นนทบุรี ต่อข่าว เปิดใจแม่ผู้รับเหมาร่ำไห้ ขอ ตร.แจ้งข้อหาพยายามฆ่าไรเดอร์มือแทงลูกชาย ชี้ล้มแล้วยังไม่หยุด
ความคืบหน้าคดีไรเดอร์ใช้อาวุธมีดแทงนายเฉลิมเกียรติ อายุ 39 ปี ผู้รับเหมาก่อสร้างเสียชีวิต หลังเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกันบริเวณถนนเรวดี ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี ล่าสุดวันนี้ (13 พ.ค.69) เวลา 15.30 น. น.ส.รัตนา พรพาประเสริฐ อายุ 37 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต พร้อมด้วย นางโชติกา จันพรรณ อายุ 61 ปี มารดาของผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมารับศพนายเฉลิมเกียรติ เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดลานนาบุญ อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยตั้งบำเพ็ญกุศลที่ศาลา 1 และจะมีพิธีสวดอภิธรรมเป็นเวลา 3 คืน ก่อนประกอบพิธีฌาปนกิจในลำดับต่อไป
บรรยากาศภายในวัดเต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยก่อนพิธีรดน้ำศพ มีเพียง น.ส.รัตนา ภรรยาผู้เสียชีวิต นางโชติกา ผู้เป็นแม่ และหลานสาว ที่ช่วยกันจัดเตรียมสถานที่และพิธีต่าง ๆ ภายในศาลา
นางโชติกา เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตนมองว่าทางไรเดอร์ก่อเหตุเกินกว่าเหตุ และจากที่ได้ติดตามข่าวรวมถึงดูภาพจากกล้องวงจรปิด เห็นว่าลูกชายล้มลงไปกองกับพื้นแล้ว แต่ผู้ก่อเหตุก็ยังไม่หยุดทำร้าย ทั้งที่ทั้งสองฝ่ายไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน
นางโชติกา กล่าวอีกว่า หลังจากเห็นผู้ก่อเหตุออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อ ตนอยากให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีในข้อหาที่หนักกว่านี้ ถึงขั้นพยายามฆ่าหากเป็นไปได้ เพราะมองว่าการกระทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ โดยเฉพาะจังหวะที่ลูกชายล้มลงแล้วแต่ยังถูกทำร้ายซ้ำ
นางโชติกา ระบุด้วยว่า ตอนนี้รู้สึกเสียใจมาก เพราะนายเฉลิมเกียรติเป็นลูกชายเพียงคนเดียว และยังเป็นเสาหลักของครอบครัว มีภรรยาและลูกที่ต้องดูแล ส่วนกรณีที่ฝั่งคู่กรณีจะหาทนายมาต่อสู้คดีนั้น ตนมองว่า คนตายไม่สามารถพูดอะไรได้อีกแล้ว และภาพจากกล้องวงจรปิดก็สะท้อนเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจน “ตอนนี้อยากเจอหน้าคู่กรณี อยากถามว่าทำไมถึงทำแบบนี้ ขนาดลูกล้มลงไปแล้วก็ยังไม่หยุด”
นอกจากนี้จากคำบอกเล่าของลูกสะใภ้ หรือ น.ส.รัตนา ระบุว่า ฝ่ายไรเดอร์เป็นคนเริ่มพูดยั่วยุก่อน โดยพูดในลักษณะว่า “มึงซื้อใบขับขี่มาเหรอ” จนทำให้ลูกชายเกิดความไม่พอใจ ทั้งที่ความจริงวันเกิดเหตุลูกชายไม่ได้เป็นคนขับรถ แต่ภรรยาเป็นผู้ขับ

อย่างไรก็ตามตนยอมรับว่า ลูกชายเป็นคนใจร้อน แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีพฤติกรรมทำร้ายใครมาก่อน พร้อมเผยว่าก่อนเกิดเหตุเพียง 1 วัน ตนยังพูดคุยกับญาติว่า กำลังคิดจะโทรศัพท์ไปถามสารทุกข์สุขดิบลูกชาย แต่วันต่อมากลับได้รับโทรศัพท์จาก ลูกสะใภ้แจ้งข่าวร้ายว่าลูกชายถูกแทงเสียชีวิต ทำให้รู้สึกจุกอกและยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น










