บช.ปส. เดินหน้าเชิงรุก ชุมชนปลอดภัย ได้ลูกหลานกลับคืน ชูโมเดลชุมชนบางบัวเข็มแข็งเป็นต้นแบบ
วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ วัดบางบัว และชุมชนวัดบางบัว เขตจตุจักร กทม. พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. ได้เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์
ให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดและตรวจเยี่ยมชุมชน โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่าง บช.ปส. และภาคีเครือข่าย อาทิศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) กองทัพไทย, สำนักงาน ป.ป.ส.,
สำนักอนามัย กทม., สำนักงานเขตจตุจักร, สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานคร, การไฟฟ้าบางเขน,สน.บางเขน และผู้นำชุมชน เพื่อประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันว่าชุมชนวัดบางบัวจะไม่ยอมให้ยาเสพติดเข้ามาแพร่ระบาดในชุมชนอย่างเด็ดขาด
กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ภายใตการนำของ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันที่เข็มแข็งจากภายในชุมชน จึงได้ริเริ่ม “โครงการชุมชนปลอดภัย ได้ลูกหลานกลับคืน” โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัย ลดความหวาดกลัว และสร้างความยั่งยืนด้วยกลไก “ประชารัฐ”
สำหรับการดำเนินงานในพื้นที่ชุมชนบางบัว บช.ปส. โดยกองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจ ปราบปรามยาเสพติด 1 ได้ขับเคลื่อนโครงการผ่าน 3 ระยะ คือ การสร้างความปลอดภัยด้วยการปราบปรามนำการสร้างความเข็มแข็ง และการส่งมอบความยั่งยืน ซึ่งจากการดำเนินงานตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลาประมาณ 3 เดือนเศษ ปรากฏผลการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ดังนี้:
• ด้านการปราบปรามและบำบัด: ดำเนินการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยในชุมชนจำนวน 4 ราย และอยู่ระหว่างเฝ้าระวัง 2 ราย พร้อมตรวจพบผู้เสพสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา 5 ราย
ณ ศูนย์บริการสาธารณสุข 24 และ 51 นอกจากนี้ยังได้ประสานการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจำนวน 8 ราย เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาที่เหมาะสม ณ โรงพยาบาลศรีธัญญา และจะดำรงมาตรการปราบปรามอยางตอเนื่อง
• ด้านการสร้างภูมิคุ้มกัน: จัดกิจกรรม “ยุวชนสยบไพรี” เพื่อสร้างความรู้และค่านิยมในการปฏิเสธยาเสพติดใหแกเยาวชนโรงเรียนบางบัวกว่า 200 คน โดยมีการคัดเลือกผู้นำยุวชนสยบไพรีจำนวน10 คน เพื่อทำหน้าที่สอดส่องเป็นหูเป็นตาและชักชวนเพื่อนเยาวชนไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด พร้อมทั้งดำเนินการสุ่มตรวจปัสสาวะกลุ่มเสี่ยงเด็กเยาวชน 23 คน ไม่พบสารเสพติด นอกจากนี้ยังร่วมกับเจ้าอาวาสวัดบางบัวทำการตรวจหาสารเสพติดกับพระภิกษุ35 รูป ซึ่งไม่พบสารเสพติดเช่นกัน
ด้านการปรับภูมิทัศนฺ: ร่วมกับสำนักงานเขตจตุจักรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาพื้นที่,พื้นที่เสี่ยงและจุดอับในชุมชนวัดบางบัว และปรับปรุงพัฒนาสภาพแวดล้อมชุมชนให้น่าอยู่ โดยการทำความ สะอาดในตรอกซอกซอย,เก็บขยะ,ตัดแต่งต้นไม้และปรับปรุงสะพานถนนทางเดิน พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด6 จุด และเพิ่มไฟฟ้าส่องสว่างรวม 25 จุด เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและลดปัจจัยในการก่อเกิดอาชญากรรมในชุมชน
• ด้านความยั่งยืนและสวัสดิการ: สร้างขวัญกำลังใจให้คนในชุมชนโดยการมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่กลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยจิตเวช และประชาชนในพื้นที่ มีการจัดหน่วยสาธารณสุข
ตรวจสุขภาพและสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครประสานงานด้านอาชีพให้กับคนในชุมชน พร้อมทั้งจัดตั้ง
เจ้าหนัาที่ตำรวจประสานชุมชมจำนวน 2 นาย เพื่อเป็นผู้ประสานงานอย่างใกล้ชิด และมีการจัดทำ“ธรรมนูญและวาระชุมชนวัดบางบัว”โดยประธานชุมชน เพื่อเป็นข้อตกลงร่วมกันในการเฝ้าระวังยาเสพติด
และกิจกรรมในครั้งนี้พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. ได้มอบป้าย “สีขาว” ให้กับวัดบางบัวและโรงเรียนบางบัว เพื่อแสดงถึงความเข้มแข็งปลอดยาเสพติด พร้อมมอบเสื้อและหมวกเพื่อเป็นเกียรติให้กับ
นายชาติ ฉุนกระมล บุคคลต้นแบบของชุมชนบางบัว ซึ่งได้รับการยอมรับจากชุมชนว่าเป็นบุคคลที่เสียสละ
มีจิตอาสาคอยเป็นหูเป็นตาให้กับชุมชน และมอบให้กับยุวชนสยบไพรี10 ราย เยาวชนต้นกล้าที่จะเป็นกำลัง
ในการป้องกันยาเสพติดในชุมชน
โดยในส่วนของภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันออกบูธ จัดกิจกรรมให้ความรู้โทษภัยยาเสพติดจากสำนักงาน ปปส.และกทม. มีบูธจากจัดหางาน กทม.ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือคนในชุมชนในการ
ทำงาน สร้างอาชีพ,บูธบริการตรวจสุขภาพและให้คำปรึกษาฟรีให้กับคนในชุมชนโดยสำนักอนามัย กทม. และรวมถึงกิจกรรมมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเปนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในชุมชน
พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. ได้เน้นย้ำถึงเจตนารมณ์และเป้าหมายสูงสุดของภารกิจในครั้งนี้ว่า “กิจกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชุมชนบางบัวไม่ใช้เพียงการตรวจเยี่ยมตามวงรอบภารกิจปกติแต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างมิตรภาพที่ยั่งยืนระหว่างตำรวจกับประชาชน เพื่อมุ่งหวังให้ชุมชนเกิดความเข็มแข็งและมีขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองเพื่อป้องกันภัยยาเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
“เป้าหมายสูงสุดของพวกเรา คือการได้เห็นพี่น้องประชาชนในชุมชนใช้ชีวิตอย่างปกติสุข ลดความหวาดกลัวต่ออาชญากรรม และสร้างความไว้วางใจต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ‘โครงการชุมชนปลอดภัย ได้ลูกหลาน
กลับคืน’ จึงไม่ใช้เพียงแค่ปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดเท่านั้น แต่คือการส่งมอบความรัก ความห่วงใย และการหยิบยื่นโอกาสให้ลูกหลานที่เคยผิดพลาดได้กลับคืนสู้ครอบครัว เพื่อเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนา ชาติสืบไป” ผบช.ปส. กล่าว
ทั้งนี้ ตำรวจ ปส. จะบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งสรัางความร่วมมือกับผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความเข็มแข็งใหักับชุมชน และทำให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัย หีางไกลจากปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน











