อดเที่ยวสงกรานต์ คอมมานโดซิวหนุ่มเปิดบัญชีม้า อ้างสาวสนิทเปิด บช. ตุ๋นเหยื่อสูญเงินครึ่งแสน
อดเที่ยวสงกรานต์ คอมมานโดซิวหนุ่มเปิดบัญชีม้า อ้างสาวสนิทเปิด บช. ตุ๋นเหยื่อสูญเงินครึ่งแสน
เมื่อวันที่ 12 เม.ย.พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. ได้สั่งการให้ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.4 บก.ปพ.จับกุมนายภาคิน หรือขวัญ อายุ 41 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ตามหมายจับศาลจังหวัดฮอด ที่ 42/2569 ข้อหา “เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอม และให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” ได้ที่บริเวณหน้าสถานีรถไฟกรุงเทพอภิวัฒน์ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อปลายปี 2566 ผู้เสียหายรายหนึ่งถูกมิจฉาชีพหลอกผ่านโฆษณาโซเชียลมีเดีย อ้างว่าเป็น “งานพิเศษออนไลน์” เพียงแค่กดไลก์สินค้าหรือรีวิวสินค้าก็ได้เงินง่าย ๆ โดยมีพฤติการณ์สร้างความเชื่อใจ ในช่วงแรกมิจฉาชีพจะโอนเงินค่าตอบแทนหลักสิบหลักร้อยให้จริง เพื่อให้เหยื่อตายใจว่าไม่ใช่การหลอกลวง เมื่อเหยื่อเชื่อสนิทใจ แอดมินจะชักชวนให้ทำ “ภารกิจพิเศษ” ที่ต้องมีการ สำรองเงินล่วงหน้า โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นเป็นเท่าตัว ผู้เสียหายรายนี้โอนเงินไปรวมกว่า 40,000 บาท แต่เมื่อจะถอนเงินกลับถูกอ้างว่าระบบขัดข้อง ต้องจ่าย “ค่าปลดล็อก” หรือ “ค่าธรรมเนียม” เพิ่มเติม จนสุดท้ายสูญเงินไปเกือบครึ่งแสนบาท และถูกบล็อกการติดต่อในที่สุด
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายภาคิน ผู้ต้องหา ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง โดยอ้างว่าตนเองก็ถูกหลอกเช่นกัน โดยระบุว่าได้พูดคุยกับหญิงสาวรายหนึ่งผ่านช่องทางออนไลน์จนเกิดความสนิทสนม ต่อมาฝ่ายหญิงได้หว่านล้อมให้ตนไปเปิดบัญชีธนาคารให้เพื่อใช้ทำธุระบางอย่าง ตนเห็นว่าเป็นคนคุ้นเคยจึงยอมเปิดให้ โดยไม่คาดคิดว่าจะถูกนำไปใช้เป็นบัญชีทางผ่าน (บัญชีม้า) ในการรับเงินจากเหยื่อที่ถูกหลอกทำงานออนไลน์
เบื้องต้นชุดสืบสวนยังไม่ปักใจเชื่อ ผู้ต้องหาจะอ้างว่าถูกหลอกให้เปิดบัญชี แต่ตามกฎหมายปัจจุบันการยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีโดยเล็งเห็นผลว่าอาจนำไปใช้ในทางทุจริต ถือเป็นความผิดร้ายแรงตาม พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการบันทึกจับกุมและนำตัวนายภาคิน ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ฮอด จว.เชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ฝากแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการถูกหลอกให้เปิดบัญชี หรือการหลงเชื่องานออนไลน์ที่อ้างรายได้สูงเกินจริง เพราะนอกจากจะสูญเสียทรัพย์สินแล้ว หากยอมเปิดบัญชีให้ผู้อื่นก็อาจต้องจบลงด้วยการถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกับเหตุการณ์นี้

