ในประเทศ

เวย์ ไทเทเนียมทกับ นานา และทนายสายหยุดเดินทางกลับ หลังเข้ามาพบตร กก.4 ปอศ เพื่อเปิดกระเป๋า เงินดิจิทัล Wallet ซึ่งแปลงเป็นเงินไทยมีประมาณ 100,000 กว่าบาท

เวย์ ไทเทเนียมทกับ นานา และทนายสายหยุดเดินทางกลับ หลังเข้ามาพบตร กก.4 ปอศ เพื่อเปิดกระเป๋า เงินดิจิทัล Wallet ซึ่งแปลงเป็นเงินไทยมีประมาณ 100,000 กว่าบาท

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 8 ธ.ค. ภายหลังเสร็จสิ้น การเข้าชี้แจงเกี่ยวกับเครื่อง ledger-nano-x (hardware wallet) หรือ เครื่องเก็บเงินดิจิทัลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วนั้น นายปริญญา อินทชัย หรือ เวย์ ไทเทเนี่ยม กับ นางไรบีนา อินทชัย หรือ นานา ไรบีนา ก็รีบเดินทางขึ้นรถกลับออกไปในทันที

ซึ่งระหว่างที่ทั้งสองกำลังเดินไปขึ้นรถนั้นผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ถูกทั้งสองปฏิเสธที่จะตอบคำถาม โดยตอบสั้นๆเพียงว่า ทนายความส่วนตัวจะเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดทั้งหมด ก่อนจะขึ้นรถขับออกไปในทันที

ขณะที่ ทนายสายหยุด เพ็งบุญชู ทนายความของทั้งสอง กล่าวว่า วันนี้พนักงานสอบสวนยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา หรือ ทำการสอบปากคำนายปริญญา แต่อย่างใด ซึ่งการมาในวันนี้เป็นการมาแสดงความบริสุทธิ์ใจและให้ความร่วมมือในการเปิดเครื่อง ledger-nano-x (hardware wallet) หรือ เครื่องเก็บเงินดิจิทัล เพื่อดูมูลค่าของสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ภายใน ซึ่งเป็นของนายปริญญา จากการตรวจสอบพบว่า มีเพียงเหรียญชิบะ และ เหรียญอีกประเภท หนึ่งอยู่ในเครื่อง มีมูลค่ารวมกันประมาณแสนกว่าบาท ไม่ได้มีเป็นหลักร้อยล้านบาทตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

ทนายสายหยุด กล่าวอีกว่า ในส่วนของการให้ปากคำของนายปริญญา นั้น ยังอยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมหลักฐานออกหมายเรียก เพื่อมารับทราบข้อกล่าวหา ส่วนจะเป็นความผิดจากเรื่องใดนั้น ตนยังไม่ทราบรายละเอียด และ ยังไม่ทราบว่าผู้เสียหายเป็นใคร
จากการพูดคุยกับ นายปริญญา กับ นานา ตอนนี้ ทั้งคู่ขอโฟกัสกับเรื่องงาน และ เรื่องธุรกิจหาเงินก่อน เพราะทราบว่าตอนนี้ใกล้จะถึงวันจัดคอนเสิร์ตแล้ว เพื่อที่หนี้สินจะได้เดินต่อไปได้ ส่วนเรื่องของดีเจดาด้า ที่จะแจ้งความดำเนินคดี นานา เพิ่มนั้น อยู่ระหว่างเจรจาประสานกับทางทนายของดีเจดาด้า ว่าจะยังไงต่อไป แต่ในส่วนของ คุณเจนสุดา และ คุณพอลล่า ยังไม่เคยคุยกับทั้งสองท่าน จึงไม่ทราบรายละเอียด