ตำรวจ ดส.แกะรอยพิพาทจากโซเชียลฯ รวบ “อ้วน ท่าน้ำเทเวศน์” บุกบ้านพักหมายสังหาร “เน วัดดาว” พร้อมของกลางระเบิดขว้าง 4 ลูก
ตำรวจ ดส.แกะรอยพิพาทจากโซเชียลฯ รวบ “อ้วน ท่าน้ำเทเวศน์” บุกบ้านพักหมายสังหาร “เน วัดดาว” พร้อมของกลางระเบิดขว้าง 4 ลูก
วันที่ 28 ม.ค.พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผบช.น.ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.ดส.บช.น.กรณีชุดปฎิบัติการที่ 1 นำโดย พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล รอง ผกก.ดส. และ พ.ต.ท.จักรี นารีผล สว.กก.ดส.พากำลังจับกุมผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์ ได้พร้อมของกลางระเบิดขว้างสังหาร จำนวน 4 ลูก ในพื้นที่ สน.บางยี่ขัน
โดยเมื่อกลางดึก วันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจชุดจับกุมรับแจ้งมีเหตุทะเลาะวิวาทกัน บริเวณหน้าบ้านพักของ “เน วัดดาว” อดีตดาวโซเชียลมีเดียสายตลาดล่างชื่อดัง ซึ่งพักอยู่ในซอยอรุณอมรินทร์ 45 แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กทม.จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมสายตรวจ สน.สามเสน และ สน.บางยี่ขัน จากการเข้าระงับเหตุ พบ นายมานะ แก้วสง่า ฉายา “อ้วน ท่าน้ำเทเวศน์” อายุ 40 ปี จอดรถยนต์ขวางอยู่ใกล้กับบ้านพักของ “เน วัดดาว” พร้อมมีปากเสียงอยู่กับพรรคพวกของ เน วัดดาว อยู่ในซอย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น พบระเบิด จำนวน 4 ลูก ประกอบด้วย ระเบิด M 26 จำนวน 1 ลูก ระเบิด M 61 จำนวน 1 ลูก ระเบิด M 67 จำนวน 1 ลูก และ ระเบิด GR 73 จำนวน 1 ลูก เบื้องต้น นายมานะ ยอมรับว่า ระเบิดทั้ง 4 ลูก ตัังใจนำมาถล่ม เน วัดดาว กับพวกที่บ้านพัก เนื่องจากมีปัญหาท้าทายกันไปมาทางโซเชียลมีเดีย ได้สักระยะประกอบกับทราบว่า เน วัดดาว พวกเยอะจึงต้องเตรียมระเบิดมาให้เพียงพอ เบื้องต้นจึงถูกแจ้งข้อหาครอบครองวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ และประสานเจ้าหน้าที่อีโอดี มารักษาของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน ดำเนินการตามกฎหมาย
ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ เกิดจากการที่ชุดปฏิบัติการ ที่ 1 กก.ดส.บช.น.สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหว ของกลุ่ม เน วัดดาว และ นายมานะ ผู้ต้องหา ซึ่งมีปัญหาขัดแย้งเรื่องการทำธุรกิจไม่เปิดเผย และท้าทายกันไปมาในโลกโซเชียลมีเดีย ได้สักระยะ กระทั่งพบความเคลื่อนไหว ของ นายมานะ ตัดสินใขขับรถยนต์ไปถึงบ้านพักคู่กรณี ในซอยอรุณอมรินทร์ 45 ประกอบกับมีสายลับที่วางตัวอยู่ในพื้นที่แจ้งยืนยันเข้ามา จึงรีบสนธิกำลังกับตำรวจ สน.สามเสน และ สน.บางยี่ขัน เข้าทำการระงับเหตุ จับกุมตัวผู้พยายามก่อเหตุ และยึดของกลาง เป็นระเบิดทั้ง 4 ลูก เอาไว้ได้ก่อนเกิดสถานการณ์ลุกลามบานปลาย ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบประวัติ นายมานะ เพิ่มเติม พบว่า ยังมีหมายจับคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ อีก 3 คดี ในพื้นที่ สน.สามเสน 2 คดี และ พื้นที่ สน.ชนะสงคราม อีก 1 คดี
ประกอบด้วย 1.หมายจับศาลอาญา ที่ 6512/2568 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นหรือโดยใช้กำลังประทุษร้าย จนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ มีอาวุธปืนไว้ในครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนและพาอาวุธ(ปืน)ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยและโดยไม่มีเหตุสมควร”
2.หมายจับ ศาลอาญา ที่ 6513/2568 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ในเวลากลางคืน โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนและพาอาวุธ(ปืน)ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร”
และ 3.หมายจับศาลอาญา ที่ 70/2568 ลงวันที่ 31 มกราคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “สมคมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเทท 1 (เมทแอมแฟตามึนหรือยา) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าโดยผิดกฎหมาย และได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( เมทแอมแฟตามีนหรือยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า” โดยจะประสานให้พนักงานสอบสวนแต่ละท้องที่ เข้าอายัดตัวผู้ต้องหาเพื่อดำเนินการตามหมายจับด้วยต่
อไป.
////////

