แก๊งโจ๋ไล่ล่าหนุ่มวัย 29 เข้าใจผิดคิดว่าเป็นเด็กช่างปมเสื้อเขียน “สยาม2026” มีดจี้รุมตื้บเอาหมวกกันน็อกฟาดกลางถนน
วันนี้ (7 พ.ค. 69) ที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นาย กฤษกร โกไศยกานนท์ อายุ 29 ปี พร้อมด้วย นายถิรธรรม โกไศยกานนท์ อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน หลังถูกกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 5-6 คน รุมทำร้ายร่างกาย ใช้หมวกกันน็อกฟาด และใช้อาวุธมีดข่มขู่ เหตุเกิดบริเวณปากทางเข้าหาดเติมรัก ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 69 เวลาประมาณ 18.50 น.
นายกฤษกร ผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุพากลุ่มน้องและลูกหลานไปเที่ยวเล่นน้ำที่หาดเติมรัก โดยขากลับตนสังเกตเห็นว่ากลุ่มคู่กรณีมองมาในลักษณะไม่พอใจ คล้ายเข้าใจผิดว่าตนเป็นเด็กช่าง เนื่องจากเสื้อที่ใส่เป็นเสื้อกีฬาสีของมหาวิทยาลัย มีลักษณะคล้ายเสื้อสถาบันช่าง ตนจึงให้เด็กๆ ขับรถนำหน้าไปก่อน ส่วนตนขับตามหลัง
ระหว่างทางกลับมีกลุ่มรถจักรยานยนต์ของคู่กรณีประมาณ 5-6 คัน ขี่ไล่ติดตามมาอย่างกระชั้นชิด จนถึงช่วงทางโค้งตนต้องเบรกกะทันหันเกือบชนเสาไฟฟ้า ก่อนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจะขี่รถปาดหน้า แล้วลงมารุมทำร้าย ใช้หมวกกันน็อกฟาด พร้อมชักมีดลักษณะคล้ายมีดทำครัวพยายามแทงตน แต่โชคดีที่ใช้มือปัดไว้ได้ทันและมีดไม่คม จึงได้รับบาดเจ็บไม่รุนแรงมากนัก
นายกฤษกร กล่าวต่อว่า หลังจากรุมทำร้าย กลุ่มผู้ก่อเหตุยังสั่งให้ตนถอดเสื้อออกเพื่อจะนำไป แต่ตนไม่ยอม ขณะนั้นสู้ไม่ไหวจึงถูกทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียว ก่อนอาศัยจังหวะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีออกมา แม้จะมีหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุพยายามจับท้ายรถไว้ไม่ให้หนี รวมถึงมีรถจักรยานยนต์สีแดงขี่ตามมาอีก แต่ตนสามารถหลบหนีมาได้ไกลประมาณ 1-2 กิโลเมตร จากนั้นรีบโทรศัพท์สอบถามหลานๆ เพราะเชื่อว่ากลุ่มดังกล่าวอาจย้อนกลับไปก่อเหตุซ้ำ พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และไม่ต้องการเจรจากับคู่กรณี
ด้านนายถิรธรรม หลานชายผู้เสียหาย กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนนัดกันไปเที่ยวเล่นน้ำที่หาดเติมรักตามปกติ และพบกลุ่มคู่กรณีอยู่ที่หาดด้วย โดยระหว่างเล่นน้ำไม่ได้มีปัญหาหรือกระทบกระทั่งกัน กระทั่งช่วงเดินทางกลับ กลุ่มคู่กรณีเริ่มมองหน้าในลักษณะหาเรื่อง ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาล้อมตนไว้หลายคัน แต่ตนพยายามไม่สนใจและขี่รถกลับบ้านตามปกติ
ต่อมาระหว่างรถชะลอตัว กลุ่มคู่กรณีมีท่าทีคล้ายจะชักอาวุธ ตนจึงรีบขี่รถแซงออกมา ก่อนจะทราบว่าอาของตนถูกไล่ประกบทั้งซ้ายและขวา จนรถเสียหลักล้ม แล้วถูกรุมทำร้ายใช้หมวกกันน็อกตี หลังเกิดเหตุอาของตนสามารถขี่รถหนีไปได้ ส่วนตนยังอยู่ในจุดเกิดเหตุ โดยมีกลุ่มคู่กรณีเดินเข้ามาข่มขู่ แต่ไม่ได้ลงมือทำร้ายร่างกาย
นายถิรธรรม กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นหนึ่งในกลุ่มคู่กรณีได้เดินมาขอโทษน้องชายและน้องสาวของตน ก่อนทั้งหมดจะแยกย้าย แต่เมื่อขี่รถมาถึงบริเวณไฟแดง กลุ่มคู่กรณียังมีท่าทียั่วยุและพยายามจะเข้ามาหาเรื่องอีกครั้ง ซึ่งตนสามารถถ่ายคลิปเหตุการณ์ไว้ได้ โดยไม่มีการลงมือซ้ำ ก่อนที่อีกฝ่ายจะขี่รถฝ่าไฟแดงหลบหนีไป ตนเชื่อว่าสาเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้ อาจมาจากเสื้อที่อาของตนสวมใส่ ซึ่งมีข้อความสกรีนคำว่า “สยาม 2026” ทำให้กลุ่มคู่กรณีเข้าใจผิดว่าเป็นนักเรียนช่างต่างสถาบัน จนนำไปสู่เหตุรุมทำ
ร้ายดังกล่าว











