ตำรวจทางหลวงเปิดปฏิบัติการไล่ล่าระทึกกลางอุทัยธานี สกัดขบวนการขนแรงงานเถื่อนเมียนมา ซิ่งหนีข้ามพื้นที่กว่า 20 กิโลเมตร ก่อนพุ่งชนรถตำรวจจนมุม รวบได้ยกคัน 16 ราย
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ระดมกำลังเปิดปฏิบัติการสกัดจับขบวนการลักลอบลำเลียงแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี หลังสืบทราบว่ามีการใช้เส้นทางสายรองลำเลียงแรงงานชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมืองเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของประเทศ กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 16 ราย เป็นคนไทย 1 ราย และชาวเมียนมาอีก 15 ราย พร้อมของกลางรถยนต์ 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง
ปฏิบัติการดังกล่าวอยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง, พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง, พ.ต.อ.ธัช โพธิ์สุวรรณ ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจทางหลวง, พ.ต.ท.สุเจต บุญคง และ พ.ต.ท.ศิวกริช ดิษย์บุญรัตน์ รองผู้กำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจทางหลวง
โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจากหลายหน่วยร่วมปฏิบัติการ ประกอบด้วย พ.ต.ท.วชิระ อัมฤทธิ์ สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจทางหลวง 4 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจทางหลวง, พ.ต.ต.นราวิชญ์ เดชคง สารวัตร ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.ศดิศ รัตนวงศ์ รองสารวัตร ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล., จ.ส.ต.นิรัญ สุขหล่อ, ส.ต.อ.นที สืบเทศ, ส.ต.อ.นารเมธ เข็มทอง และ ส.ต.ท.โสรัฐ ภู่ระโหง ผู้บังคับหมู่ ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล.
นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่จาก ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. ได้แก่ พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สารวัตรใหญ่ ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. และ ร.ต.อ.เชาวลิต สีดำ รองสารวัตร ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. รวมถึงกำลังจาก ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล. นำโดย ว่าที่ พ.ต.ท.เสฏฐวุฒิ ลี้เกษร สารวัตร ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล., จ.ส.ต.กิตตฐณัฏฐ์ รสฉ่ำ, ส.ต.อ.ก้องเกียรติ สีดำ, ส.ต.อ.จตุพนธ์ จันทร์วิโรจน์ และ ส.ต.ท.วิชิตพงศ์ ดีจริง ผู้บังคับหมู่ ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล.
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 03.10 น. วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์บนทางหลวงหมายเลข 3013 พื้นที่ ต.หนองฉาง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ซึ่งเป็นเส้นทางต้องสงสัยในการลำเลียงแรงงานผิดกฎหมาย ก่อนพบรถยนต์กระบะต้องสงสัยไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหน้า ขับมาด้วยความเร็วสูงและมีลักษณะบรรทุกหนักผิดปกติ
เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวพร้อมส่งสัญญาณไฟและเสียงสั่งให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ แต่คนขับกลับเร่งเครื่องหลบหนี ใช้ความเร็วสูงสลับเปลี่ยนช่องทางกะทันหัน ท่ามกลางการจราจรของประชาชน สร้างความหวาดเสียวตลอดเส้นทางกว่า 20 กิโลเมตร
ระหว่างการไล่ล่า รถกระบะคันดังกล่าวยังพุ่งเฉี่ยวชนรถวิทยุตรวจการณ์ของตำรวจทางหลวงได้รับความเสียหาย ก่อนจนมุมบริเวณกิโลเมตรที่ 1 ถนนทางหลวงหมายเลข 3221 ต.ดอนขวาง อ.เมืองอุทัยธานี จ.อุทัยธานี
หลังรถหยุด เจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมและเคาะเรียกผู้ขับขี่อยู่นานประมาณ 3-5 นาที ก่อนคนขับจะยอมเปิดประตู ทราบชื่อภายหลังคือ นายวรพล อายุ 32 ปี ภายในรถยังพบแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมานั่งอัดแน่นทั้งภายในห้องโดยสารและบริเวณท้ายกระบะรวม 15 คน
จากการตรวจสอบที่ สภ.เมืองอุทัยธานี พบว่าบุคคลต่างด้าวทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแสดงตนตามกฎหมาย แต่รับสารภาพว่าเดินทางลักลอบเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อเข้ามาหางานทำในประเทศไทย
ส่วน นายวรพล ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างให้ไปรับแรงงานต่างด้าวจากบริเวณไร่อ้อยในพื้นที่ อ.ขาณุวรลักษณ์ จ.กำแพงเพชร เพื่อนำไปส่งที่ ต.หูช้าง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี โดยได้รับค่าจ้างหัวละ 1,000 บาท
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา นายวรพล ในความผิดฐาน “รู้ว่าคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายและให้การช่วยเหลือเพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม, ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย และขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน” ส่วนผู้ต้องหาชาวเมียนมาทั้ง 15 ราย ถูกดำเนินคดีในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุทัยธานี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ตำรวจสอบสวนกลางย้ำว่า การเผยแพร่ข่าวดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนตระหนักรู้และรู้เท่าทันภัยจากขบวนการลักลอบนำพาแรงงานผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาทุกคนยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป










