ภูเก็ตสะเทือน วุฒิสภาถกตำรวจท่องเที่ยว ล่ารื้อเครือข่าย “นอมินีรัสเซีย–ทัวร์เถื่อน” ฮุบธุรกิจไทยกลางอ่าวฉลอง
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา มอบหมายให้ พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี “ทัวร์เถื่อนต่างชาติ” หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวจับกุมชายสัญชาติรัสเซีย ลักลอบประกอบธุรกิจนำเที่ยวกลางทะเลบริเวณอ่าวฉลอง โดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และไม่มีสิทธิประกอบอาชีพตามกฎหมายไทย
การลงพื้นที่ครั้งนี้ ยังเป็นการเปิดวงรับฟังข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปัญหา“นอมินีต่างชาติ” ที่กำลังขยายตัวในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ โดยเฉพาะรูปแบบการใช้คนไทยถือหุ้นแทน อำพรางการครอบครองกิจการ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกฎหมาย และเข้ายึดครองธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยว ทั้งเรือนำเที่ยว บริษัททัวร์ และบริการท่องเที่ยวทางทะเล
รายงานระบุว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้วางแผนจับกุมชายชาวรัสเซีย หลังซุ่มสืบสวนพฤติกรรมผ่านแอปพลิเคชัน Telegram นานหลายเดือน กระทั่งพบการลักลอบรับนักท่องเที่ยวและทำหน้าที่ไกด์นำเที่ยวเอง จึงนำกำลังพร้อมเรือตรวจการณ์เข้าปิดล้อมจับกุมกลางทะเลหน้าอ่าวฉลอง ขณะกำลังพานักท่องเที่ยวออกทริป
ในการประชุมรับฟังข้อมูล มี พ.ต.อ.ณรภณ วัฒนะพรทวี ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3, พ.ต.ท.เอกชัย ศิริ สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจท่องเที่ยว 1 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 พร้อมด้วย พ.ต.ท.ดุสิทธิ์ วรรณบวร, พ.ต.ต.ชาญณรงค์ รอดทองดี และข้าราชการตำรวจในสังกัด ร่วมนำเสนอข้อมูลแนวโน้มการกระทำผิด รวมถึงเครือข่ายต่างชาติที่เคลื่อนไหวในรูปแบบธุรกิจท่องเที่ยวผิดกฎหมาย
พล.ต.ต.อังกูร กล่าวว่าปัญหานอมินีต่างชาติและทัวร์เถื่อน ไม่ใช่เพียงคดีเฉพาะราย แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจไทย การจัดเก็บภาษี ความมั่นคงทางอาชีพของคนไทย รวมถึงภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ
“ภูเก็ตกำลังเผชิญแรงกดดันจากกลุ่มทุนต่างชาติที่พยายามเข้าครอบงำธุรกิจบริการอย่างต่อเนื่อง หากปล่อยไว้จะกระทบอธิปไตยทางเศรษฐกิจ และทำให้คนไทยสูญเสียโอกาสในอาชีพสงวน” พล.ต.ต.อังกูร กล่าว

ทั้งนี้คณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา เตรียมนำข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณา เพื่อผลักดันมาตรการทางกฎหมาย เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบธุรกิจต่างชาติ และบูรณาการหน่วยงานด้านความมั่นคง–เศรษฐกิจ–ท่องเที่ยว เดินหน้าปราบปรามขบวนการนอมินีและทัวร์เถื่อนอย่างจริงจัง เพื่อปกป้องอาชีพคนไทยและรักษาผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว









