ปทุมธานี เต้ พระราม 7 มงคลกิตติ์ บุกม.รังสิต เปิดกลุ่มกรุงเทพบินได้สมัครลงชิงผู้ว่ากทม.เปิดนโยบายคลองแสนแสบดื่มได้-เพิ่มขนาดเจ้าโลก
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 7 พ.ค.2569 เต้ พระราม หรือนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานกลุ่มกรุงเทพบินได้พร้อมทีมงาน ได้เดินทางมาที่ตึก 6 มหาวิทยาลัยรังสิต ต.หลักหก อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี หลังมีน้องนักศึกษานัดขอทำคอนเทนต์ จึงได้เดินทางมาในวันนี้
เต้ มงคลกิตติ์ เปิดเผย ส่งผู้สมัครลงชิงผู้ว่า กทม.ว่า แนวคิด“กรุงเทพบินได้”หรือ Flying Cars เป็นทางเลือกใหม่ของการเดินทาง โดยเสนอให้แบ่งการจราจรจากถนนที่แออัดขึ้นสู่การจราจรทางอากาศผ่านการใช้รถยนต์บินได้คาดว่าในปีแรกอาจมีการใช้งานหลักพันคันและจะเพิ่มขึ้นเป็นหลักหมื่นคันในอนาคตพร้อมเน้นว่ารถยนต์บินได้ควรเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% เพื่อลดมลพิษและแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ในประเด็นปัญหาน้ำมันและโรงกลั่น มีการวิพากษ์วิจารณ์โครงสร้างราคาน้ำมันในปัจจุบันว่า โรงกลั่นน้ำมันหลัก 6 แห่งมีลักษณะผูกขาดพร้อมเสนอให้รัฐบาลหรือกรุงเทพมหานครนำงบประมาณไปซื้อหุ้นในโรงกลั่นเพิ่มเติมเพื่อให้มีอำนาจควบคุมค่าการกลั่นให้อยู่ที่ประมาณ 1.50 บาท จากปัจจุบันที่สูงถึง 5-7 บาท อีกทั้งยังเสนอให้ยกเลิกการอ้างอิงราคาน้ำมันจากสิงคโปร์และเปลี่ยนมาใช้ราคาต้นทุนจริงจากน้ำมันดิบ ค่าขนส่ง และภาษีต่างๆ ซึ่งมองว่าราคาขายปลีกไม่ควรเกิน 32 บาทต่อลิตร
เต้ มงคลกิตติ์ กล่าอีกว่า ด้านการบริหารงบประมาณของกรุงเทพมหานคร มีความกังวลต่อกรณีที่ผู้ว่าฯ ชัชชาติ นำเงินสะสมของ กทม. กว่า 30,000 ล้านบาทไปชำระหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียวตามคำสั่งศาล ส่งผลให้เงินสำรองของ กทม. เหลือประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งอาจสร้างความเสี่ยงหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น รัฐบาลจัดสรรงบประมาณล่าช้า หรือเกิดปัญหาในการเบิกจ่ายเงินเดือนข้าราชการ แม้จะเข้าใจว่าต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาล แต่ก็มีความเห็นว่าน่าจะสามารถเจรจาหรือบริหารเวลาเพื่อรักษาระดับเงินสำรองไว้ได้มากกว่านี้
ส่วนปัญหาฝุ่น PM 2.5 ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มเบาบางลงเนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูฝน อย่างไรก็ตาม แนวทางแก้ไขระยะยาวคือการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการพัฒนาการเดินทางทางอากาศ ซึ่งจะช่วยลดมลพิษและปัญหาฝุ่นได้อย่างยั่งยืนการแก้ปัญหา กทม. 1.การแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 กทม.มักประสบปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ เนื่องจากสภาพอากาศปิดและอากาศหนาว ทำให้ฝุ่นสะสมในระดับต่ำ แนวทางแก้ไขคือการตรวจสอบมาตรฐานยานพาหนะทั้งรถเก่า รถใหม่ และโรงงานผลิตรถยนต์ หากไม่ได้มาตรฐานต้องสั่งจอด พร้อมทั้งจำกัดปริมาณรถเข้า กทม. โดยแบ่งช่วงเวลาการใช้งานออกเป็น 3 กะ กะละ 8 ชั่วโมง เพื่อลดความแออัดของการจราจร รวมถึงขอความร่วมมือจากภาคเอกชนในการปรับระบบการทำงานให้สอดคล้องกับมาตรการดังกล่าว 2.นโยบายส่งเสริมสถาบันครอบครัว
ปัจจุบันคนวัยทำงานใน กทม. ช่วงอายุ 25-34 ปี มีสถานะโสดสูงถึง 50-60% ส่งผลกระทบต่ออัตราการเกิดและโครงสร้างประชากรในระยะยาว จึงเสนอให้จัดตั้ง “สำนักงานจัดหาคู่” เป็นหน่วยงานใหม่ของ กทม. กระจายตามเขตต่าง ๆ เช่น เขตตลิ่งชัน เขตบางรัก และเขตบางซื่อ โดยมีเจ้าหน้าที่ช่วยจับคู่และสร้างโอกาสให้ประชาชนมีคู่ภายใน 30 วัน 3.การส่งเสริมสุขภาพ กทม. ตัวอย่างนโยบายมุ่งลดจำนวนผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยเริ่มจากข้าราชการและพนักงาน กทม. ผ่านการรณรงค์ให้ออกกำลังกายและลดไขมันในร่างกาย พร้อมกำหนดตัวชี้วัดด้านสุขภาพ เช่น การลดค่า LDL เพิ่มค่า HDL ควบคุมค่า BMI และขนาดรอบเอวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
นโยบายการเพิ่มเงินให้ข้าราชการและพนักงาน “จ้างพนักงาน ถ้าเป็นไปตามมาตรฐาน เราจะออกระเบียบใหม่ เรียกว่าเพิ่มเงิน ไม่ใช่เงินเดือน เป็นเงินเพิ่มให้ อาจจะ 10% ของเงินเดือน เพิ่มให้สำหรับคนที่ทำได้ตามมาตรฐาน ต่อไปในอนาคต ผอ.เขต รอง ผอ.เขต ผู้ช่วย ผอ.เขต ผอ.สำนัก และข้าราชการต่าง ๆ ต้องรูปทรงดีทั้งหมด แล้วก็ต้องสุขภาพดี พอทุกคนสุขภาพดี เราก็จะเกลี่ยเงินส่วนหนึ่งมาเพิ่มเป็นเงินเพิ่มให้”
การจูงใจให้ประชาชนดูแลสุขภาพผ่านราคาน้ำมัน “พอข้าราชการสุขภาพดี ก็ต้องทำให้ประชาชนสุขภาพดีด้วย สมมติผมเป็นประชาชนในกรุงเทพฯ มีบัตรประชาชน แล้วมาเติมน้ำมันในกรุงเทพฯ ถ้าเราระดมทุนใช้เงิน กทม. ร่วมกับพี่น้องชาว กทม. ซื้อโรงกลั่น 2 โรง คือบางจากกับบางจากศรีราชา ใช้เงินประมาณ 56,000 ล้าน แล้วเอาโรงกลั่นทั้งสองมาเป็นของ กทม. ซื้อน้ำมันดิบเอง ขายให้คน กทม. คนที่ขับรถมาเติมก็จะไม่อิงราคาสิงคโปร์ และไม่อิง 4 โรงกลั่นเดิม เพราะเป็นของ กทม. เอง” พอน้ำมันถูกลง ก็จะมีภาษี 2 ประเภทที่รัฐบาลเก็บ คือภาษีสรรพสามิตประมาณ 6.92 บาทต่อลิตร และภาษีมหาดไทยหรือภาษีท้องถิ่นของ กทม. อีก 0.692 บาทต่อลิตร เราจะบอกว่าคนที่มีสุขภาพตามมาตรฐานจะไม่ต้องเสียภาษี ทำให้น้ำมันถูกลงอีก เป็นแนวคิดที่ใช้เป็นโปรโมชั่นและเทคนิคทางการตลาด เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนออกกำลังกายมากขึ้น”
เต้ มงคลกิตติ์ กล่าวอีกว่า นโยบายโรงพยาบาลศัลยกรรม กทม.“สิ่งสำคัญที่ผมอยากทำอีกอย่าง คืออยากให้คน กทม. สวยหล่อ เราจะแยกโรงพยาบาล 12-13 โรงออกมา ถ้าคน กทม. ป่วยน้อยลง ก็จะทำเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านศัลยกรรม รับหมอเฉพาะทางเพิ่มในฐานะข้าราชการ และอาจร่วมมือกับเอกชนบางส่วน เพื่อทำเรื่องศัลยกรรม เช่น ทำจมูก ทำหน้าอก ทำสีผิว บำรุงร่างกาย และรีแพร์ เพื่อให้คน กทม. มีรูปร่างที่ดีในราคาประหยัด”
“ถ้าเป็นข้าราชการ ลูกจ้าง หรือพนักงาน ก็อาจใช้ฟรี และมีหลายคู่ที่เลิกกันเพราะผู้ชายกระจู๋สั้น เพราะฉะนั้นคน กทม. ที่เป็นพนักงานราชการหรือลูกจ้างจะทำให้ยาวเท่ากับอเมริกา เพราะตอนนี้เราสั้นกว่ากัมพูชา กัมพูชา 3.87 นิ้ว คน กทม. 3.71 นิ้ว มันสั้นมาก เราจึงจะให้หมอศัลยกรรมใน กทม. ฉีดให้ยาวขึ้น อย่างน้อยให้เท่าอเมริกา”
“ถ้าเป็นคน กทม. ก็จะใช้ราคาประหยัด จริง ๆ การฉีดให้ยาวไม่ได้ใช้เงินมาก ถ้าไม่คิดราคาแบบเอกชนก็ประหยัดได้ สำหรับคนที่มีทะเบียนบ้านใน กทม. เราจะใช้แนวทางนี้ แต่ก็ต้องดูว่าไม่กระทบงบประมาณมากเกินไป”
“โครงการ “นวดคนละครึ่ง” แนวคิดนำงบประมาณของ กทม. บางส่วนมาสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการนวดให้กับคนกรุงเทพฯ รูปแบบรัฐช่วยจ่ายครึ่งหนึ่ง เช่น ค่าบริการ 600 บาท กทม. ออกให้ 300 บาท คล้ายโมเดลโครงการคนละครึ่งของรัฐบาลในอดีต
วัตถุประสงค์กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลการจัดการงบประมาณและการทุจริตที่มาของงบตั้งเป้าลดงบประมาณที่เกิดจากการคอร์รัปชันใน กทม. ลงอย่างน้อย 50% ตัวอย่างการทุจริตที่อ้างถึง เช่น โครงการซอฟต์แวร์โรงเรียนที่มีต้นทุนจริงเพียง 30% แต่ขายในราคาสูงเต็มงบ ทำให้เกิดส่วนต่างจำนวนมาก อีกตัวอย่างคือการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายที่มีข่าวว่าราคาประมูลสูงกว่าราคาตลาดเกือบ 10 เท่า เช่น ราคาตลาดประมาณ 70,000 บาท แต่ขายให้รัฐในราคา 700,000 บาท เป้าหมายการประหยัด คาดว่าจะตัดงบส่วนที่เกินจริงได้ประมาณ 30,000 ล้านบาท จากงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้องราว 50,000 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาทำสวัสดิการให้ประชาชน
การเปิด“คาสิโนเสรี”ในห้างสรรพสินค้า แนวคิดขออนุญาตกระทรวงมหาดไทยเปิดบ่อนถูกกฎหมาย เช่น ป๊อกเด้ง บาคาร่า และเกมคาสิโนอื่น ๆ ภายในห้างสรรพสินค้าในเขตกรุงเทพมหานคร กลุ่มเป้าหมาย เน้นชาวต่างชาติเป็นหลักประมาณ 90% และเปิดให้คนไทยที่มีฐานะทางการเงินเข้าใช้บริการ โดยกำหนดให้คนไทยต้องมีเงินหมุนเวียนในบัญชีอย่างน้อย 1 ล้านบาทและชาวต่างชาติต้องมีอย่างน้อย 5 ล้านบาท การควบคุมจำกัดจำนวนผู้เข้าเล่นไม่เกิน 1,000 คนต่อวันรายได้คาดการณ์คาดว่าจะสามารถจัดเก็บภาษีได้ประมาณ 1 ล้านล้านบาทต่อปี นำรายได้จากภาษีคาสิโนมาจ่ายเป็นเงินช่วยเหลือผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานคร ผู้สูงอายุในกรุงเทพฯประมาณ 1,600,000 คนจะได้รับเงินช่วยเหลือคนละ 3,000 บาทต่อเดือนหรือปีละ 36,000 บาทงบประมาณที่ใช้รวมประมาณ 50,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งคาดว่าจะสามารถครอบคลุมได้จากรายได้ภาษีคาสิโนที่จัดเก็บได้
เต้ มงคลกิตติ์ กล่าวด้วยว่า “กลุ่มกรุงเทพบินได้” เปิดแนวนโยบาย “สวย-หล่อ”พร้อมวางทีมเตรียมชิงผู้ว่าฯ กทม.ยืนยันเป็นกลุ่มอิสระไม่สังกัดพรรคการเมืองพร้อมชูนโยบายด้านความงาม สุขภาพ และเศรษฐกิจบริการ หวังยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ มีการวางตัวทีมบริหารไว้แล้ว โดยมีรองผู้ว่าฯ หลายด้าน และอยู่ระหว่างคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของ “กลุ่มกรุงเทพบินได้” ให้เกิดผลสำเร็จภายในเวลาที่จำกัดตลอด 4 ปี ชุดปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ปัญหาหลักของกรุงเทพฯ ได้ ทั้งเรื่องคุณภาพน้ำและการบริหารงบประมาณ
กลุ่มกรุงเทพบินได้ นโยบายที่ถูกพูดถึงอย่างมาก คือแนวคิด “สวย-หล่อ” และการส่งเสริมศัลยกรรมหรือเสริมบุคลิกภาพในราคาที่ประชาชนเข้าถึงได้ โดยเสนอให้โรงพยาบาลในสังกัด กทม. ร่วมมือกับภาคเอกชนในการให้บริการด้านความงามและเสริมสมรรถภาพในราคาประหยัด เช่น การดริปผิว White Aura จากราคาคลินิกเอกชน 1,000-2,000 บาท เหลือประมาณ 100 บาท การทำจมูกจากหลักหมื่นเหลือประมาณ 2,000 บาท รวมถึงการฉีดฟิลเลอร์เสริมสมรรถภาพและบริการรีแพร์ใ
นราคาที่ถูกลง









