นนทบุรี คืบหน้า พ่อพยานเปิดหมดเปลือก ปมล่อมาฆ่า-รุมยำ 3 ต่อ 1 จนสิ้นใจ พร้อมเผยแชทสุดท้ายก่อนเสียชีวิต
ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญหนุ่มวัย 26 ปีถูกทำร้ายเสียชีวิตภายในร้านตัดผม ล่าสุดวันนี้ (18 เม.ย. 2569) เวลา 13.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดใจจาก นายสถาพร ม่วงวัง อายุ 33 ปี พ่อของ น.ส.ปลา (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี พยานสำคัญที่อยู่ในเหตุการณ์และเป็นผู้ถ่ายคลิปหลักฐานสำคัญในคดี
นายสถาพร เปิดเผยว่า หลังจากลูกสาวเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังว่า เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 16.30 น. ผู้เสียชีวิตขับรถมาจอดหน้าร้านก่อนเดินเข้าไปบริเวณกลางร้าน จากนั้น “เอก” ผู้ก่อเหตุได้เข้ามาลากคอผู้เสียชีวิตเข้าไปด้านหลังร้าน ก่อนจะเริ่มมีการชกต่อยกัน ต่อมาได้มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาทางด้านหลังของผู้เสียชีวิตและลงมือทำร้ายจนล้มลง ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายตามคลิปเสียง โดยผู้เสียชีวิตร้องขอความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจนหมดแรง
ลูกสาวของตนเล่าว่า หลังจากผู้เสียชีวิตแน่นิ่งแล้ว กลุ่มผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คนยังคงรุมทำร้ายต่อ พร้อมมีเสียงพูดในลักษณะว่าจะเอาให้ถึงตาย โดยใช้อุปกรณ์เหล็กของนั่งร้านลักษณะเป็นรูปตัว X รุมตีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ลูกสาวซึ่งมีอายุเพียง 15 ปี ตกใจอย่างมาก จนต้องถอยออกมานั่งบริเวณโซฟาหน้าร้าน แต่ยังคงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
นายสถาพร ยังกล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุ มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาบอกลูกสาวของตนว่า ไม่ให้ไปให้ปากคำกับใคร หากมีนักข่าวหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจมาสอบถามก็ไม่ต้องตอบ ซึ่งตนมองว่าเป็นการข่มขู่เด็ก อีกทั้งยังพยายามสร้างเรื่องว่าผู้เสียชีวิตจะเข้ามายืมเงินแล้วไม่ได้จึงเกิดเหตุทำร้ายเพื่อป้องกันตัว ในประเด็นที่มีการกล่าวอ้างว่าผู้เสียชีวิตถือมีดนั้น นายสถาพร ยืนยันจากคำบอกเล่าของลูกสาวว่า ภาพสุดท้ายที่เห็นคือผู้เสียชีวิตนอนหงาย ไม่ได้ถือมีดแต่อย่างใด และตั้งแต่เดินเข้ามาในร้านก็ไม่เห็นว่ามีอาวุธติดตัว
นายสถาพร กล่าวต่อว่า ตนพอรู้จักผู้ก่อเหตุ เนื่องจากเป็นร้านตัดผมในละแวกบ้าน และเคยไปนั่งรอพี่ตัดผม จึงเห็นว่าผู้ก่อเหตุมีภรรยาหลายคน โดยมักเดินตามอยู่ใกล้ชิด ส่วนลูกสาวของตนก็มาใช้บริการร้านนี้เป็นประจำ เพราะแม่เป็นลูกค้าประจำเช่นกัน โดยวันเกิดเหตุแม่ได้พาลูกไปส่งที่ร้าน แต่ตนไม่ทราบว่าลูกอยู่ในร้าน กระทั่งลูกส่งข้อความและคลิปมาให้จึงรู้ว่าอยู่ในเหตุการณ์ ตนมองว่าการกระทำลักษณะนี้เกินความเป็นมนุษย์ เป็นการรุมทำร้าย 3 ต่อ 1 อย่างโหดเหี้ยม ทั้งที่ผู้เสียชีวิตร้องขอชีวิต รู้สึกสะเทือนใจมาก แถมยังตอแหลพูดความจริง ไม่มีความเป็นลูกผู้ชาย และยืนยันว่าจะต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมให้ถึงที่สุด
นอกจากนี้ ตนยังตั้งข้อสังเกตถึงคำให้ข่าวของฝั่งผู้ก่อเหตุที่กล่าวอ้างว่าผู้เสียชีวิตติดยาและมาขอยืมเงิน ว่าไม่เป็นความจริง เพราะผู้เสียชีวิตมีเพื่อนฝูงและฐานะที่ไม่จำเป็นต้องไปยืมเงินใคร อีกทั้งมองว่าประเด็นเรื่องโทรศัพท์อาจเป็นเพียงข้ออ้างในการล่อผู้เสียชีวิตมาที่ร้าน และเชื่อว่าเป็นการวางแผนมาก่อน โดยมีปมความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับหญิงรายหนึ่งชื่อ “เกด” นอกจากนี้ย้อนไปเมื่อหลายปีมาแล้วตัวของนายเอกก็เคยมีปัญหากับคู่กรณีรายอื่นโดยมีการแทงกันในร้านลักษณะนี้เช่นเดียวกันแต่ตัวเค้าเป็นคนบาดเจ็บจากอาวุธมีด เพราะสู้ไม่ได้ ซึ่งคาดว่าเป็นเรื่องชู้สาวเช่นเดียวกัน โดยเหตุการณ์นั้นนายเอกได้เรียกค่าเสียหายกับฝ่ายตรงข้ามแล้วได้เงินไปจำนวนหนึ่ง
นายสถาพร ยังกล่าวอีกว่า หากลูกสาวของตนไม่ได้ถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน รูปคดีอาจถูกบิดเบือนไปอีกทางตามคำกล่าวอ้างของผู้ก่อเหตุ ถือเป็นโชคดีที่มีหลักฐานชัดเจน และลูกสาวของตนไม่ได้รับอันตรายจากเหตุการณ์
ขณะที่ นายธนโชติ หรือ “ตูน” อายุ 26 ปี เพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิต ได้นำแชทเฟซบุ๊กและข้อมูลการติดต่อครั้งสุดท้ายมาเปิดเผย รวมถึงห้าบาดแผลของผู้เสียชีวิตที่มีร่องรอยลักษณะคล้ายถูกมีดแทง ซึ่งต่างจากคำให้การของผู้ต้องหา โดยระบุว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้บ่นให้ฟังว่าถูกอีกฝ่ายตามราวี ทั้งที่ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวด้วย โดยเป็นการติดต่อประสานมาจากลูกค้าตัดผมที่รู้จักตนแล้วฝากมาบอกว่าให้เข้าไปเอาโทรศัพท์ที่ “เกด” ฝากไว้
นายตูน เล่าว่า เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ตนได้พาผู้เสียชีวิตไปที่ร้านดังกล่าว และได้พูดคุยกับ “เอก” ซึ่งแจ้งว่าร้านปิด ให้มาหลังสงกรานต์ จึงแยกย้ายกันไป กระทั่งวันเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตโทรหาตนในช่วงเช้าแต่ตนไม่ได้รับสาย และเมื่อโทรกลับในช่วงเย็น ผู้เสียชีวิตบอกว่าจะมาหา ก่อนจะขาดการติดต่อไปตามแชท เวลาประมาณ 16.19 น. ที่ตนทักไปว่า “อยู่ไหนอะ” จากนั้นตี๋ก็ไม่ตอบอีกเลย ซึ่งหากว่าตอนนั้นตนรับสายหรือตี๋ตอบตนคิดว่าคงจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้เพราะตนก็คงจะต้องไปกับเพื่อนพร้อมกัน
ส่วนในเรื่องความสัมพันธ์ นายตูน ระบุว่า ไม่แน่ชัดว่าผู้เสียชีวิตคบหากับ “เกด” หรือไม่ก่อนหน้านี้หรือไม่ แต่ฝ่ายหญิงมักไปหาตี๋เพื่อนตนในช่วงเวลากลางคืนเป็นประจำก่อนจะแยกย้ายกันตามปกติ ซึ่งทั้ฝสองคนนั้นไม่ได้ติดต่อกันนานมากกว่า 1 ปี แล้ว ส่วนจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ เท่าที่ที่ตนทราบมาทางด้านตี๋ เพื่อนของตนเป็นลูกค้าประจำที่ร้านตัดผม คงมีโอกาสเจอน.ส.เกด ที่ร้าน และคงแลกการติดต่อกันส่วนตัวจึงมีการพูดคุยกัน ส่วนรายละเอียดที่เริ่มคุยกันตอนไหนตนไม่ทราบ

นายตูน กล่าวด้วยความสะเทือนใจว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรุนแรงเกินไป ผู้เสียชีวิตไม่ใช่คนสู้คน และมีการร้องขอชีวิต แต่กลับถูกทำร้ายซ้ำโดยไม่มีใครช่วยห้าม ทั้งที่มีผู้ก่อเหตุถึง 3 คน ซึ่งตนมองว่าเป็นการกระทำที่โหดร้ายเกินไป ส่วนเย็นวันนี้และครอบครัวของเพื่อนจะนำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดบางพัง อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี










