วันพุธ, มิถุนายน 17, 2026
Latest:
ในประเทศ

กองปราบบุกรวบหนุ่มใหญ่เมืองจิงโจ้ หมาย Green Noticeหนีเงื่อนไขคุมประพฤติคดีเพศเด็ก กบดานในไทย

กองปราบบุกรวบหนุ่มใหญ่เมืองจิงโจ้ หมาย Green Noticeหนีเงื่อนไขคุมประพฤติคดีเพศเด็ก กบดานในไทย

 

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก.,พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป.,พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.สุเทพ โตอิ้ม รอง ผบก.ป.,พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป.,พ.ต.ท.พงษ์พิทักษ์ เหล็กชูชาติ รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.รัฐมนตรี พันชูกลาง รอง ผกก.3 บก.ป.,พ.ต.ท.ณัฐดนัย สีแข่ไตรรอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.ศิษฏ์ พูลวงศ์ รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.พัฒษพงศ์ เสณีแสนเสนา รอง ผกก.3 บก.ป.

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 4 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.มณุวัฒน์ กอสนาน รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.ชยุต นิลประเสริฐ ผกก.สส.บก.ตม.4, พ.ต.ท.ประดิษฐ์ บุตรหลอด สว.กก.สส.บก.ตม.4

เจ้าหน้าที่ชุดควบคุมโดย พ.ต.ต.เอกสิทธิ์ อินทร์โท่โล่ สว.กก.3 บก.ป., ร.ต.อ.พีรวัส สีสะอาด รอง สว.กก.3 บก.ป., ร.ต.อ.วิทยา สุทธิปัญโญ รอง สว.(ป.) กก.3 บก.ป., ว่าที่ ร.ต.ท.วิชาญ จ้อยเสนา รอง สว.(ป.) กก.3 บก.ป.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กก.3 บก.ป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จว.ขอนแก่น ร.ต.อ. สรสยุทธ พิลามา รอง สว.ตม.จว.ขอนแก่น, ด.ต.ปฏิพันธ์ สีไชย์, จ.ส.ต.ปฏิวัติ หล้าหาญ ผบ.หมู่ ตม.จว.ขอนแก่น และเจ้าพนักงานตำรวจ กก.สส.บก.ตม.4 ประกอบด้วย ร.ต.อ.ทวีศิลป์ สมภา รอง สว.(สอบสวน) กก.สส.บก.ตม.4, ร.ต.อ.จักภัทร เข็มเพชร รอง สว.(สอบสวน) กก.สส.บก.ตม.4, ร.ต.อ.ชลยุทธ จันทะสาร รอง สว.(สอบสวน) กก.สส.บก.ตม.4, ด.ต.อภิวัฒน์ บรมโคต, จ.ส.ต.นราศักดิ์ หนักแน่นอ ผบ.หมู่ฯ

 

ร่วมกันควบคุมตัว ผู้ต้องหา จำนวน 1 ราย

Mr.Richard Carl SKRINJAR สัญชาติออสเตรเลีย อายุ 57 ปี ซึ่งเป็นบุคคลผู้ถูกเพิกถอนและสิ้นสุดการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และเป็นผู้ที่ถูกเพิกถอนหนังสือเดินทางประเทศออสเตรเลียและเป็นบุคคลเฝ้าระวังตามหมายเขียว (Green Notice) เลขที่ C-218/4-2026 ลง 9 เม.ย.69

สถานที่ควบคุมตัว ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 06.00 น.

 

สืบเนื่องจากสำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) ประจำกรุงเทพฯ ได้ทำการประสานมายังกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ขอให้ช่วยติดตาม Mr.Richard Carl SKRINJAR หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ออกหมายจับในข้อหาไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติ รวม 3 ข้อหา

 

ภายหลังลักลอบหลบหนีออกนอกประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต และทำการเพิกถอนหนังสือเดินทางของบุคคลดังกล่าว ต่อมาทาง INTERPOL ทำการออกหมายเขียว (Green Notice) แจ้งเตือนประเทศสมาชิกทั่วโลก ระบุว่าเป็นผู้กระทำความผิดทางเพศต่อเด็ก มีพฤติการณ์ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เยาว์ซ้ำและอาจนำภาพถ่ายของเด็ก ๆ ไปใช้ในทางลามกอนาจารเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว และมีแนวโน้มจะเดินทางไปก่อเหตุในประเทศอื่น โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

จากการตรวจสอบพบ Skrinjar ได้หลบหนีมายังประเทศไทย ทำการตรวจสอบประวัติ พบว่า Skrinjar เคยถูกศาลออสเตรเลียพิพากษาลงโทษในคดีเกี่ยวกับเพศต่อเด็กจำนวนหลายคดี ระหว่างปี 2007 – 2021 มีเหยื่อเป็นเด็กที่มีอายุจนถึง 14 ปี มี อีกทั้งยังมีความผิดฐานผลิตสื่อลามกอนาจารเด็ก ทำให้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นผู้กระทำความผิดทางเพศต่อเด็กที่ต้องรายงานตัวตลอดชีวิต

 

พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนทำการติดตามตัว ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนพบเบาะแสว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีเข้ามาพักอาศัยในพื้นที่ ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นจากศาลแขวงขอนแก่น

กระทั่งเมื่อวันที่ (28 เม.ย.69) เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม (กก.3 บก.ป.) ร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 4 (ตม.4) และกก.สส.บก.ตม.4 ได้นำหมายค้นเข้าดำเนินการตรวจค้นและควบคุมตัว Mr. Richard Carl Skrinjar อายุ 57 ปี สัญชาติออสเตรเลีย ได้ที่บ้านพัก ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น ขณะที่จะเข้าตรวจค้น Skrinjar ได้พยายามทำลายโน้ตบุ๊กให้เสียหาย

 

เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าควบคุมสถานการณ์และทำการตรวจยึดพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ไว้ตรวจสอบ รวมจำนวน 4 รายการ

 

จากการสอบถามเบื้องต้น Skrinjar ให้การรับว่า ทราบดีว่าหลังจากที่ถูกจำคุกจะต้องรายงานตัวและแจ้งที่อยู่ต่อเจ้าหน้าที่ แต่เนื่องจากแฟนชาวไทยได้ย้ายจากประเทศออสเตรเลียกลับมาอาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลาประมาณ 2 ปี จึงได้ลักลอบเดินทางออกนอกประเทศออสเตรเลียโดยใช้ช่องทางธรรมชาติ ล่องเรือเพียงลำพังจากประเทศออสเตรเลีย

 

โดยใช้เวลารวมทั้งสิ้นประมาณ 5 เดือน และนำเรือไปฝากจอดไว้ที่ท่าเรือในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยเสียค่าฝากเดือนละ 10,000 บาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาดังกล่าวเพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

จากการสอบสวนเบื้องต้น รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เตือนภัยคนไทยที่มีคู่ครองชาวต่างชาติ ปัจจุบันชาวต่างชาติบางรายมีประวัติอาชญากรรมร้ายแรงในประเทศต้นทาง แต่สามารถเดินทางเข้ามาพำนักในประเทศไทยได้ โดยเฉพาะคดีเกี่ยวกับความปลอดภัยในชีวิตและร่างกาย รวมถึงคดีล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก ซึ่งถือเป็นภัยเงียบที่อาจส่งผลกระทบต่อครอบครัวและสังคมโดยรวม ขอให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีคู่ครองหรือกำลังคบหากับชาวต่างชาติ เพิ่มความระมัดระวังและตรวจสอบข้อมูลของบุคคลดังกล่าวอย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็นประวัติอาชญากรรม สถานะทางกฎหมาย หรือเงื่อนไขการเดินทางเข้าประเทศ หากพบพฤติการณ์น่าสงสัย เช่น การหลบเลี่ยงไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว มีพฤติกรรมผิดปกติ หรือมีข้อจำกัดในการเดินทางจากประเทศต้นทาง ควรตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน

 

ทั้งนี้ บุคคลบางรายอาจอยู่ระหว่างการคุมประพฤติในต่างประเทศ หรือมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ หากฝ่าฝืนและเข้ามาในประเทศไทย อาจมีความเสี่ยงในการก่อเหตุซ้ำ ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อผู้ใกล้ชิด แต่ยังเป็นภัยต่อสังคมโดยรวม โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน จึงขอความร่วมมือประชาชน อย่ามองข้ามเรื่องการตรวจสอบประวัติ และควรใช้ความรอบคอบในการตัดสินใจ หากพบข้อมูลหรือพฤติกรรมที่เข้าข่ายเป็นภัย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบได้ทันที เพื่อความปลอดภัยของตนเอง

ครอบครัว และสังคมส่วนรวม