วุฒิสภาขยับ รุกแก้ กม.ท่องเที่ยว สกัด ‘นอมินี-เว็บปลอม’ จี้คุมเข้ม ‘รถเช่า’ ห้ามปล่อยบิ๊กไบค์มือไร้ใบขับขี่
วุฒิสภาขยับ รุกแก้ กม.ท่องเที่ยว สกัด ‘นอมินี-เว็บปลอม’ จี้คุมเข้ม ‘รถเช่า’ ห้ามปล่อยบิ๊กไบค์มือไร้ใบขับขี่
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่อาคารรัฐสภา คณะทำงานพิจารณาศึกษาและเสนอแนะแนวทางปรับปรุงกฎหมายเพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา โดยมี พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง เป็นประธาน ได้จัดการประชุมครั้งที่ 2/2569 เพื่อวางกรอบแนวทางแก้ไขปัญหาเร่งด่วนที่กระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย
พล.ต.ต.อังกูร เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้เร่งศึกษาปัญหาหลัก 4 ด้านที่ถือเป็นจุดอ่อนสำคัญ ได้แก่
1. ธุรกิจรถเช่า โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์และบิ๊กไบค์ที่ไร้มาตรฐาน
2. รถรับจ้าง ที่พานักท่องเที่ยวไปซื้อสินค้าคุณภาพต่ำหรือด้อยคุณภาพ
3. นอมินีต่างชาติ ที่ลักลอบทำธุรกิจท่องเที่ยวโดยใช้ชื่อคนไทยบังหน้า
4. อาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะเว็บไซต์ปลอมหลอกจองที่พัก
“ปัญหาเหล่านี้สะท้อนช่องว่างของกฎหมายและการบริหารจัดการที่ยังตามไม่ทันพฤติกรรมการท่องเที่ยวสมัยใหม่ ส่งผลต่อความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทยโดยตรง” คณะทำงานระบุ
สำหรับประเด็น รถเช่า ซึ่งเป็นปัญหาลุกลามในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ที่ประชุมเสนอให้ยกร่างกฎหมายกำกับธุรกิจรถเช่าโดยเฉพาะ พร้อมกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยและระบบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการให้ชัดเจน รวมถึงการแยกประเภทรถเช่าออกจากรถส่วนบุคคลในระบบทะเบียน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบ และกำหนดบทลงโทษขั้นเด็ดขาดกับผู้ประกอบการที่ปล่อยเช่ารถให้ผู้ไม่มีใบอนุญาตขับขี่
ขณะเดียวกัน ยังเสนอให้ปรับปรุงระบบใบอนุญาตขับรถสำหรับนักท่องเที่ยวให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เช่น การออกใบขับขี่ชั่วคราว หรือ Tourist Driving Permit พร้อมเปิดทางให้ตำรวจท่องเที่ยวเข้ามามีบทบาทในการรับรองเอกสารบางขั้นตอน เพื่อลดความยุ่งยากในการดำเนินการ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเสนอให้พัฒนาระบบกองทุนและประกันภัยนักท่องเที่ยว โดยกำหนดแหล่งรายได้ของกองทุนให้ชัดเจน พร้อมจัดตั้งคณะทำงานด้านความปลอดภัยนักท่องเที่ยวระดับชาติ เพื่อสร้างฐานข้อมูลความเสี่ยง (Risk Database) สำหรับใช้กำหนดมาตรการป้องกันอุบัติเหตุและอาชญากรรมในระยะยาว
ขณะเดียวกัน คณะทำงานยังได้พิจารณาคัดเลือก “ประเด็นปัญหาที่กระทบต่อประชาชนโดยตรง” จำนวน 4 เรื่อง เพื่อเร่งผลักดันแนวทางแก้ไขให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ได้แก่
1. กลยุทธ์การหลอกลวงหรือฉ้อโกงประชาชนผ่านสื่อและช่องทางออนไลน์
2. ปัญหาการซื้อสินค้าไม่ตรงปกหรือโฆษณาเกินจริง
3. ธุรกิจศัลยกรรมความงามที่ขาดมาตรฐานและการกำกับดูแล
4. การโฆษณาเกินจริง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สุขภาพที่สร้างความเข้าใจผิดแก่ผู้บริโภค

ทั้งนี้ คณะทำงานเตรียมรวบรวมข้อเสนอทั้งหมดเพื่อนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ก่อนผลักดันเป็นแนวทางปรับปรุงกฎหมายและมาตรการเชิงนโยบาย เพื่อยกระดับการคุ้มครองนักท่องเที่ยวและผู้บริโภ
คของประเทศไทยในระยะต่อไป
