วันเสาร์, มิถุนายน 20, 2026
Latest:
ในประเทศ

นนทบุรี วงจรปิด จับหนุ่มสุรินทร์แค้นรัก ย่องพ่นสเปรย์ด่า แฟนเก่า “พวกบ้านนอก” พร้อมขู่ฆ่าก่อนเผาบ้านอ้างถูกดูถูก-ใส่ร้าย 

นนทบุรี วงจรปิด จับหนุ่มสุรินทร์แค้นรัก ย่องพ่นสเปรย์ด่า แฟนเก่า “พวกบ้านนอก” พร้อมขู่ฆ่าก่อนเผาบ้านอ้างถูกดูถูก-ใส่ร้าย

 

วันนี้ (3 เม.ย. 2569) เวลา 16.00 น. ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ พ.ต.ท.ภูษิณธร ยี่ภู่ รอง ผกก.สส.สภ.รัตนาธิเบศร์ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุมตัว นายบุญฤทธิ์ หรือ “ป๊อก” ทองด้วง อายุ 22 ปี ชาวจังหวัดสุรินทร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี เลขที่ 451/2569 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2569 ในความผิดฐาน “วางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น” โดยสามารถจับกุมตัวได้บริเวณหน้าห้องพักแห่งหนึ่ง ในอาคารชุดเอื้ออาทรหทัยราษฎร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร

 

ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์วันที่ 12 ก.พ. 2569 เวลา 20.47 น. บริเวณที่เกิดเหตุ บ้านเลขที่ 78 ภายในซอยเลี่ยงเมืองนนทบุรี 14 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี พบว่าผู้ต้องหาได้เดินเข้ามาภายในซอยบ้านผู้เสียหาย โดยถือสีสเปรย์สีดำมาพ่นข้อความข่มขู่บนพื้นคอนกรีตบริเวณถนน โดยพ่นข้อความว่า “พวกบ้านนอก”

 

ต่อมาวันที่ 10 มี.ค. 2569 เวลา 21.08 น. ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพผู้ก่อเหตุบริเวณหน้าซอย ขณะมีการเตรียมหยิบเสื้อเพื่อเตรียมก่อเหตุเผาบ้าน จากนั้นได้เดินเข้าไปก่อเหตุวางเพลิงก่อนหลบหนีไป

 

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับ (ขอปิดนามเพื่อความปลอดภัย) ซึ่งประสงค์ขอรับสินบนรางวัลนำจับ ว่า นายบุญฤทธิ์ หรือป๊อก ทองด้วง ผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว พักอาศัยอยู่ที่ห้องเลขที่ 664/20 ชั้น 3 อาคาร 29 อาคารชุดเอื้ออาทรหทัยราษฎร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบชายมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับยืนอยู่บริเวณหน้าห้องพัก จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมแสดงบัตรประจำตัว แสดงหมายจับ และแสดงความบริสุทธิ์ใจให้ผู้ต้องหาดู

 

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้อ่านหมายจับให้ผู้ต้องหาฟังจนเข้าใจดีแล้ว โดยนายบุญฤทธิ์ หรือป๊อก รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรีจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิให้ทราบ ซึ่งผู้ต้องหารับทราบข้อกล่าวหาและสิทธิของตนเป็นอย่างดี ก่อนถูกควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการควบคุมตัว นายบุญฤทธิ์ ผู้ต้องหา ได้ให้การรับสารภาพว่า สาเหตุของการก่อเหตุเกิดจากปัญหาความสัมพันธ์กับคนคุยเก่า โดยอ้างว่าถูกฝ่ายหญิงดูถูก ใส่ร้าย และมักทำตัวตีตัวออกห่างจากตน ทั้ง ๆ ที่ผ่านมาตนดูแลมาอย่างดี จึงเกิดความไม่พอใจ โดยทั้งคู่รู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊ก และตนเสียเงินเสียทรัพย์สินไปกับความสัมพันธ์ครั้งนี้จำนวนมาก

 

นายบุญฤทธิ์ กล่าวต่อว่า หากฝ่ายหญิงต้องการเลิกกันก็ควรพูดคุยกันดี ๆ แต่กลับใช้วิธีด่าทอและกล่าวหาตน ทำให้เกิดความโกรธแค้น จึงตัดสินใจเผาเสื้อผ้าภายในบ้านของฝ่ายหญิงประมาณ 2 ตัว โดยไม่ได้มีการเตรียมน้ำมันเชื้อเพลิงไปล่วงหน้า ส่วนสิ่งของที่ถืออยู่ในมือขณะก่อเหตุเป็นเพียงสเปรย์เท่านั้น พร้อมยอมรับว่าที่เลือกเผาบ้านเพราะไม่ต้องการฆ่าใคร แม้ในตอนแรกจะคิดถึงขั้นฆ่า แต่สุดท้ายไม่ได้ทำ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้หลบหนีไปไหน และในส่วนของการขอโทษ ผู้ต้องหาระบุว่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายได้เลย ไม่มีคำว่าขอโทษ

 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายบุญฤทธิ์ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ โดยผู้ต้องหาได้ชี้จุดบริเวณหน้าบ้านที่ใช้สเปรย์พ่นข้อความบนพื้นคอนกรีตว่า “พวกบ้านนอก” ก่อนจะพาเจ้าหน้าที่เข้าไปชี้จุดภายในบ้าน และสาธิตวิธีการจุดไฟเผาทรัพย์สินภายในบ้าน

 

ด้านน.ส.เกสรา หรือน้องไหม อายุ 20 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ในคืนเกิดเหตุตนยังไม่ได้นอนพักผ่อน และขณะนี้ความสัมพันธ์กับผู้ต้องหาได้ยุติลงแล้ว เหลือเพียงสถานะเป็นแฟนเก่าเท่านั้น โดยมองว่าสาเหตุที่ผู้ต้องหาก่อเหตุน่าจะมาจากความหมั่นไส้ เนื่องจากความสัมพันธ์จบลงไม่ดีและมีการด่าทอกันก่อนหน้านี้ ยืนยันว่าไม่ได้มีบุคคลอื่นหรือชู้เข้ามาเกี่ยวข้อง

น้องไหม ผู้เสียหาย กล่าวอีกว่า หลังจากตนไปแจ้งความ ผู้ต้องหาได้ทักไปด่ารุ่นพี่ของตน พร้อมฝากข้อความมาข่มขู่ว่า “เดี๋ยวมึงเจอกูแน่ จะเอาปืนมายิงมึง” อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ มีเพียงทรัพย์สินและข้าวของภายในบ้านบางส่วนได้รับความเสียหายจากการถูกเผาเท่านั้น