ตำรวจจริงตามจับแก๊งตำรวจปลอม หลังแอบอ้างเป็นตำรวจกองปราบ อุ้มรีดทรัพย์
เหยื่อสูญนับแสน พบหมายจับเพียบ
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก.,พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.สมเดช สาระบรรณ์,พ.ต.ท.พชรเดช บุญฤทธิ์, พ.ต.ท.กฤษฎา พลายละหาร,พ.ต.ท.รัฐวิรุฬห์ จันทสุบรรณ และ พ.ต.ท.ปภินวิทย์ อุดมพร รอง ผกก.1 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.เอกรัฐ จันทร์มณี สว.กก.๑ บก.ป.,ร.ต.อ.ชัยยันต์ คุณรักษ์ รอง สว.กก.1 บก.ป.,ร.ต.อ.เดชา คำรังสี ร.ต.ต.บุญเสริม สอนคำ รอง สว(ป.)กก.1 บก.ป.
พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป.
ร่วมกันจับกุม นายบุญทิ้งฯ อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 590/2567 ลง 12 ก.พ.67 โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน โดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น, ร่วมกันกรรโชกทรัพย์, ร่วมกันเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย”
สถานที่จับกุม บริเวณลานจอดรถ ตลาดสด ต.ลำนารายณ์ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี
สืบเนื่องจากนายเอกภพฯ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย/ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้พาผู้เสียหายนายเล็ก (นามสมมติ) อายุ 23 ปี และนายบาส (นามสมมติ) อายุ 24 ปี ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับชายฉกรรจ์จำนวน 4 คน
หลังอ้างตัวเป็นตำรวจกองปราบปราม บุกเข้าค้นบ้านโดยไม่มีหมายค้น หลังค้นเสร็จไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จึงพาตัวผู้เสียหายขึ้นรถไปขับวน
จากนั้นได้นำยาบ้าวางไว้บนตักผู้เสียหาย (ยัดยาผู้เสียหาย) ก่อนบังคับให้ผู้เสียหายนำเงินมามอบให้ 100,000 บาท โดยขู่ว่าหากไม่นำเงินมามอบให้ยาเสพติดที่อยู่บนตักจะตกเป็นของผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายไม่มีเงิน ชายฉกรรจ์จึงพาผู้เสียหายขับรถวนไปตามถนนรามอินทรา – คู้บอน บังคับให้ผู้เสียหายติดต่อขอเงินจากญาติมาไถ่ตัว
ผ่านไปประมาณ 3 ชั่วโมง เห็นว่าผู้เสียหายไม่มีเงินให้ จึงค้นตัวผู้เสียหายพบเงินประมาณ 5,200 บาท จึงปล้นเอาไป 5,000 บาท คืนให้ผู้เสียหายมา 200 บาท ก่อนเอาผู้เสียหายไปปล่อยทิ้งที่ ถ.รามอินทรา 46 เหตุเกิด 8 ก.พ.67 พื้นที่ สน.สายไหม
นอกจากนี้แล้วคนร้ายกลุ่มนี้ยังก่อเหตุในลักษณะเดียวกันในเขตพื้นที่ สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพไว้ได้เมื่อวันที่ 10 ส.ค.66 มีรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิคสีขาว ได้ขับขี่มาภายในหมู่บ้าน ม.1
ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยขับวนเวียนอยู่ภายในหมู่บ้านก่อนจะจอดรถอยู่บริเวณใกล้เคียงปากซอยบ้านผู้เสียหาย
ต่อมาผู้เสียหายได้ขับรถกระบะสีดำเข้ามาในหมู่บ้านที่ผู้เสียหายพักอาศัยอยู่ได้มีรถกระบะฟอร์ดเรนเจอร์ สีดำ ขับตามมาจนกระทั่งถึงหน้าบ้าน หลังจากผู้เสียหายจอดรถอยู่หน้าบ้าน กลุ่มชายฉกรรจ์
5 คน ได้ลงจากรถเก๋งสีขาว 2 คน และลงจากรถกระบะฟอร์ดเรนเจอร์ สีดำ 2 คน และมีคนขับรถยนต์กระบะอยู่บนรถอีก 1 คน รวมทั้งหมด 5 คน
โดยชายฉกรรจ์กลุ่มนี้แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินไปค้นรถผู้เสียหาย แล้วอ้างว่าค้นพบยาบ้า 36 เม็ด ในรถของผู้เสียหาย
หลังจากนั้นได้ควบคุมตัวผู้เสียหายขึ้นรถกระบะฟอร์ดเรนเจอร์ สีดำ แล้วขับออกจากหมู่บ้านมุ่งหน้าไปทางท่าน้ำบางศรีเมือง ซึ่งระหว่างทางมีการเจรจาต่อรองเรียกเงินจำนวน 50,000 บาท แลกกับการที่ผู้เสียหายจะไม่ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ผู้เสียหายกลัวจะถูกดำเนินคดีจึงตอบตกลงแล้วจะมอบเงินให้ภายในเวลาไม่เกิน 15.00 น.
ในวันที่เกิดเหตุนั้น
แต่ผู้เสียหายไม่มีเงินให้ จึงได้มีการแลกไลน์กันไว้ โดยตกลงว่าหากมีเงินเมื่อไหร่ค่อยนำมาให้ในภายหลัง
ชายฉกรรจ์ทั้ง 5 จึงพาผู้เสียหายกลับมาส่งที่บ้าน ก่อนขับกลับออกไป
นอกจากนี้กลุ่มผู้ต้องหานี้ โดยมีนายบุญทิ้งฯ ร่วมอยู่ด้วยยังตกเป็นผู้ต้องหา เหตุมาจากการร่วมกันไปอุ้มผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการเปิด เว็ปพนันออนไลน์ ไปเรียกรับเงินประมาณ 400,000 บาท เป็นอีกคดีที่
นายบุญทิ้ง ได้ถูกออกหมายจับร่วมกับพวกที่ได้ร่วมกันกระทำความผิดฯ
หลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. ได้สืบสวนจนทราบว่า นายบุญทิ้งฯ ผู้ต้องหา 1 ใน 4 ที่ก่อเหตุในพื้นที่ สภ.สายไหม ซึ่งได้ถูกออกหมายจับไว้แล้ว
จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังพบว่า นายบุญทิ้งฯ
มีหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ จ.041/2565 ลงวันที่ 11 พ.ค. 65 และหมายจับ ศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ จ.590/2566 ลงวันที่ 6 ก.ย. 66 อีกด้วย โดยนายบุญทิ้งฯ ได้อยูในพื้นที่ อ.ชัยบาดาล
จ.ลพบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ออกเดินทางไปตรวจสอบเฝ้าสังเกตการณ์ ระหว่างนั้น พบนายบุญทิ้ง ผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว กำลังเดินอยู่บริเวณ ลานจอดรถตลาดสด ต.ลำนารายณ์ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี จึงแสดงบัตรเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและขอตรวจสอบและได้สอบถาม นายบุญทิ้งฯ รับว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 590/2567 ลง 12 ก.พ.67 จริง และไม่เคยถูกจับตามหมายนี้มาก่อนจึงได้จับกุม ผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.สายไหม เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น นายบุญทิ้งฯ รับเป็นบุคคลตามหมายจับนี้ และร่วมกับพวกก่อเหตุทำผิดตามที่ปรากฏในหมายจับนี้จริง แต่ที่หลบหนีมาโดยตลอดนี้ เพราะกำลังดำเนินการหาเงินเพื่อใช้ในการประกันตัวก่อน แล้วจึงจะเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”











