รวบชายตกงานรับจ้างเปิดบัญชีสุดท้ายกลายเป็นบัญชีม้าใช้ในการต้มตุ๋น หลอกเหยื่อสูญเงินกว่า 5 ล้านบาท
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจน้ำ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.เศรษฐสิริ นิพภยะ ผบก.รน., พ.ต.อ.ราม รสหอม รอง ผบก.รน., พ.ต.อ.เจษฎา ชุมพล ผกก.4 บก.รน., พ.ต.ท.อนิรุทธิ์
สอรักษา รอง ผกก.4 บก.รน., พ.ต.ท.เอกพันธ์ ช่วยเหมาะขนาด สว.ส.รน.1 กก.4 บก.รน.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ด.ต.สาคร หยงสตาร์, ส.ต.อ.จรูญ ทันธิมา ผบ.หมู่ ส.รน.1 กก.4 บก.รน., ส.ต.ต.ธนวัฒน์ แก่นท้าว, ส.ต.ต.ณัฐพงศ์ สียางนอก, ส.ต.ต.ณัฐวัฒน์ ลินลา ผบ.หมู่ ส.รน.1 กก.4 บก.รน.
ร่วมกันจับกุม นายสมบัติฯ อายุ 47 ปี สัญชาติ ไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดนนทบุรี
ที่ 622/2565 ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 กระทำความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม
ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น
สถานที่จับกุม บริเวณบ้านใน ต.สามตุ่ม อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา
นายพงษ์ศักดิ์ฯ ผู้เสียหายให้การว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ ได้เข้าไปใช้งาน แอพพลิเคชั่น Kooup.com พบว่าผู้ใช้บัญชีชื่อ Flynn หรือชื่อ เฉินยี่ถึง อ้างว่าเป็นหญิงชาวจีน อาศัยอยู่ที่มาเลเซีย เพิ่มเพื่อนเข้ามาพูดคุยชักชวนลงทุนอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ ใน http://www.marketpro.site จากนั้น ก็ให้เข้าไปที่ m.marketpro.site
เมื่อกดเข้าไปทางเว็ปฯ แจ้งอัตราแลกเปลี่ยน และผู้กล่าวหาได้โอนเงินไปยังบัญชี ธนาคารชื่อบัญชี น.ส.มรกตฯ และได้แจ้งให้กด m.marketpro.site สั่งให้ กดซื้อขายและแจ้งผลกำไร 241 ดอลล่า และให้ผูกบัญชีที่ต้องการถอนเงิน
จึงได้ผูกเข้ากับบัญชีธนาคารชื่อบัญชี นายพงษศักดิ์ฯ ทดลองถอนเงิน จำนวน 300 เหรียญ เป็นเงิน จำนวน 9,858 บาท ซึ่งได้มีการโอนเงินเข้าบัญชีของผู้เสียหายจริง ทำให้ผู้กล่าวหาเกิดความเชื่อมั่น จึงมีการโอนเงินอีกหลายครั้ง ไปยังบัญชี ชื่อบัญชีนายสมบัติฯ
จนยอดเงินสะสมอยู่ที่ 230,000 เหรียญ แต่ระบบไม่ให้ถอน และระบบแจ้งว่าให้ถอนได้ 3 ครั้ง ครั้งที่ 4 ต้องชำระ ภาษี 20 เปอร์เซ็นต์ ของเงินจำนวน 230,000 เหรียญ
ต่อมาในวันที่ 27 กันยายน 2564 ผู้เสียหายจึงได้โอนเงินค่า ภาษี จำนวน 499,663 บาท ไปยังบัญชี ชื่อบัญชี น.ส.วิจิตราฯ และในวันเดียวกันได้โอนไปอีก
จำนวน 631,913 บาท
ต่อมาผู้ใช้บัญชีชื่อ Flynn ได้ออกอุบายชวนให้ซื้อขายต่อ จะได้ผลกำไรเพิ่ม 54,266 ดอลล่า และคิดภาษี 21.1 เปอร์เซ็นต์ ผู้เสียหายจึงได้โอนเงิน จำนวน 365,222 บาท ไปยังบัญชีธนาคารชื่อบัญชี น.ส.วิจิตราฯ แต่ถอนเงินไม่ได้ ระบบแจ้งว่า มีเหตุต้องสงสัยว่า
เป็นเงินที่ผิดกฎหมาย จึงให้ยืนยันตัวตนและโอนเงินอีก จำนวน 366,195 บาท จึงเชื่อ ว่าถูกหลอก ทำให้ได้รับความเสียหายรวมเป็นเงิน จำนวน 5,285,537 บาท จึงได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีตามกฎหมาย กับพนักงานสอบสน สภ.ชัยพฤกษ์ จว.นนทบุรี
ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ส.รน.1 กก.4 บก.รน.ได้รับคำสั่งให้สืบสวน ติดตามจับกุมตามหมายจับในเขตพื้นที่รับผิดชอบและได้รับแจ้งว่าตัว นายสมบัติฯ อายุ 47 ปี สัญชาติ ไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 622/2565 ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 กระทำความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตน
เป็นคนอื่น และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น จึงได้ออกสืบการติดตามเรื่อยมา จึงร่วมกันวางแผนสืบสวนจับกุม
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมตามรายชื่อข้างต้น ได้ไปวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณ หน้าบ้านใน
ต.สามตุ่ม อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ในระยะที่ มองเห็นได้ชัดเจน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ส.รน.1 กก.4 บก.รน. ได้วางกำลังโดยรอบ พบชายไทยมีลักษณะและตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับกำลังเดินออกมาบริเวณบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจที่วางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแสดงหมายจับดังกล่าว
สอบถามแล้วยอมรับว่าคือ นายสมบัติฯ ได้รับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและ
ไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน จึงแจ้งนายสมบัติฯว่า จะต้องถูกจับกุม พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับให้ทราบพร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมายดังกล่าวข้างต้นให้ ทราบโดย นายสมบัติฯ จำเลย ได้รับทราบข้อความและข้อกล่าวหา พร้อมทั้งเข้าใจสิทธิของตนเองโดยตลอดแล้ว จากนั้น จึงควบคุมตัวมายัง สถานีตำรวจน้ำ 1
กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจน้ำเพื่อทำบันทึกจับกุมนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชัยพฤกษ์
เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
เตือนภัย การรับจ้างเปิดบัญชี, ขาย, หรือให้ผู้อื่นยืมใช้ บัญชีธนาคาร (บัญชีม้า) มีความผิดทางอาญา มี โทษจำคุกและปรับสูงมาก ผู้กระทำผิดมักเป็น เหยื่อของการหลอกหางาน, หลอกโอนเงินผิด, หรือหลอกกู้เงิน ห้ามให้ข้อมูลส่วนตัวหรือบัตร ประชาชนกับคนแปลกหน้าเด็ดขาด ปกป้องตัวเองและครอบครัวจากการเป็น “บัญชี ม้า”ระวัง! อย่าให้ข้อมูลสำคัญตกอยู่ในมือคนผิด!!
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”











