สายตรวจเพชรเกษมรวบหนุ่ม ซิ่ง จยย.พกยาเสพติด แถมหนีหมายคดีฉ้อโกงออนไลน์”
“สายตรวจเพชรเกษมรวบหนุ่ม ซิ่ง จยย.พกยาเสพติด แถมหนีหมายคดีฉ้อโกงออนไลน์”
วัวันที่ 16 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 23.00 น.ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม
พ.ต.ท.กมเลศ พูลสุขโข รอง ผกก ป.ฯ พ.ต.ท.สุพัฒน์ พลหนองหลวง สวป.สน.เพชรเกษม
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร.ต.ท.พัชรวิชช์ วรชิตภักดีพันธ์ รองสว.(ป.) สน.เพชรเกษม ด.ต.รัชพล ไทยโสภา,จ.ส.ต.สยมภู
ชื่นวงค์, ,จ.ส.ต.ชัยยา ชมผาสาท ,ส.ต.อ.ธนาคาร ถุงเสน ,ส.ต.ต.ฤทธิเดช หีตฤทธิ์,ส.ต.ต.ปรมัตต์ สายน้อย,
ส.ต.ต.ทรงกฤษณ์ จันทับ ผบ.หมู่ ป.สน.เพชรเกษม
ได้ร่วมกันจับกุม นายวรพลหรืออาร์ต อายุ 28 ปี
จับได้บริเวณภายในตึกร้าง ซอยบางแค 16 แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ พร้อมของกลาง โดยกล่าวหาว่า 1. มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( เมทแอมเฟตามีน ยาไอซ์) โดยการมีไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย
2.มียาเสพติดให้โทษประเภท 2 เคตามีน โดยการมีไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย
3. เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน ยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย
4. ขับขี่ยานพาหนะเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน ยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย
พร้อมด้วยของ 1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์ บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสแบบกดปิด-ดึงเปิด
จำนวน 1 ถุง น้ำหนักถุงเปล่า 0.30 กรัม น้ำหนักยารวมถุง 0.42 กรัม น้ำหนักยาประมาณ 0.12 กรัม
2.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์ บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสแบบกดปิด-ดึงเปิด
จำนวน 1 ถุง น้ำหนักถุงเปล่า 0.30 กรัม น้ำหนักยารวมถุง 0.36 กรัม น้ำหนักยาประมาณ 0.06 กรัม
3.ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 เคตามีน บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสแบบกดปิด-ดึงเปิด จำนวน 1 ถุง น้ำหนักถุงเปล่า 0.23 กรัม น้ำหนักยารวมถุง 0.45 กรัม น้ำหนักยาประมาณ 0.22 กรัม
4.กระเป๋าใส่เหรียญสีเหลือง
5.กระเป๋าสะพายคาดอกสีส้ม ยี่ห้อMCM
6.ผลตรวจหาสารเสพติด เมทแอมเฟตามีนของ นายวรพลฯ จากรพ.ราชพิพัฒน์ ผลเป็นบวก เลข HN.10527/56
7.ใบยินยอมในการตรวจหาสารเสพติดของนายวรพล ธนรัตนชัย
ตำแหน่งที่พบของกลาง ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าใส่เหรียญสีเหลือง ในกระเป๋าสะพายคาดอกสีน้ำตาล ยี่ห้อMCM ที่ตัว
นายวรพลฯ สะพายอยู่ขณะตรวจค้น
พฤติการณ์กล่าวคือ ก่อนวันเวลาจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้ เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมออกตรวจพื้นที่ตามปกติ เมื่อมาถึงกลางซอยเพชรเกษม 69 แขวงหลักสอง เขตบางแค กทม. พบนายวรพลหรืออาร์ต (ทราบชื่อนาม-สกุลภายหลัง) ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น ดรีม สีฟ้า-ขาว ทะเบียน 4กบ790 กทม. มีท่าทีอาการพิรุธต้องสงสัย คล้ายบุคคลมีสิ่งของผิดกฎหมาย เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้เรียกให้หยุดรถ เมื่อหยุดรถแล้ว เจ้าพนักงานตำรวจจึงแจ้งความประสงค์ขอตรวจค้น ในขณะตรวจค้นมีไฟส่องสว่างจากเสาไฟฟ้าและไฟฉายจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมี ส.ต.อ.ธนาคารฯ เป็นผู้ตรวจค้น ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เหลือยืนดูสังเกตการณ์สามารถมองเห็นการตรวจค้นได้อย่างชัดเจน ผลการตรวจค้น พบของกลางลำดับที่ 1,2 และ3 ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าใส่เหรียญสีเหลือง ซึ่งในกระเป๋าสะพายคาดอกสีน้ำตาล ยี่ห้อMCM ที่นายวรพลฯ สะพายคาดอกในอยู่ขณะตรวจค้น นายวรพลฯ ยอมรับว่าของกลางลำดับที่ 1,2 และ3 ที่ตรวจพบเป็นของตนจริง เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ นายวรพลฯ ทราบว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( เมทแอมเฟตามีน ยาไอซ์) โดยการมีไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย ,มียาเสพติดให้โทษประเภท 2 เคตามีน โดยการมีไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย จากนั้นได้นำตัวนายวรพลฯ พร้อมของกลาง มาที่ สน.เพชรเกษม เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้สอบถามเกี่ยวกับการใช้สารเสพติด นายวรพลฯ รับว่าได้เสพยาไอซ์ เมื่อสองวันก่อน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงทำการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะเบื้องต้นของนายวรพลฯ ผลปรากฏว่าเป็นบวก จึงได้นำน้ำตัวอย่างปัสสาวะของ นายวรพลฯ ไปตรวจทดสอบหาสารเสพติดในร่างกายเพื่อยืนยันผลจาก รพ.ราชพิพัฒน์ฯ ปรากฏผลการตรวจเป็นบวกตามหนังสือรับรองผลการตรวจ (ตามรายการของกลางลำดับที่ 6 ) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้นายวรพลฯ เพิ่มเติมทราบว่า เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน ยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย ,
ขับขี่ยานพาหนะเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน ยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย จากการสอบถามนายวรพลฯ รับว่ายาไอซ์และยาเคตามีน ดังกล่าวเป็นของตนจริง โดยได้มาจากรุ่นพี่ชื่อนายกาย (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ เขตหนองแขม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาข้างต้นพร้อมแจ้งสิทธิ์ตามกฎหมายให้ นายวรพลฯ ทราบ จัดทำบันทึกการจับกุม เอกสารประกอบการจับกุม และได้ควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ในการจับกุมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ตรวจสอบบุคคลตามหมายจับผ่านระบบ CRIME ONLINE ปรากฏว่า นายวรพล ธนรัตนชัย ยังเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.1510/2568 ซึ่งได้กระทำความผิดฐาน “ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อ กิจการที่ตนเกี่ยวข้อง , สนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยการหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”

