DSI ร่วม ตร.สภ.คลองหลวง รวบแอดมินปลอมเพจโรงแรมดังที่พักทิพย์ ตุ๋นเหยือโอนเงิน
วานนี้ (วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569) เวลา ประมาณ 20:30 น. ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ได้สนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง จับกุมตัว นายไพลวัลย์ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 727/2569 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานร่วมกัน ฉ้อโกง/ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น/ฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา และในความผิดฐานเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชี เงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชี เงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตน หรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้ หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ 2566 โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณ ริมถนนในอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา รวมถึงแจ้งว่าต้องบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะจับและควบคุมตัวจนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ให้ผู้ต้องหาได้ รับทราบแล้ว จากนั้น ได้ควบคุมตัวส่งมอบให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษที่ 94/2567 ของกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ โดยนายไพลวัลย์ฯ มีพฤติการณ์ร่วมกันหลอกลวงประชาชนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยจัดทำเพจปลอมบนแพลตฟอร์ม Facebook แอบอ้าง เป็นโรงแรมและที่พักหลายแห่ง พร้อมลงโฆษณาเสนอราคาห้องพักต่ำกว่าความเป็นจริง เพื่อจูงใจให้ประชาชนหลงเชื่อ ทำการโอนเงินค่าจองที่พัก เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินไปแล้ว กลับไม่สามารถเข้าพักได้จริงตามที่โฆษณาไว้ โดยผู้ต้องหาได้ตัดช่องทางการติดต่อและหลีกเลี่ยงการติดต่อกับผู้เสียหาย ทั้งนี้ ปรากฎชื่อ นามสกุล เลขบัญชีธนาคาร เพื่อรับเงินโอนทางหน้าเพจ
ทั้งนี้ การดำเนินการในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีพิเศษ เป็นไปตามข้อสั่งการของ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่กำหนดให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ซึ่งเป็นหน่วยงานขึ้นตรงการบังคับบัญชา จัดชุดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ เพื่อนำตัวผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดที่ยังหลบหนี เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป









