วันเสาร์, มิถุนายน 20, 2026
Latest:
ในประเทศ

ปทุมธานี ล่านช.แหกคุกธัญบุรีหนีทั้งที่อีก 23 วันจะพ้นโทษแล้ว พ่อน้ำตาคลอขอให้ลูกมอบตัวที่หลบหนีไปตามหาเมียที่หนีออกจากบ้านไป

ปทุมธานี ล่านช.แหกคุกธัญบุรีหนีทั้งที่อีก 23 วันจะพ้นโทษแล้ว พ่อน้ำตาคลอขอให้ลูกมอบตัวที่หลบหนีไปตามหาเมียที่หนีออกจากบ้านไป
จากกรณีเฟซบุ๊กประชาสัมพันธ์ กรมราชทัณฑ์ ประกาศจับ นายเสกสรร รูปทอง นช.ที่หลบหนีออกจากเรือนจำอำเภอธัญบุรี อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 69 ที่ผ่านมานั้น
ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 8 พฤษภาคม 69 โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานายพิทักษ์พงษ์ น้อยพิทักษ์ ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอธัญบุรี และ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้มีการประชุมเร่งด่วนกรณีการติดตามตัวนักโทษที่หลบหนีอยู่ในขณะนี้ ซึ่งภายหลังจากเวลาผ่านไปนานกว่า 3 ชั่วโมง ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปติดตามเรื่องดังกล่าวที่หน้าเรือนจำอำเภอธัญบุรี จ.ปทุมธานี ปรากฏว่าทางด้านเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของทางเรือนจำอำเภอธัญบุรี ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าภายในเรือนจำแต่อย่างใดโดยให้เหตุผลว่าทางนายพิทักษ์พงษ์ น้อยพิทักษ์ ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอธัญบุรี ไม่อยู่ติดประชุม
ในขณะที่กล้องวงจรปิดของร้านขายของบริเวณด้านหลังหน้าเรือนจำอำเภอธัญบุรีฝั่งตะวันตกติดกับคลองชลประทานที่ 6 พบว่าเมื่อช่วงบ่ายได้มีรถปิกอัพต้องสงสัยยี่ห้อ โตโยต้า รีโว่ สีเทาดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนทั้งด้านหน้าและหลังได้ถอยหลังไปบริเวณจุดที่นักโทษชาย เสกสรร หลบหนีออกจากคุกแล้วขับออกไปทันที
โดยในเวลาต่อมากรมราชทัณฑ์ได้มีการประกาศชี้แจงสื่อมวลชนเป็นเอกสาร ว่า“กรมราชทัณฑ์เร่งติดตามผู้ต้องขังหลบหนี ระหว่างฝึกวิชาชีพภายนอกเรือนจำอำเภอธัญบุรี”
ตามที่กรมราชทัณฑ์ได้รับรายงานจากเรือนจำอำเภอธัญบุรี กรณีผู้ต้องขังหลบหนีระหว่างออกฝึกวิชาชีพภายนอกเรือนจำ ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 10.47 นาฬิกา นั้น
ผู้ต้องขังรายดังกล่าวทราบชื่อคือ นายเสกสรร รูปทอง อายุ 37 ปี 10 เดือน ซึ่งต้องโทษในฐานความผิดต่อร่างกาย และเหลือโทษจำคุกอีก 23 วัน (กำหนดพ้นโทษในวันที่ 30 พฤษภาคม 2569) โดยเป็นผู้ต้องขังกลุ่มที่มีอัตราโทษไม่สูงและถูกคุมขังมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว จึงได้รับการคัดเลือกให้ออกมาฝึกทักษะวิชาชีพภายนอกเรือนจำ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัว
ทั้งนี้พฤติการณ์ในการหลบหนีผู้ต้องขังได้อาศัยช่วงเวลาระหว่างออกฝึกวิชาชีพบริเวณด้านหน้าเรือนจำ เดินหลบหนีออกทางด้านหลังของร้านกาแฟเรือนจำ ก่อนขึ้นรถกระบะไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เพื่อใช้ในการหลบหนี
ภายหลังเกิดเหตุ กรมราชทัณฑ์ โดยส่วนปฏิบัติการพิเศษและเรือนจำอำเภอธัญบุรี ได้เร่งประสานกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องขังรายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่า ได้กำชับทุกหน่วยงานในสังกัดให้เพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวซ้ำอีก ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นหรือมีข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับผู้ต้องขังรายดังกล่าว สามารถแจ้งได้ที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี โทรศัพท์หมายเลข 083 074 1060, 02 577 2341 หรือสายด่วน 191 ตลอด 24 ชั่วโมง ขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ร่วมเผยแพร่ข่าว 8 พฤษภาคม 2569
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามบิดาของ นายเสกสรร รูปทอง (นช.หนีเรือนจำ) ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ม.1 ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ซึ่งบิดาของนายเสกสรร ได้เช่าบ้านอยู่อาศัยในบ้านหลังดังกล่าว โดยมีนายจรัญ โพธิ์ศิริ ประธานชุมชนหมู่บ้านแห่งหนึ่ง คลองห้า และนายวิชัย หัสดี รองกรรมนิติบุคคลหมู่บ้านย่านคลองห้า จะไปเยี่ยมบ้านพอดี เป็นบ้านเลขที่ 38/111 ของนายพาน รูปทอง อายุ 78 ปี (บิดานายเสกสรร) ที่เช่าบ้านอยู่ โดยพานกล่าวด้วยน้ำตาว่าเพิ่งทราบข่าวจากเจ้าหน้าที่เมื่อวันก่อนพร้อมเผยไม่รู้ว่าขณะนี้ลูกชายหลบหนีไปอยู่ที่ใดและไม่สามารถติดต่อได้เลย และลูกชายไม่เคยเล่าเรื่องปัญหาหรือเรื่องการหลบหนีให้ฟังมาก่อน คาดสาเหตุมาจากปัญหาชีวิตคู่หลังจากแฟนสาวของลูกชายชื่อว่า เอิน เป็นคน จว.บุรีรัมย์ หายตัวออกจากบ้านไปและติดต่อไม่ได้ ก่อนหน้านี้แฟนสาวของลูกได้อาศัยอยู่ที่บ้านก่อนหนีไป สาเหตุน่าจะมาจากความเครียดสะสมทั้งจากปัญหาถูกเพื่อนกลั่นแกล้งรวมถึงภาระหนี้สินทั้งค่างวดผ่อนรถและผ่อนบ้านจนทำให้เกิดความกดดันอย่างหนัก และที่ลูกชายหลบหนีคิดว่าอาจเกิดความเครียดและเป็นห่วงแฟนสาวจึงตัดสินใจออกตามหาและหลบหนีไปตามหาแฟนเขา ขอให้ลูกชายออกมาติดต่อเจ้าหน้าที่เข้ามอบตัวตนเองโทรศัพท์ไปก็ไม่สามารถติดต่อได้เลยอีกทั้งตนแก่แล้วไม่ได้ทำงานอะไรไม่มีรายได้เงินก็ไม่มีและมีโรคประจำตัวทั้งโรคหัวใจ ความดัน และเบาหวาน
ทางด้านนายวิชัย หัสดี รองกรรมนิติบุคคลหมู่บ้านฯ กล่าวว่าเพิ่งทราบว่ามีเหตุการณ์ นช.แหกเรือนจำธัญบุรีหลบหนีและเป็นคนในหมู่บ้าน ซึ่งเคยพบนายเสกสรรที่บ้านขณะมาเยี่ยมลูกบ้านครั้งหนึ่ง แต่นานมาแล้ว นายเสกสรรมาเช่าบ้านอยู่กับภรรยาและพ่อเขานานหลายปีแล้วอีกทั้งพ่อของนายเสกสรรก็ไม่มีงานทำไม่มีรายได้ซึ่งเห็นแล้วน่าสงสารมาก