ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.3 บก.ปอท. ส่งมอบเงินให้กับ ปปง. จำนวน 46 ล้านบาท ภายหลังจากตรวจยึดจากเครือข่ายแก๊งฟอกเงินข้ามชาติผ่าน Huione Pay
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.3 บก.ปอท.ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท., พ.ต.อ.ประดิษฐ์ เปการี, พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ รอง ผบก.ปอท., พ.ต.อ.ชิษณุพงศ์ ไหวดี ผกก.3 บก.ปอท., พ.ต.ท.สัญญา นิลนพคุณ, พ.ต.ท.อิสรพงศ์ ทิพย์อาภากุล พ.ต.ท.ชัยณรงค์ จอมเล็ก
รอง ผกก.3 บก.ปอท.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ประดิษฐ์ สุวรรณดี, พ.ต.ท.ประทีป จันทร์เพชรบุรี, พ.ต.ท.ปกฉัตร สงวนแวว สว.กก.3 บก.ปอท., ร.ต.อ.ประมุข ภิรมย์เจียว, ร.ต.อ.หญิง ศรุตา ขันธรูจี, ร.ต.ท.สุคนธ์ กองทอง รอง สว.กก.3
บก.ปอท., ร.ต.อ.นนทนันท์ นวนงาม, ร.ต.ท.อินทุชัย อินทรา รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท., ร.ต.ท.สุคนธ์ กองทอง, ร.ต.ต.นิรันทร์ พวงทอง, ร.ต.ต.หญิง ณภัทร ช่วยยา, ร.ต.ต.เอก ครองบุญ รอง สว.(ป) กก.3 บก.ปอท., ด.ต.เสริมศักดิ์ บัวขาว, ด.ต.ณัฐพงศ์ คงจันทร์, ด.ต.วรวุฒิ เหมาะเจาะ, ด.ต.วชิระ มูสิกะ, ด.ต.ธีรศักดิ์ พรภักดี, ส.ต.อ.วสันต์ จันเส ผบ.หมู่ กก.3 บก.ปอท., ด.ต.พีระวุฒิ สนธิสำราญ, จ.ส.ต.กุลชาติ พลับสอาด, จ.ส.ต.วีระศักดิ์ บุญยก, ส.ต.อ.เกียรติศักดิ์ ภรินทนันท์ ผบ.หมู่ฯ ช่วยราชการ กก.3 บก.ปอท.
ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, โดยทุจริตหรือหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบโดยการตกลงตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน”
สืบเนื่องจาก ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.3 บก.ปอท. ได้มีการจับกุมผู้กระทำความผิด
ในขบวนการสแกมเมอร์ (Scammer) หลอกลงทุนผ่านแอปพลิเคชัน ULELA Max พร้อมเปิดปฏิบัติการ “SKYFALL” บุกทลายแก๊งฟอกเงินข้ามชาติผ่าน Huione Pay ได้จับกุมชาวเมียนมาซึ่งเป็นผู้รับผลประโยชน์ และได้นำหมายค้นศาลจังหวัดแม่สอด เข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมาย
ผลการตรวจค้น ได้จับกุมผู้ต้องหาชาวเมียนมาจำนวน 3 ราย ได้แก่ 1.Mr.OO SHIN อายุ 57 ปี สัญชาติเมียนมา, 2.Ms.THIDA อายุ 57 ปี สัญชาติเมียนมา และ 3.Mr.LOUK WAI อายุ 54 ปี สัญชาติเมียนมา และตรวจยึดเงินสดของกลางจำนวนรวมกว่า 46 ล้านบาท จากนั้นได้ทำการขยายผลในส่วนบัญชีม้านิติบุคคล บริษัท ดูเรียน พรีเมี่ยม จำกัด และ บริษัท ทรอปปิคอลโกลด์ จำกัด พบว่า มี น.ส.สายพิรุณฯ เป็นนักบัญชีที่ทำการจดทะเบียนบริษัททั้งสองบริษัทจึงได้ขออนุมัติหมายค้น เข้าตรวจค้นบริษัทและซักถามปากคำ
โดยจากการตรวจสอบข้อมูลโทรศัพท์และซักถามปากคำน.ส.สายพิรุณฯ ให้การรับว่าได้รับจ้างจากชาวจีน ชื่อ Mr.Zehu Zhang ให้นำข้อมูลของบุคคลที่ชาวจีนส่งให้ไปจดทะเบียนบริษัทและเปิดบัญชีธนาคารนิติบุคคลดังกล่าว
จากนั้นจะส่งข้อมูลบัญชีและซิมการ์ดที่ใช้รับ OTP ในการโอนเงินของบัญชีนิติบุคคลให้กับ Mr.Zehu Zhang โดยจะได้รับค่าจ้างในการจดทะเบียน บริษัทละ 5,000 บาท จากนั้นจึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับ น.ส.สายพิรุณฯ และ Mr.Zehu Zhang และติดตามจับกุมตัว น.ส.สายพิรุณฯ ได้ที่บริษัทย่านห้วยขวาง และจับกุม Mr.Zehu Zhang ได้ขณะบินกลับเข้ามาที่ประเทศไทยที่สนามบินสุวรรณภูมิ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอท. ได้รายงานผลการจับกุมคดีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนไปยังสำนักงาน ปปง. เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน
จนนำมาสู่การที่คณะกรรมการธุรกรรมได้มีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ตามคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย.296 /2568 จำนวน 31 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท จากนั้น สำนักงาน ปปง. ได้ให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องเพื่อขอรับคืนหรือชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน
เพื่อพิจารณาเฉลี่ยทรัพย์คืนผู้เสียหายต่อไป
เตือนภัย
ไม่ควรหลงเชื่อเพจที่มีการชักชวนลงทุนต่างๆ เพราะมิจฉาชีพมักจะใช้วิธีการโฆษณาโพสต์เพื่อชักชวนให้ลงทุน โดยอ้างว่าได้ผลตอบแทนที่สูงเกินจริง และจะให้เข้ากลุ่มไลน์ ที่มีหน้าม้า ซึ่งเป็นขบวนการเดียวกันกับมิจฉาชีพ คอยส่งความเคลื่อนไหวในกลุ่มว่าสามารถถอนเงินได้จริงเพื่อให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ จากนั้นจะมีการส่งแอพพลิเคชั่นปลอม หรือ ลิงก์หลอกลงทุน ให้ผู้เสียหาย โดยจะสามารถถอนเงินได้ในครั้งแรก และจะไม่สามารถถอนเงินได้เมื่อโอนเงินลงทุนเพิ่มขึ้น
โดยจะมีข้ออ้างต่างๆ เพื่อให้ผู้เสียหายเสียดายยอดเงินที่โอนไปและยอดเงินปลอมที่แสดงในแอพปลอม โดยพบว่ามีการใช้บัญชีม้านิติบุคคล เพื่อรับโอนเงินจากผู้เสียหายเพื่อให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ ควรตรวจสอบข้อมูลบริษัท เจ้าของบัญชีทุกครั้งก่อนโอนเงิน ว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่ และมีวัตถุประสงค์ของบริษัทตรงกับธุรกิจที่ดำเนินการหรือไม่
การกระทำใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับ โอน ถือครอง หรือแปลงสภาพทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดถือเป็นความผิดฐานฟอกเงิน มีโทษทั้งจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้กระทำผิดจะต้องรับผิดทั้งทางอาญาและทางแพ่งตามกฎหมาย











