รวบบัญชีม้าแก๊งคอลสุดแสบ อ้างเป็นตำรวจ สภ.เสม็ด ขู่รีดเงิน นศ.สาว พัวพันฟอกเงิน เกลี้ยงบัญชี 5.5 แสน
เมื่อวันที่ 22 เม.ย.พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. สั่งการ พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ 4 บก.ปพ.จับกุมนางสาวจินตนา หรือจิน แสนอินทร์ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.1016/2568 ลงวันที่ 4 มิ.ย.68 ข้อหา”สนับสนุนการฉ้อโกงประชาชน, สนับสนุนการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จสู่ระบบฯ,เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก (บัญชีม้า) เพื่อกระทำความผิดทางเทคโนโลยี” ได้ที่บริเวณ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กทม.
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2567 มิจฉาชีพได้เริ่มกลโกงด้วยการสุ่มโทรศัพท์หาเหยื่อซึ่งเป็นนักศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เสม็ด จ.ชลบุรี แจ้งว่าเหยื่อพัวพันกับคดีฟอกเงินระดับประเทศที่มี “นายเอกชัย กองทา” เป็นหัวหน้าขบวนการเมื่อเหยื่อเริ่มตกใจ คนร้ายได้ยกระดับความแนบเนียนด้วยการ ปลอมแปลง Identity ให้แอดไลน์ “สถานีตำรวจภูธรเสม็ด” ที่มีการตกแต่งโปรไฟล์ให้น่าเชื่อถือ และวิดีโอคอลสร้างความหวาดกลัว มีการแต่งกายคล้ายตำรวจและแสดงเอกสารราชการปลอมที่มีชื่อและข้อมูลของเหยื่ออยู่ภายใน กดดันด้วยเงื่อนไขเวลา สั่งให้เหยื่อโอนเงินทั้งหมด ไปยังบัญชีที่กำหนดเพื่อทำการ ตรวจสอบเส้นทางการเงิน (Money Trail) โดยสัญญาว่าจะคืนให้ทันทีหลังตรวจสอบเสร็จ
สิ่งที่น่าสลดใจในคดีนี้ คือคนร้ายไม่ได้หยุดแค่เงินในบัญชีของนักศึกษา แต่ยังได้ใช้อุบายหลอกถามข้อมูลรายได้ของบิดามารดา โดยกำชับให้เหยื่ออ้างกับครอบครัวว่าเป็น การเก็บข้อมูลเพื่อทำการวิจัย ก่อนจะใช้ข้อมูลนั้นข่มขู่ต่อว่า ต้องโอนเงินจำนวนเท่ากับรายได้ของพ่อแม่มาตรวจสอบด้วย เพื่อยืนยันว่าครอบครัวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการฟอกเงิน ด้วยความรักครอบครัวและความกลัวที่ถูกปลูกฝังจากคำขู่ นักศึกษาจึงได้ติดต่อขอเงินจากบิดามารดาและโอนให้คนร้ายหลายครั้ง รวมความเสียหายทั้งสิ้น 552,097 บาท ก่อนที่คนร้ายจะบล็อกการติดต่อหายเข้ากลีบเมฆไป
จากการสอบสวนเบื้องต้น นางสาวจินตนา หรือจิน ยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า ตนทำงานรับจ้างทั่วไปอยู่ใน จ.อุดรธานี ต่อมาถูกหญิงชื่อ “นก” และชายชื่อ “เกียรติ” ชักชวนให้เปิดบัญชีอ้างว่าจะนำไปใช้ขายของออนไลน์ ก่อนจะพาไปที่บิ๊กซีหนองคาย ให้เปิดบัญชีธนาคาร 4 บัญชี และเปิดออนไลน์ผ่านแอปฯ อีก 4 บัญชี โดยต้องสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนทุกบัญชี และได้รับค่าตอบแทนบัญชีละ 3,000 บาท รวมเป็นเงิน 24,000 บาท ไม่คิดว่าจะถูกนำไปใช้หลอกเด็กนักศึกษาขนาดนี้

เบื้องต้นจึงถูกนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลไปยังตัวการใหญ่และผู้ร่วมขบวนการรายอื่นอีกต่อไป.
//










