติดคุกซึ่งเขาไม่ได้กลัวกฎหมาย
***เบลอหน้า ป้าเจ้าของหมา***








