วันจันทร์, มิถุนายน 22, 2026
Latest:
ในประเทศ

ตำรวจ ปพ.จับอริดักรุมกระทืบโจ๋ 15 ดับ

 

ตำรวจ ปพ.จับอริดักรุมกระทืบโจ๋ 15 ดับ

 

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.)

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี, พ.ต.อ.ทะนงศักดิ์ ปันไชย รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ., พ.ต.ท.เสรี บุญยะรัตน์, พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.4 บก.ปพ.

 

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.๔ บก.ปพ., ส.ต.อ.ทิวา นาหมื่น

ส.ต.ท.จตุรพล กำปั่น, ส.ต.ท.สกลเกียรติ มากคิด, ส.ต.ท.ธราธร บุญมี, ส.ต.ท.ชิตณรงค์ มงคลชัย,

ส.ต.ท.ชินาธิป โพธิสมบัติ, ส.ต.ต.พุทธลักษณ์ ชมภูวงค์ ผบ.หมู่ กก.4 บก.ปพ.

 

ร่วมกันจับกุม นายธนากรฯ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ จ.510/2568 ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2568 กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา”

 

สถานที่จับกุม บริเวณหน้าบริษัทแห่งหนึ่ง ซอยพุทธมณฑลสาย 2 ซอย 7 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพฯ

 

ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงหัวค่ำของวันที่ 29 มี.ค. 2566 นายสุรชัยฯ อายุ 15 ปี (ผู้เสียชีวิต)

ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์กับเพื่อนไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนสาว ในพื้นที่ตำบลหนองอีบุตร อำเภอห้วยผึ้ง

จังหวัดกาฬสินธุ์ กระทั่งเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 30 มี.ค. 2566 จึงเดินทางกลับ ก่อนเข้าเขต

ตำบลสงเปลือย อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ ประมาณ 200 – 300 เมตร ได้มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนหนึ่ง

ได้มาดักรอและปิดล้อมทางเอาไว้ จึงโทรศัพท์บอกรุ่นพี่ให้มาช่วย และเมื่อรุ่นพี่ จำนวน 2 คน เดินทางมาถึง

ได้มีกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งแอบอยู่ข้างทาง จำนวน 10 กว่าคน ได้กรูเข้ามารุมทำร้ายร่างกาย นายสุรชัย (ผู้เสียชีวิต)

ทั้งรุมชกต่อย และใช้ท่อนไม้ยูคาลิปตัสทุบตีจนหมดสติ ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในที่สุด

 

ก่อนทำการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า

นายธนากรฯ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” ตามหมายจับศาล

จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ จ.510/2568 ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2568 นั้น หลบหนีมาอยู่ที่ซอยพุทธมณฑลสาย 2 ซอย 7 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นและ

สั่งการให้ทำการสืบสวนจับกุมตามอำนาจหน้าที่

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ

โดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าว

ชื่อ นายธนากรฯ โดยนำข้อมูลทะเบียนราษฎรมาตรวจสอบยืนยันพบว่ามีชื่อตรงกันกับบุคคลตามหมายจับ

และมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงและ

ไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม

จึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับกุม/ผู้ต้องหา จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ.

จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งไปยัง สภ.นามน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

 

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เตือนภัย การออกไปนอกบ้านช่วงกลางคืนในต่างจังหวัด

นอกพื้นที่ ที่มีถนนเปลี่ยวและมืดนั้น มีความเสี่ยงต่ออันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินจริง เนื่องจากแสงสว่างน้อย ทำให้มองเห็นได้ไม่ชัดเจน เพิ่มโอกาสเกิดอุบัติเหตุ (เช่น การสะดุด, การชน) และอาจเป็นช่องทางของอาชญากรรมได้ ดังนั้น การเพิ่มความระมัดระวัง, มีสติอยู่เสมอ และหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น

ตอนกลางคืน

 

“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน

ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”