วันเสาร์, มิถุนายน 20, 2026
Latest:
ในประเทศ

ป.ป.ส. แจงชัด คดีหนุ่มคลั่งฟันแม่ลูกที่สิชล ตรวจแล้ว ไม่พบสารเสพติด เลขาฯ ป.ป.ส.สั่งสอบลึก ชี้เป็นอาการป่วยจิตเวช พร้อมเตือนครอบครัวเฝ้าระวังใกล้ชิด

ป.ป.ส. แจงชัด คดีหนุ่มคลั่งฟันแม่ลูกที่สิชล ตรวจแล้ว ไม่พบสารเสพติด

เลขาฯ ป.ป.ส.สั่งสอบลึก ชี้เป็นอาการป่วยจิตเวช พร้อมเตือนครอบครัวเฝ้าระวังใกล้ชิด

 

จากกรณีเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ปรากฏตามสื่อมวลชน กรณีชายหนุ่มเกิดอาการคลุ้มคลั่งบุกใช้มีดฟันมารดาและเด็กจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนหลบหนีไปล้างตัวที่คาร์แคร์ ในพื้นที่ ม.4 ต.สี่ขีด อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกและเกิดข้อสงสัยในสังคมว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากอาการหลอนยาเสพติดหรือไม่ นั้น

 

พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้สั่งการด่วนให้ นายโชติพันธ์ จุลเพชร ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส. ภาค 8 พร้อมเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและประวัติของผู้ก่อเหตุอย่างละเอียด เพื่อให้ความกระจ่างแก่สังคม

 

จากการตรวจสอบประวัติของ นายภาณุพงศ์ อายุ 18 ปี ผู้ก่อเหตุ ผ่านฐานข้อมูลระบบ DN ระบบ CRIMES ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และระบบรับเรื่องร้องเรียนสายด่วน ป.ป.ส. 1386 ไม่พบประวัติการถูกจับกุมหรือถูกร้องเรียนในคดียาเสพติดแต่อย่างใด แม้ในอดีตผู้ก่อเหตุจะเคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด แต่ได้สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาในระบบข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด (บสต.) ณ โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ โดยมีข้อมูลยืนยันว่า ผู้ก่อเหตุได้เลิกเสพยาเสพติดมามาแล้วระยะหนึ่ง และในขณะเกิดเหตุพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการส่งตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด ซึ่งผลการตรวจยืนยันอย่างชัดเจนว่า ไม่พบสารเสพติดในร่างกายแต่อย่างใด

 

พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า “จากการสืบสวน พบว่า มูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ เป็นผลมาจากภาวะการป่วยทางจิตเวชและมีอาการทางสมองร่วมด้วย ซึ่งตัวผู้ก่อเหตุต้องทานยาเคมีเพื่อปรับสมองเป็นประจำทุกวัน ประกอบกับมีประวัติบุคคลในครอบครัว (บิดา) เป็นผู้ป่วยจิตเวชเช่นเดียวกัน เหตุการณ์นี้จึงเป็นเรื่องของอาการป่วยทางจิตที่กำเริบ ไม่ใช่การหลอนยาเสพติดอย่างที่สังคมตั้งข้อสงสัยในเบื้องต้น”

 

เตือนภัยและแนะวิธีสังเกตพฤติกรรมผู้ป่วยจิตเวช

เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้แสดงความห่วงใยต่อครอบครัวที่มีผู้ป่วยจิตเวช หรือผู้ที่เคยผ่านการบำบัดยาเสพติดจนมีภาวะทางจิตเวชร่วมด้วย โดยฝากเตือนให้คนในครอบครัวและชุมชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา เฝ้าระวังดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น โดยมีข้อสังเกต ดังนี้

 

• พฤติกรรมการนอนผิดปกติ ไม่หลับไม่นอน เดินไปมาตลอดทั้งคืน

• อารมณ์แปรปรวนรุนแรง หงุดหงิด ฉุนเฉียวง่าย ก้าวร้าวโดยไม่มีเหตุผล

• พฤติกรรมหลงผิดหรือประสาทหลอน พูดคนเดียว หูแว่ว หวาดระแวงว่าจะมีคนมาทำร้าย

• ละทิ้งกิจวัตรประจำวัน เก็บตัวเงียบผิดปกติ

• ไม่ยอมรับประทานยาตามแพทย์สั่ง

 

ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้อาการกำเริบเฉียบพลัน “หากคนในครอบครัวพบเห็นสัญญาณเตือนเหล่านี้ ต้องรีบพาผู้ป่วยไปพบแพทย์เพื่อปรับยาหรือแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้จนอาการรุนแรง สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม ขอยืนยันว่า เราพร้อมทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อแก้ไขปัญหาทั้งในมิติของการปราบปรามยาเสพติด และการสนับสนุนกระบวนการบำบัดรักษาเพื่อคืนความปลอดภัยและสร้างความสงบสุขให้กับสังคมไทยอย่างแท้จริง” พ.ต.ต. สุริยา กล่าวทิ้งท้าย

 

สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม ขอขอบคุณทุกข้อมูลจากประชาชน และขอยืนยันว่าเราจะทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อเปลี่ยนทุกความเดือดร้อนให้เป็นความสงบสุข ขอให้เชื่อมั่นในปฏิบัติการ “1386 ท่านแจ้ง เราจับ ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด” เพราะทุกปัญหาของท่านคือภารกิจของเรา

 

สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด “ท่านแจ้ง เราจับสำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม

 

oncb ปปส สำนักงานปปส กระทรวงยุติธรรม 1386ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด ฝ้าระวังผู้ป่วยจิตเวช นครศรีธรรมราช บำบัดรักษายาเสพติด ปปสภาค8