วันพุธ, มิถุนายน 17, 2026
ในประเทศ

นนทบุรี เตือนภัย แขกขาวใช้มุกแบงก์พันขอคืน หลอกพ่อค้างงก่อนเชิดเงินทอนหนี 

นนทบุรี เตือนภัย แขกขาวใช้มุกแบงก์พันขอคืน หลอกพ่อค้างงก่อนเชิดเงินทอนหนี

 

วันที่ 12 เม.ย.69 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ภก.วสุท โสมศิริกูล อายุ 37 ปี เจ้าของร้านขายยา ซึ่งตกเป็นผู้เสียหาย หลังถูกคนร้ายลักษณะคล้ายชาวต่างชาติแขกขาว อายุประมาณ 30–35 ปี ใช้กลลวงซื้อยาแก้แพ้ราคา 180 บาท ก่อนอาศัยจังหวะสร้างความสับสนจนทำให้ผู้เสียหายเสียทั้งเงินทอนและยา รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 1,000 บาท

 

ภก.วสุท เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 เม.ย. เวลาประมาณ 20.00 น. มีชายลักษณะคล้ายแขกเข้ามาที่ร้าน โดยเปิดภาพตัวอย่างยาในโทรศัพท์มือถือให้ดูแล้วถามว่าที่ร้านมีสินค้าดังกล่าวขายหรือไม่ ตนจึงตอบว่ามี จากนั้นชายคนดังกล่าวบอกว่าจะซื้อ 1 กล่อง และยื่นธนบัตรใบละ 1,000 บาทให้ชำระค่ายา ซึ่งยามีราคา 180 บาท ตนจึงทอนเงินให้จำนวน 820 บาท

 

หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวกลับขอต่อรองราคา โดยบอกว่าขอลดเหลือ 150 บาทได้หรือไม่ ตนจึงตอบว่าไม่ได้ ต้องขายตามราคาเดิม เมื่อไม่ได้ตามที่ต้องการ คนร้ายจึงทำทีบอกว่าไม่เอาแล้ว และคืนยาให้ พร้อมกับแบมือเพื่อขอธนบัตร 1,000 บาทคืน ตนจึงหยิบเงินคืนให้ พร้อมเอาเงินทอนคืนมาด้วยในจำนวน 820 บาท

 

ต่อมาคนร้ายยังหยิบวิตามินซีจากชั้นวางสินค้าและยื่นให้ตน พร้อมถามว่า “ถ้าเอา 2 อย่างนี้ 180 บาทได้ไหม” ตนจึงตอบว่าไม่ได้เช่นกัน คนร้ายจึงเก็บวิตามินซีคืน แล้วหยิบยาตัวแรกมา และขอเงินทอนจากตน ซึ่งตอนนั้นตนสับสนและลืมว่าได้คืนเงินไปหมดแล้ว โดยขณะนั้นตนยังไม่ได้เอะใจว่าเกิดอะไรขึ้น

 

ภก.วสุท เล่าว่า หลังเหตุการณ์ผ่านไป ตนนั่งเล่นเฟซบุ๊กและไปเจอโพสต์ในกลุ่มร้านขายยาที่มีการลงรูปชายต้องสงสัย ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับคนที่เพิ่งมาซื้อยาที่ร้านของตน จึงเปิดกล้องวงจรปิดภายในร้านย้อนหลังดู จึงพบว่าคนร้ายได้หยิบธนบัตร 1,000 บาทคืนไปแล้วตั้งแต่ช่วงที่ทำทีคืนสินค้า ทำให้ตนเสียทั้งเงินสดและยา รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 1,000 บาท

 

เบื้องต้นตนยังไม่ได้เข้าแจ้งความ แต่ตั้งใจว่าจะไปแจ้งความกับตำรวจหลังจากปิดร้านในวันนี้ พร้อมกันนี้ยังได้โพสต์สอบถามในกลุ่มร้านขายยา ซึ่งพบว่ามีหลายร้านเคยถูกคนลักษณะเดียวกันก่อเหตุลักษณะนี้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ร้านของตนเพิ่งถูกก่อเหตุครั้งแรก โดยก่อนหน้านี้คนร้ายรายนี้ยังเคยก่อเหตุในพื้นที่บางบัวทอง ทั้งร้านขายยาและตามตลาดนัดหลายแห่ง ก่อนจะมาก่อเหตุที่ร้านของตน บางร้านที่ถูกก่อเหตุไม่มีภาพจากกล้องวงจรปิด จึงไม่ได้เข้าแจ้งความ ทำได้เพียงโพสต์เตือนภัยกันในกลุ่มเท่านั้น ตนอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี แม้ว่าตนจะไม่ได้เดือดร้อนมากนัก แต่ในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้พ่อค้าแม่ค้าหลายคนลำบากกันอยู่แล้ว

ซึ่งร้านตนอยู่ใกล้โรงพักไทรน้อยมาก อยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงพัก ข้างร้านก็เป็นร้านอาหารของตำรวจ แต่คนร้ายยังกล้าลงมือก่อเหตุ ทั้งที่ในร้านมีกล้องวงจรปิดตั้ง 7 ตัว และหน้าร้านอีก 3 ตัว ก็ยังไม่เกรงกลัวอะไร