ตำรวจ ปพ.ร่วมกับ ตม. ไล่ล่าข้ามพรมแดน ลากคอเจ้าพ่อบ่อนปักกิ่งรายใหญ่ ท้าทายอำนาจรัฐ ส่งกลับรับโทษต้นทาง
ตำรวจ ปพ.ร่วมกับ ตม. ไล่ล่าข้ามพรมแดน
ลากคอเจ้าพ่อบ่อนปักกิ่งรายใหญ่ ท้าทายอำนาจรัฐ ส่งกลับรับโทษต้นทาง
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.)
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี, พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น, พ.ต.อ.เรืองรัตน์ หงษ์ทิพรัตน์ รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.นพรัตน์ คำมาก ผกก.สายตรวจ บก.ปพ., พ.ต.ท.ปิยะฉัตร ณ พัทลุง, พ.ต.ท.ราชัน แก้วคูนอก รอง ผกก.สายตรวจ บก.ปพ. และ พ.ต.ต.พงศ์ปิติ ตรีนิคม สว.กก.สายตรวจ บก.ปพ.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม บก.ปพ. นำโดย ร.ต.อ.กิตติธัช เทียนแก้ว รอง สว.กก.สายตรวจ บก.ปพ.,
ด.ต.ผดุงศักดิ์ ช่วยไกร, ด.ต. ณชพล แสงสุวรรณ, ด.ต.พนัส กลิ่นศรีสุข, จ.ส.ต.วัชรพงษ์ พุทธจร, ส.ต.ท.บรรณสิทธิ์ หงษ์ทอง และ ส.ต.ต.ฐปนัท วรรณโร ผบ.หมู่ กก.สายตรวจ บก.ปพ.
ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย กองกำกับการสืบสวนสอบสวน (บก.สส.) ภายใต้
การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ, พล.ต.ต.ธนิต
ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ,
พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.สส.สตม., ว่าที่ พ.ต.อ.นพรัตน์ จงเชิดตระกูล ผกก.4 บก.สส.สตม., พ.ต.ท.สิปปนนท์ พ่วงขวัญ รอง ผกก.4 บก.สส.สตม และ ว่าที่ พ.ต.ต.พัสกร กลัดงิ้ว สว.กก.4 บก.สส.สตม.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม บก.สส.สตม. นำโดย ส.ต.อ.หญิง พรวดี นีรนาทรังสรรค์ และ ส.ต.อ.รดิศ
สิทธิประศาสน์ ผบ.หมู่ กก.4 บก.สส.สตม.
ร่วมกันจับกุม นายซ่งฯ (MR.SONG) อายุ 49 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาที่เจ้าหน้าที่สาธารณรัฐประชาชนจีนได้ออกหมายจับ
สถานที่จับกุม บริเวณหน้าห้องพัก ซอยเขามะกอก 1/3 เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้รับประสานข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่ามีผู้ต้องหาชาวจีนรายสำคัญซึ่งมีหมายจับของสาธารณรัฐประชาชนจีนในความผิดฐาน “ร่วมกันจัดกิจกรรมการพนัน” โดยในช่วงปี 2567 ถึงกลางปี 2568 ผู้ต้องหามีพฤติกรรมก่อตั้ง
แก๊งอาชญากรรมขึ้น จัดตั้งบ่อนการพนัน ในเขตพื้นที่ภูเขาและป่าไม้ เพื่อหลบหลีกการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจปักกิ่ง ใช้เงินทุนในการจัดตั้งบ่อนการพนันมากกว่า 20 ล้านหยวน (ประมาณ 91 ล้านบาท) โดยกระทำต่อเนื่องมากกว่า 150 ครั้ง รวมถึงกระทำความผิดอาญาอีกจำนวนมาก ก่อนหลบหนีเข้ามาซ่อนตัวภายใน
ประเทศไทย
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สายตรวจ บก.ปพ. และ กก.4 บก.สส.สตม. ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามผู้ต้องหา
อย่างใกล้ชิดภาย หลังจากได้รับประสานกรณีดังกล่าว
จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบซ่อนอยู่ภายในพื้นที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงลงพื้นที่เข้าตรวจสอบ
จากการถามเจ้าของรีสอร์ท พบว่าผู้ต้องหารายดังกล่าว หลบซ่อนตัวอยู่ภายในห้องพักจริง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ นำไปสู่การเพิกถอนสิทธิ์การพำนักอยู่ในประเทศไทย
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้เข้าจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าวหลังจากที่ได้เฝ้าสังเกตการณ์ตลอด
ทั้งคืน
เบื้องต้นเจ้าหน้าตำรวจชุดจับกุม ได้แจ้งเหตุแห่งการเพิกถอนวีซ่าการอยู่อาศัยในราชอาณาจักรและ
แจ้งสิทธิผู้ถูกจับให้ทราบ และนำตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธ โดยให้การว่าไม่ทราบกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เตือนภัย
– เตือนภัยผู้ประกอบการ “ที่พัก – โรงแรม – คอนโดปล่อยเช่า” อย่าเห็นแก่รายได้ระยะสั้นจนละเลยกฎหมาย การรับชาวต่างชาติเข้าพัก โดยไม่แจ้งที่พักอาศัยตามมาตรา 38 (ตม.30) มีโทษปรับ และอาจทำให้ท่านกลายเป็นผู้สนับสนุนการหลบหนีของอาชญากรข้ามชาติได้
– ไทยไม่ใช่สวรรค์โจร เราช่วยกันเป็นหูเป็นตาได้ หากคุณพบเห็นชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย หรือดูมีพิรุธเหมือนเป็นบุคคลตามหมายจับสากล อย่าเก็บความสงสัยไว้ให้รีบแจ้งสายด่วน ตม. 1178

“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”
