ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สกัดขบวนการรถขนส่งจีนเทา เครือข่าย Scammer ลักลอบนำพาข้ามพรมแดนกัมพูชา
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สกัดขบวนการรถขนส่งจีนเทา
เครือข่าย Scammer ลักลอบนำพาข้ามพรมแดนกัมพูชา
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก, พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม รอง ผบก.ทล., พ.ต.ท.นโรตม์ ยุวบูรณ์ ผกก.3 บก.ทล., พ.ต.ท.ตุลยวัต เมืองทอง, พ.ต.ท.ศุภฤกษ์ เคหะทุ่ม รองผกก.3 บก.ทล., พ.ต.ท.อิทธิศักดิ์ ค้ำคูณ สวญ.ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล., พ.ต.ต.บดี ดวนพล สว.ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย, ร.ต.อ.ภิเชศ นาเมืองรักษ์ รอง สว.ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล. , ร.ต.อ.เอกพจน์ พานแก้ว , ร.ต.อ.ภาสพงศ์ แพงคำ ,ร.ต.ท.ศิริพงษ์ ฉ่ำศิริ รอง สว.(ป) ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล. , ด.ต.ฉัตรฒิญา สุขสาร , ด.ต.มนัส ประทุมมานนท์ , ด.ต.วิชัย มูลตระกูล , ด.ต.ณรงค์กร โยแก้ว , จ.ส.ต.ปัญญา กุลธรรม , จ.ส.ต.พีระพล นิลเนตร , ส.ต.ท.ภานุวัฒน์ สิงหสมบัติ ผบ.หมู่. ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล.
ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหากระทำผิดฐาน “ร่วมกันช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือกระทำด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายหลบหนีการจับกุม”จำนวน 2 ราย ดังนี้
1. นายธนาเดช (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี สัญชาติ ไทย
2. นายธนภาค (สงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี สัญชาติ ไทย
และผู้ต้องหากระทำผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และ
ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทาง และหลบหนีการตรวจของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง”
จำนวน 6 ราย ดังนี้
3. Miss yang ฯ อายุ 23 ปี สัญชาติ จีน
4. Mr.Fa ฯ อายุ 37 ปี สัญชาติ จีน
5. Mr.Li ฯ อายุ 24 ปี สัญชาติ จีน
6. Mr.Wang ฯ อายุ 27 ปี สัญชาติ จีน
7. Mr.Wen ฯ อายุ 26 ปี สัญชาติ จีน
8. Mr.Wu ฯ อายุ 31 ปี สัญชาติ จีน
พร้อมตรวจยึดของกลาง
1. รถยนต์ ยี่ห้อ ISUZU รุ่น D-MAX สีเทา ทะเบียนจังหวัดกรุงเทพมหานคร
2. รถยนต์ยี่ห้อ TOYOTA รุ่น CAMRY สีเทา ทะเบียนจังหวัดกรุงเทพมหานคร
3. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 25 เครื่อง พร้อมบัตรกดเงินสด (ATM) จำนวน 8 ใบ
สถานที่จับกุม ทล.344 กม.80 ขาออก กทม. ต.พลงตาเอี่ยม อ.วังจันทร์ จ.ระยอง
พฤติการณ์ ตามนโยบายการปราบปรามแก๊งคอลเซนเตอร์ของ ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ Anti Cyber Scam Center โดยมี พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช เป็นหัวหน้าศูนย์ ได้มีนโยบายให้ ตำรวจทางหลวง ทำการป้องกันปราบปรามแก๊งคอลเซนเตอร์ ที่อาจใช้เส้นทางบนถนนหลวง เป็นเส้นทางในการหลบหนี หรือเป็นทางผ่านในการเคลื่อนย้ายฐานที่ตั้ง หลังมีการปราบปรามแก๊งคอลเซนเตอร์อย่างจริงจัง
เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชลบุรีได้สืบสวนขยายผล และวิเคราะห์ติดตามเครือข่ายกลุ่มรถยนต์ที่ลักลอบขน รับ-ส่งกลุ่มชาวจีนลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง จนพบว่ามีเครือข่ายลักลอบ รับ-ส่ง กลุ่มชาวจีนที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่าย Scammer ที่มีฐานที่มั่นอยู่ในฝั่งประเทศเมียนมาและกัมพูชา ซึ่งได้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยลักลอบข้ามพรมแดนจากประเทศเมียนมาผ่านชายแดนจังหวัดตาก เข้ามายังพื้นที่ จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี และพระนครศรีอยุธยา ซึ่งจะมีกลุ่มรถขน-ส่ง นำพาไปส่งยังจังหวัดจันทบุรี เพื่อข้ามชายแดนไปประเทศกัมพูชา
ต่อมาวันที่ 7 ธ.ค. 68 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชลบุรี ตรวจพบรถต้องสงสัยจำนวน 3 คัน เดินทางมาจากจังหวัดชัยนาท ผ่านเส้นทาง ทล.344 อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี จึงได้ทำการวางแผนสกัดจับกุมที่บริเวณ
ทล.344 กม.80 ขาออก กทม. ต.พลงตาเอี่ยม อ.วังจันทร์ จ.ระยอง พบรถยนต์ยี่ห้อ TOYOTA รุ่น CAMRY สีเทา ป้ายทะเบียนจังหวัดกรุงเทพมหานคร โดยมีนายธนภาค (สงวนนามสกุล) เป็นผู้ขับขี่ ภายในรถคันดังกล่าวพบผู้โดยสารชาวจีนจำนวน 3 คน และไม่สามารถแสดงเอกสารหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ได้ จากนั้นตรวจสอบรถต้องสงสัยคันที่สอง ยี่ห้อ ISUZU รุ่น D-MAX สีเทา ป้ายทะเบียนจังหวัดกรุงเทพมหานคร มีนายธนาเดช (สงวนนามสกุล) เป็นผู้ขับขี่ ซึ่งเป็นบิดา ของนายนายธนภาค โดยภายในรถคันดังกล่าวพบผู้โดยสารชาวจีนจำนวน 3 คน และไม่สามารถแสดงเอกสารหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ได้เช่นเดียวกัน จากการตรวจสอบรถยนต์ต้องสงสัยทั้ง 2 คัน พบโทรศัพท์มือถือจำนวน 25 เครื่อง และบัตรเอทีเอ็มจำนวน 8 ใบ ซึ่งคาดว่าน่าจะเชื่อมโยงกับขบวนการกลุ่ม Scammer
จากการซักถามปากคำผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การว่าได้ รับชาวจีนมาจากจังหวัดชัยนาท และรวมตัวกันในพื้นที่ร่มเกล้า ก่อนนำไปส่งยัง อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เพื่อข้ามแดนไปยังประเทศกัมพูชา โดยมีการ
รับ-ส่งสัปดาห์ละ3-4 ครั้ง และใช้รถวิ่งในขบวน 2-4 คัน จากการสืบสวนพบว่าเป็นเครือข่ายการส่งคนจีน Scammer ข้ามพรมแดน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งให้ นายธนาเดชและนายธนภาค ทราบว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือกระทำด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรโดย ผิดกฎหมายหลบหนีการจับกุม” และแจ้งข้ออกล่าวหาแก่ชาวจีน ทั้ง 6 คน กระทำความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทาง และหลบหนีการตรวจของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง” จากนั้นนำผู้ต้องทั้งหมดส่ง กก.2 บก.ป. เพื่อขยายผลและดำเนินคดีต่อไป
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอประชาสัมพันธ์และเตือนภัย ดังนี้
1.หากพบกลุ่มชาวจีนรวมตัวกันอันมีลักษณะต้องสงสัย ให้แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ เพราะอาจจะเป็นกลุ่ม ชาวจีนที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับกลุ่ม Scammer
2.กลุ่มรถขน-ส่ง ที่มีเจตนาในการรับ-ส่งชาวจีน ที่ไม่มีเอกสารยืนยันตัวตน โดยรับงานผ่านกลุ่มต่างๆ จะมีความผิดเกี่ยวกับการสนับสนุนบุคคลหลบหนีเข้าเมืองฯ และความผิดอื่นๆที่เกี่ยวข้องเช่นกัน

