นนทบุรี คืบหน้า คู่กรณีเปิดปากโต้ เรวดีเดือด ยันไม่ได้ตั้งใจรุม แฉพี่สาวถูกผลักก่อนเหตุบานปลาย
จากรณีเหตุทะเลาะวิวาทกลางซอยเรวดี ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี หลังเมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา โลกออนไลน์มีการเผยแพร่คลิปจากเพจเฟซบุ๊ก แสดงเหตุการณ์ชายขับรถเก๋งพร้อมแฟนสาวมีปากเสียงกับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ก่อนบานปลายเป็นการชกต่อย และต่อมาฝั่งรถจักรยานยนต์มีการโทรเรียกพวกเข้ามาจำนวนหลายคน จนเกิดเหตุรุมทำร้ายทั้งคนขับรถเก๋งและแฟนสาวต่อหน้าตำรวจสายตรวจ 2 นายที่เข้าระงับเหตุ แต่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ โดยคลิปดังกล่าวถูกแชร์อย่างกว้างขวางและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม
วันนี้ (21 เม.ย. 2569) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าเหตุทะเลาะวิวาทกลางซอยเรวดี จ.นนทบุรี โดยได้เข้าพบ นายสุดประเสริฐ ยิ้มเนตร อายุ 53 ปี อาชีพรับจ้าง ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และ น.ส.รัฐสุคนท์ เสน่หา ผู้ซ้อนท้าย ซึ่งเป็นญาติกันในลักษณะลูกพี่ลูกน้อง (ไม่ใช่สามีภรรยา) โดยทั้งสองฝ่ายเป็นคู่กรณีกับคนขับรถเก๋งในเหตุการณ์ดังกล่าว ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่ง
น.ส.รัฐสุคนท์ เล่าว่า ในวันเกิดเหตุ ตนซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของนายสุดประเสริฐ ขี่ออกมาจากซอยเรวดี 32 เมื่อมาถึงช่วงถนนหลัก นายสุดประเสริฐพยายามจะแซงรถเก๋งคู่กรณีทางด้านขวา แต่รถเก๋งกลับเร่งเครื่องไม่ให้แซง ประกอบกับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ใช้งานอยู่มีปัญหาแบตเตอรี่ไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดอาการกระตุกและติดๆ ดับๆ ระหว่างขับขี่
เมื่อมาถึงบริเวณซอยเรวดี 17 ฝั่งรถเก๋งเริ่มบีบแตรไล่ และเมื่อรถของนายสุดประเสริฐเกิดดับกลางทาง ก็ถูกบีบแตรซ้ำอีกครั้ง นายสุดประเสริฐจึงพยายามประคองรถเข้าชิดข้างทางเพื่อหลบให้รถเก๋งผ่านไป แต่กลับถูกขับตีคู่และเปิดกระจกตะโกนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย เช่น “ไอ้เฮีย ไอ้สัตว์ มึงนักเลงหรอ” ทำให้ตนตอบกลับไปว่าไม่ได้เป็นนักเลง พร้อมพยายามอธิบายว่าที่ต้องเบรกเพราะรถคันหน้าชะลอ และรถของตนมีปัญหาแบตเตอรี่
อย่างไรก็ตาม ฝั่งรถเก๋งยังกล่าวหาว่าขับรถเหมือนตั้งใจให้เกิดอุบัติเหตุ ก่อนจะมีปากเสียงกันสักระยะ กระทั่งคนขับรถเก๋งทำท่าจะขับออกไป ตนจึงพูดทักว่า “ด่ากันขนาดนี้แล้วจะไปเลยหรือ” ขณะเดียวกันแฟนสาวของคนขับรถเก๋งพยายามห้ามไม่ให้โต้เถียง ตนจึงยืนยันว่ามีสิทธิ์พูด เพราะไม่ได้เป็นฝ่ายผิด
จากนั้นคนขับรถเก๋งได้เปิดประตูลงมา ขณะที่นายสุดประเสริฐยังคร่อมรถจักรยานยนต์อยู่และไม่ได้ทันระวังตัว ก่อนจะเกิดการโต้เถียงกันไม่นาน คนขับรถเก๋งได้ชกนายสุดประเสริฐหลายครั้งจนล้มลง และเมื่อพยายามลุกขึ้นก็ยังถูกชกซ้ำจนหงายท้อง เนื่องจากอีกฝ่ายมีรูปร่างใหญ่และแข็งแรงกว่า
หลังจากนั้น คนขับรถเก๋งพยายามจะขึ้นรถออกจากที่เกิดเหตุ ตนจึงตะโกนถามว่าทำแบบนี้แล้วจะหนีหรือไม่ โดยอีกฝ่ายตอบว่าไม่ได้หนี ตนจึงโทรศัพท์เรียกคนรู้จักให้มาที่เกิดเหตุ เมื่อมาถึงได้พยายามเรียกให้คนขับรถเก๋งลงมาพูดคุย แต่เจ้าตัวยังคงนั่งอยู่ภายในรถ และมีการพูดในลักษณะท้าทาย
ต่อมาได้มีคนรู้จักในละแวกใกล้เคียงเดินทางมาที่เกิดเหตุเพิ่มเติม ซึ่ง น.ส.รัฐสุคนท์ ยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจจะมารุมทำร้าย แต่ต้องการให้ลงมาพูดคุยและขอโทษ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ 2 นายเดินทางมาถึง และเรียกให้คนขับรถเก๋งลงมาพูดคุย
จังหวะนั้น มีหญิงสวมเสื้อสีขาว (ซึ่งเป็นพี่สาวของ น.ส.รัฐสุคนท์ และเป็นบุคคลที่ปรากฏในคลิป) เดินเข้าไปเพื่อสอบถามเหตุการณ์ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร กลับถูกคนขับรถเก๋งใช้มือผลักจนกระเด็น ทำให้ชายชื่อ “โบ๊ท” ซึ่งเป็นลูกชายของหญิงคนดังกล่าว เห็นเหตุการณ์และเข้ามาปกป้องแม่ ก่อนจะเกิดการชุลมุนตามคลิป
น.ส.รัฐสุคนท์ ย้ำว่า หากไม่มีการผลักพี่สาว เหตุการณ์อาจไม่บานปลาย พร้อมยืนยันว่าฝั่งตนไม่ได้มีเจตนาจะรุมทำร้ายใคร แต่ยอมรับว่าช่วงชุลมุนมีการลงมือกันจริง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าต้นเหตุสำคัญมาจากความเข้าใจผิดเรื่องการขับขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่มีปัญหา รวมถึงการใช้ถ้อยคำหยาบคายของคู่กรณี
ทั้งนี้ ยังฝากถึงคู่กรณีว่า พวกตนเป็นเพียงคนทำมาหากิน ไม่ต้องการมีเรื่องกับใคร และอยากให้เหตุการณ์จบตั้งแต่จุดเกิดเหตุ โดยนายสุดประเสริฐได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้าบวมแดงเช่นกัน









