วันพฤหัสบดี, มิถุนายน 18, 2026
ในประเทศ

นนทบุรี ต่อข่าว “กัน จอมพลัง” เดินหน้าพาครอบครัว “น้องกวาง“ LGBTQ+ ศัลยกรรมดับ ร้อง สบส. ตรวจสอบคลินิกชื่อดัง – ผู้เสียหายโผล่เพิ่ม

นนทบุรี ต่อข่าว “กัน จอมพลัง” เดินหน้าพาครอบครัว “น้องกวาง“ LGBTQ+ ศัลยกรรมดับ ร้อง สบส. ตรวจสอบคลินิกชื่อดัง – ผู้เสียหายโผล่เพิ่ม

 

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 24 เม.ย. 69 ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง พร้อมด้วย น.ส.อังศวีร์ อนุวัตน์รุจิกร หรือ ทนายโรส ได้พานายศุภกิตติ์ พุ่มมา อายุ 25 ปี น้องชายของผู้เสียชีวิต เดินทางมาพร้อมแฟนสาว เพื่อขอความช่วยเหลือ และต้องการให้หน่วยงานตรวจสอบหาความจริงกับกรณีการเสียชีวิตของ “น้องกวาง” อินฟลูฯ LGBTQ+ วัย 28 ปี ที่เข้ารับการแก้ไขศัลยกรรมจมูกด้วยเทคนิคซี่โครง ที่คลินิกเสริมความงามชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครปฐม ก่อนเกิดภาวะหมดสติ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

 

โดยในวันนี้ยังมีหญิงสาว วัย 27 ปี ผู้เสียหายอีก 1 ราย ที่เคยทำศัลยกรรมจมูกโดยเทคนิคการใช้ซี่โครงตรงแกนเชื่อม แต่หลังจากแก้รอบที่ 2 ยังไม่ถูกใจ จึงไปแก้รอบที่ 3 ที่ประเทศจีน แต่กลับพบว่าไม่มีกระดูกซี่โครงตรงจมูก

 

กัน จอมพลัง กล่าวว่า วันนี้ตนได้พาทางครอบครัวของน้องกวาง ที่เสียชีวิตจากการแก้ไขศัลยกรรมจมูกคลินิกแห่งหนึ่งใน จ.นครปฐม ซึ่งมาถึงวันนี้ทางญาติยังไม่ได้รับข้อมูลที่แท้จริง ว่าเพราะสาเหตุใดทำไมถึงเสียชีวิตจากการทำศัลยกรรมจมูก วันนี้สิ่งที่ได้มาคือภาพกล้องวงจรปิดที่หันเข้ากำแพง โดยทั่วไปแล้วกล้องวงจรปิดจะถูกตั้งไว้สำหรับมองรอบๆ แต่ตัวกล้องวันดังกล่าวกลับหันเข้ากำแพงทั้งหมด ไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำและทำไปเพื่ออะไร ไม่รู้ว่าเกิดเหตุใด ทำให้ครอบครัวเกิดความแครงใจ ณ วันเกิดเหตุอยากรู้ว่าคุณหมอท่านใดเป็นคนทำ มีวิสัญญีแพทย์คนใดอยู่ระหว่างทำบ้าง ทำไมถึงทำแบบนี้ กลัวเห็นอะไรหรือไม่ หากมีภาพจากกล้องวงจรปิดคงจะเห็นว่ามีใครเดิน เข้า-ออก ระหว่างการทำได้บ้าง

 

ทางครอบครัวได้มีการเปิดภาพจากมือถือของผู้เสียชีวิต พบว่าผู้เสียชีวิตได้ถ่ายคลิปวันที่เกิดเหตุไว้ กล้องวงจรปิดหันอยู่ในมุมปกติ และด้านหลังเห็นว่ามีกล้องอยู่ตรงไหนบ้าง วันนี้จึงเดินมาที่ สบส. เพื่อขอความช่วยเหลือให้ตรวจสอบคลินิกดังกล่าว และตามหาความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หากสิ่งที่คลินิกดำเนินการไปถูกต้อง จะได้รู้ว่าเกิดจากสาเหตุใด มีผู้เชี่ยวชาญอยู่ในเหตุการณ์มั้ย ใครเป็นผู้ดำเนินการบ้าง เชื่อว่าวันนี้ที่เข้ามาทางหน่วยงายมีอำนาจมากพอที่จะสามารถดูเวชระเบียนได้ จะได้ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น

 

นอกจากนี้หลังจากที่ทางครอบครัวของน้องกวางเข้าสู่ไปยังสายตาของประชาชน ก็มีน้องๆท่านอื่นติดต่อเข้ามาที่ตนและทนายโรส มีการเล่าให้ฟังว่าเคยทำศัลยกรรมที่คลินิกแห่งนี้ โดยเทคนิคการใช้ซี่โครงตรงแกนเชื่อม แต่หลังจากแก้รอบที่ 2 ยังไม่ถูกใจ ทางน้องผู้เสียหายไม่สะดวกใจจึงไปแก้รอบที่ 3 ที่ประเทศจีน แต่กลับพบว่าไม่มีกระดูกซี่โครงตรงจมูก คุณหมอจึงต้องผ่าซี่โครงใหม่อีกข้าง ทำให้เกิดคำถามว่าแล้วกระดูกซี่โครงอีกข้างไปไหน หากใช้กระดูกซี่โครงจริงก็จะต้องยังมีอยู่

 

ด้าน น.ส.พลอย (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ผู้เสียหายอีกราย กล่าวว่า ตนรู้จักคลินิกแห่งนี้จากโฆษณาว่าทำจมูกโด่งแล้วสวย ตนจึงติดต่อไปและเข้ารับบริการศัลยกรรม เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ในราคา 120,000 บาท ในครั้งแรกก็ปกติดี แต่พอนานไปปลายจมูกเริ่มบาง ตนจึงไปแก้จมูกเพื่อลดความโด่งลงจากคลินิกเดิม คุณหมอจึงเสนอเปลี่ยนจากกอร์เท็กซ์เป็นซิลิโคน โดยมีค่าอุปกรณ์เพิ่มอีก 15,000 บาท หลังจากนั้นพบว่าจมูกคด และหายใจลำบาก เนื่องจากโครงสร้างข้างในพังไปหมดแล้ว นอกจากนี้ตนยังตั้งข้อสงสัยอย่างหนึ่ง คือหลังตื่นมาจากการศัลยกรรมที่คลินิกนี้ทั้ง 2 ครั้ง กลับไม่พบคุณหมอแล้ว ตนเห็นมีเพียงแค่พนักงานผู้หญิง ประมาณ 2-3 คน เท่านั้น

ทำให้ตนรู้สึกเกิดความกังวลและรู้สึกไม่สบายใจ

 

ต่อมา ตนตัดสินใจไปแก้จมูกครั้งที่ 3 ที่ประเทศจีน และพบว่าที่จมูกมีแค่ซิลิโคนเท่านั้น ไม่พบกระดูกซี่โครงที่เสริมในครั้งแรกแต่อย่างใด คุณหมอจึงต้องผ่าตัดเอากระดูกซี่โครงอีกข้างเพื่อมาแก้ไขจมูกแทน หลังจากบินกลับมาตนก็ยังไม่ได้มีการสอบถามไปกับคลินิก แต่เมื่อเห็นข่าวรู้สึกไม่สบายใจ จึงได้ติดต่อพี่กัน จอมพลัง และเล่าเรื่องราวของตนให้ฟัง ในวันนี้จึงเดินทางมาด้วยเพื่อต้องการตามหาความจริงว่ากระดูกซี่โครงของตนที่เคยผ่าออกมาเสริมจมูกในครั้งแรกหายไปไหน

 

ด้าน ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า วันนี้คุณกัน จอมพลัง ได้พาครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้เสียหายจากการทำศัลยกรรมที่คลินิกชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.นครปฐม เข้ามาร้องเรียน และต้องการให้ดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานการบริการของคลินิกว่าได้มาตรฐานหรือไม่ ซึ่งโดยทั่วไปการผ่าตัดศัลยกรรมจมูก ปกติแล้วมี 2 แบบด้วยกัน ได้แก่ การผ่าตัดเล็ก ที่ใช้ยาชา และการผ่าตัดใหญ่ ที่ใช้การผ่าตัดซี่โครง ร่วมด้วย ซึ่งต้องใช้วิธีการดมยาสลบและต้องมี วิสัญญีแพทย์ในการควบคุม ต้องมีการให้ออกซิเจนกับผู้ป่วย และที่สำคัญการผ่าตัดใหญ่ต้องเกิดในโรงพยาบาลเท่านั้น โดยจะต้องมีการแอดมิทเพื่อดูอาการ

จากการตรวจสอบพบว่าคลินิกดังกล่าวเปิดให้บริการมานานแล้ว และมาขอเปิดบริการห้องผ่าตัดเล็กเพิ่มในภายหลัง แต่ไม่มีห้องผ่าตัดใหญ่ และไม่ปรากฏว่ามีการขอใบอนุญาตห้องผ่าตัดใหญ่แต่อย่างใด ส่วนกรณีความผิดนั้น หากตรวจสอบแล้วพบว่าการผ่าตัดเสริมจมูกด้วยการใช้ซี่โครง ไม่ได้ทำทำการผ่าตัดในห้องผ่าใหญ่ ไม่มีวิสัญญีแพทย์ในการควบคุมดมยาสลบ และให้ออกซิเจน จะเข้าข่ายผิด พรบ. สถานบริการทันที และมีอัตราโทษเป็นไปตามระเบียบ ซึ่งหลังจากนี้จะมีการลงพื้นที่ตรวจสอบคลินิกที่เกิดเหตุร่วมกับสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ซึ่งจะลงพื้นที่โดยเร็วที่สุดคาดว่าภายในวันศุกร์นี้เพื่อหาคำตอบให้กับผู้เสียหายทั้ง 2 กรณี ฝากเตือนประชาชนว่าอย่าได้หลงเชื่อโฆษณาของสถานบริการที่ไม่ได้รับอนุญาต จาก สบส. โดยหากจะทำศัลยกรรม หรือการใช้บริการให้สังเกต สัญลักษณ์เลขอนุญาตโฆษณาที่มุมขวามือของป้ายโฆษณา หรือตรวจสอบกับ สบส. เพื่อความปลอดภัย