วันอาทิตย์, มิถุนายน 14, 2026
Latest:
ในประเทศ

ปทุมธานี ผู้ประกอบการตู้คีบตุ๊กตา ร้อง ชณทัต ช่วยหลังโดนสั่งปิด 2 อาทิตย์ทั้งที่ดำเนินการถูกต้องแถมเสียภาษีหลักพันล้าน 

ปทุมธานี ผู้ประกอบการตู้คีบตุ๊กตา ร้อง ชณทัต ช่วยหลังโดนสั่งปิด 2 อาทิตย์ทั้งที่ดำเนินการถูกต้องแถมเสียภาษีหลักพันล้าน

 

กรณีเพจ แม็ค ชณทัต พร้อมด้วยผู้ประกอบการตู้คีบที่ได้รับความเดือดร้อนจากคำสั่งของกระทรวงมหาดไทยให้ผู้ประกอบการตู้คีบทั่วประเทศ หยุดให้บริการเพื่อตรวจสอบธุรกิจตู้คีบตุ๊กตาทั่วประเทศ หลังพบว่ามีการประกอบธุรกิจตู้คีบตุ๊กตา จากประเทศจีนเข้าทำธุรกิจในประเทศไทยแข่งโดยพบว่าหลีกเลี่ยงการเสียภาษี ประกอบธุรกิจ ไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของรัฐบาล โดยการวางตู้คีบตุ๊กตาในพื้นที่ โดยไม่เข้าตามกฎเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด จึงส่งผลทำให้กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจตู้คีบตุ๊กตา กว่า 30 ห้างร้านทั่วประเทศที่จดทะเบียนการค้าอย่างถูกต้องได้รับผลกระทบด้าน ธุรกิจขาดทุนกว่า 1,000 ล้านบาท จึงต้องการเรียกร้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว

ด้าน ตัวแทนผู้ประกอบการร้านตู้คีบตุ๊กตา ในห้างดังย่านรังสิต เปิดเผยว่า หลังจากมีคำสั่งเพื่อให้ ธุรกิจ ตู้คีบตุ๊กตา หยุดกิจการเพื่อตรวจสอบธุรกิจตุ๊กตาทั่วประเทศ เป็นระยะเวลากว่า 2 อาทิตย์แล้ว ส่งผลทำให้ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการเช่าร้าน เพราะไม่ได้เปิดร้านแต่ก็ยังคงต้องจ่ายค่าเช่า และค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าจ้างคนดูแลร้าน และบางส่วนเป็นเด็กนักศึกษาฝึกงานพาร์ทไทม์ต้องขาดรายได้ ไม่มีงานทำตุ๊กตาก็มี มอก.ลิขสิทธิ์

แม็ค ชณทัต กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการทั่วประเทศกว่า 30 ห้างร้าน เนื่องจากได้เข้าร้องเรียนกับทางเพจ แม็คชณทัต ว่ามีกลุ่มธุรกิจตู้คีบตุ๊กตาบางแบบ จากประเทศจีนที่ ผิดกฎหมายที่เข้ามาในประเทศไทย ซึ่งนำเข้ามาอย่างไม่ถูกต้อง เลี่ยงการเสียภาษีสรรพสามิต ไม่มีการจดทะเบียนการค้า และวางตั้งตู้คีบตุ๊กตาตามจุดต่างๆ ตามซอยต่างๆ ตามชุมชนมากมาย ซึ่งต่างจากตู้คีบตุ๊กตา ตามจุด ห้างต่างๆ ที่ถูกกฎหมาย และมีคนดูแล ถูกต้องตามระเบียบ เมื่อผู้ประกอบการทั่วทั้งประเทศถูกปิดกิจการ จึงได้เดินทางเข้ามาร้องเรียนกับทางเพจ ว่าห้างร้านทั่วประเทศยอมจ่ายเสียภาษีเข้าระบบอย่างถูกต้อง มีการสำแดงหมดทุกอย่าง แต่ถูกเอาเปรียบจากกลุ่มผู้ค้าธุรกิจ ตู้คีบตุ๊กตานำเข้า จากประเทศจีน ที่เลี่ยงการเสียภาษี ซึ่งทางรัฐบาลควรเข้าเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อความถูกต้องของกลุ่มธุรกิจที่เป็นของคนไทย และเป็นอาชีพที่สุจริต สร้างสรรค์ จึงอยากขอความเป็นธรรมเพื่อเข้าช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจตู้คีบตุ๊กตาทั่วประเทศ ที่ขับเคลื่อนธุรกิจ ที่สำคัญทางด้านเศรษฐกิจ เพราะไม่เช่นนั้นโครงสร้างทางด้านธุรกิจก็พังกันทั่วประเทศ จึงอยากต้องการขอให้ทางรัฐบาลและท่านนายกรัฐมนตรีช่วย

 

เบื้องต้นจะได้เข้าตรวจสอบ และไล่ดูแต่ละจุดที่มีการติดตั้งตู้คีบตุ๊กตา ในแต่ละพื้นที่ แต่เบื้องต้นพบว่าหลายพื้นที่ถูกปิดกิจการจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ตามห้างร้าน ร้านสะดวกซื้อใหญ่ใหญ่ ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ จากนี้จะรวบรวมทำหนังสือร้องเรียนและนำเรื่องเข้าสู่ขบวนการขอความยุติธรรมให้กับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจตู้คีบตุ๊กตากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยื่นเรื่องกับนายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรองนายกฯรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และดูข้อกฎหมายที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการให้ความยุติธรรมกับผู้ประกอบการ และกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ความเห็นใจในการประกอบธุรกิจ สำหรับธุรกิจที่เป็นแนวคิดใหม่กับยุคสมัยใหม่นี้ เพื่อให้ระบบกฎหมายสอดคล้องกันกับธุรกิจในยุคสมัยนี้

แม็ค ชณทัต กล่าวว่า โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ณ 17.00 นสมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งประเทศไทย เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และผู้ประกอบการสมาคมธุรกิจเครื่องเล่นเกมอาเขตและการขายสินค้าอัตโนมัติ ได้จัดการประชุมหารือเพื่อร่วมกันผลักดันแนวทางการขับเคลื่อน ธุรกิจเกมอาเขต ตู้คีบ และตู้ขายสินค้าอัตโนมัติในห้างสรรพสินค้าให้ดำเนินการอย่างถูกกฎหมายและโปร่งใส

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการธุรกิจเครื่องเล่นเกมอาเขตและตู้คีบของรางวัลจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินการในห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ โดยกลุ่มผู้ประกอบการที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้กว่า 30 ราย ต่างมีความตั้งใจเดียวกันในการผลักดันให้เกิดการจัดระเบียบอุตสาหกรรมให้ชัดเจน เนื่องจากธุรกิจนี้เป็นกิจกรรม เพื่อความบันเทิงและสร้างสรรค์ ที่สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี และหากมีการบริหารจัดการและควบคุมให้ถูกต้องตามกฎหมายอย่างชัดเจน คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นเป็น มากกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี

นาย ชณทัต ปัทมะภูวดล กล่าวว่า จากปัญหาที่ได้รับเรื่องร้องเรียน จากผู้ประกอบการถึงคำสั่งของ กระทรวงมหาดไทย ที่ผ่านมา ที่มีการตีความครอบคลุมตู้คีบและตู้เกมทุกประเภท ทำให้ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายและชำระภาษีอย่างโปร่งใสได้รับผลกระทบโดยตรง จึงเกิดการรวมตัวของภาคเอกชนเพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหา เสนอข้อคิดเห็น และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายต่อหน่วยงานรัฐ เพื่อให้เกิดการจัดระเบียบที่แยกแยะระหว่าง “ธุรกิจสร้างสรรค์เพื่อความบันเทิง” กับ “กิจกรรมที่เข้าข่ายการพนัน” อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน

การประชุมครั้งนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างระบบนิเวศของธุรกิจสร้างสรรค์ที่โปร่งใส เป็นมิตรต่อเยาวชน และเกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อประเทศ โดยยึดหลัก “ทำถูกกฎหมาย โปร่งใส ตรวจสอบได้” เพื่อให้ประเทศไทยมีอุตสาหกรรมเครื่องเล่นเกมที่เติบโตได้อย่างยั่งยืนและเป็นที่ยอมรับในระดั

บสาก

ปิดโหมดสีเทา