สกลนคร มูลนิธิเพื่อสถาบันพระปกเกล้ามอบบ้านหลังที่ 234 ให้ผู้ยากไร้
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569
ที่บ้านพาน ม.8 ต.ขมิ้น อ.เมือง จ.สกลนคร สมาคมแห่งสถาบันพระปกเกล้าและมูลนิธิเพื่อสถาบันพระปกเกล้า มอบหมายให้ พันเอก (พิเศษ)หญิง กมลมาศ อุเทนสุต ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแห่งสถาบันพระปกเกล้า และที่ปรึกษาอาวุโสโรงพยาบาลค่ายกฤษณ์สีวะรา เป็นผู้แทนในการทำพิธี ส่งมอบบ้านประชาชนตามโครงการ“ สร้างซ่อมแซมบ้านประชาชน สร้างกุศลถวายพ่อของแผ่นดิน” ซึ่งเป็นบ้านหลังที่ 234 บ้านนางคำพิ่ง พอพระ อายุ. 76 ปี เลขที่ 256 ม.10 บ้านพาน ต.ขมิ้น โดยมี พ.อ.บัลลังก์ เสีนีย์วงศ์ ณ อยุธยา รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบก ที่ 29 ร่วมส่งมอบ เนื่องจาก “บ้าน” ถือเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิต และเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และครอบครัวที่มีรายได้น้อยซึ่งมีคุณภาพชีวิตต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
นายวิศรุด แก้วฝ่าย ผู้เชี่ยวชาญ ชสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขต 1 ในนามผู้ดำเนินโครงการ สร้างซ่อมแชมบ้านประชาชน สร้างกุศลถวายพ่อของเผ่นดิน กล่าวว่า สืบเนื่องจาก มื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 ได้เกิดพายุฤดูร้อนขึ้นใน
พื้นที่ บ.พาน ม.8 และ ม.,10
ส่งผลให้บ้านเรือนของประชาชน ได้รับความเสียหาย
ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก
รวมถึงบ้านของ นางสาวคำพิ่ง พอพระ อาชีพรับจ้างทั่วไป และได้รับเบี้ยยังชีพเดือนละ 800 บาท ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ยังต้องดูแลบุตรสาวที่มีสภาวะพิการแต่กำเนิด ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้ครอบครัวมีฐานะยากจน / รายได้ไม่แน่นอน ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต ประกอบกับ ผู้ประสบภัยมีอายุมาก จึงไม่ค่อยมีผู้ว่าจ้างให้ทำให้ทำงาน ทำให้ขาดรายได้ในการดำรงชีพประจำวัน อีกทั้งบ้านได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติส่วนบนของบ้านพังเสียหายเกือบทั้งหมด หลังคาเปิด ฝาผนังชำรุด และโครงสร้าง
อยู่ในสภาพผุพัง เสี่ยงต่อการเกิดอันตราย ทำให้ไม่สามารถพักอาศัยภายในบ้านได้อย่างปลอดภัย ต้องอาศัยอยู่กับบ้านข้างเคียงเป็นการชั่วคราว
พร้อมกันนี้ ได้มอบพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถุงยังชีพ เงิน เครื่องอุปโภคบริโภค เครื่องวัดความดัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมนี้ยัง ได้มอบยาสามัญประจำบ้านของ บริษัท ไทยนครพัฒนา จำกัดให้แก่ประชาชนในพื้นที่บ้านพานพัฒนา ที่มาร่วมในพิธีส่งมอบบ้านประชาชนในครั้งนี้ ทางด้าน นางรัก ซะสม อายุ 55 ปี บุตรสาวคนโตของนางคำพิ่ง พอพระ บอกว่า ที่ผ่านมาตนดูแลทั้งสองทั่งแม่แบะนัองพิการ แม่ก็แก่แล้ว น้องสาวเป็นโปลิโอมาแต่กำเนิด การที่มีผู้มาสร้างบ้านให้ครั่งนี่ต้องขอขอบคุณ จะได้มีที่แยู่อาศัยที่มั่นคงแข็งแรงยิ่งขึ้น

////////////// วัฒนะ แก้วก่า_ สกลนคร










