รวบคาบ้าน หนุ่มรับเหมาชีวิตพัง ติดพนันออนไลน์ หันรับจ้างเปิด “บัญชีม้า” 5 บัญชีรวด แลกเงินหมื่น
รวบคาบ้าน หนุ่มรับเหมาชีวิตพัง ติดพนันออนไลน์
หันรับจ้างเปิด “บัญชีม้า” 5 บัญชีรวด แลกเงินหมื่น
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรม ทางเศรษฐกิจ ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์, พ.ต.อ.จักรกริช เสริบุตร, พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผบก.ปอศ.,พ.ต.อ.ธีรภาส ยั่งยืน ผกก.3 บก.ปอศ.,พ.ต.ท.นนทพัทธ์ ยอดแก้ว,พ.ต.ท.ธรรมศักดิ์ พลเดช, พ.ต.ท.ณธัชพงศ์ สินสิริยานนท์ และพ.ต.ท.ชวลิต น้ำใจสัตย์ รอง ผกก.3 บก.ปอศ.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.รัฐชิน เจริญรัมย์ สว.กก.3 บก.ปอศ. , ด.ต.วิทวัส เพ็งแก้ว,
จ.ส.ต.วราวุฒิ คงเพชร, จ.ส.ต.ปภาวิน เทพจันทร์ ผบ.หมู่.กก.3 บก.ปอศ.
ร่วมกันจับกุม นายวีระชัยฯ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 2 หมายจับ ดังนี้
1.หมายจับศาลจังหวัดลำพูน ที่ จ.189/2566 ลงวันที่ 19 พฤษภาคม 2566 ซึ่งต้องหาว่า กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่า ทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใด บุคคลหนึ่ง
2.หมายจับศาลจังหวัดสกลนคร ที่ จ.118/2567 ลง 21 พ.ค.67 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยการหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ประชาชน และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน”
สถานที่จับกุม บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง พื้นที่แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย บก.ปอศ. ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล ลุยปราบภัยออนไลน์เชิงรุก ตัดวงจรคอลเซ็นเตอร์ตามนโยบายของคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และ พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่กำหนดให้การปราบปรามภัยออนไลน์เป็นวาระแห่งชาติ
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./ หัวหน้าศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ได้สั่งการให้ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ระดมกวาดล้างผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีอาชญากรรม ทางเทคโนโลยีทุกมิติ เพื่อตัดวงจรการทำงานของสแกมเมอร์อย่างเป็นรูปธรรม
สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปี 2563 นายวีระชัยฯ ผู้ต้องหา ซึ่งเดิมประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้าง แต่ได้ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินอย่างหนัก จากการติดหนี้พนันบาคาร่าออนไลน์ ต่อมา ผู้ต้องหาได้พบกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อ “กลุ่มงานเสริมออนไลน์-เงินด่วนทันใจ” ซึ่งมีการโพสต์รับสมัครคนเปิดบัญชี ธนาคาร
โดยเสนอให้รายได้ดีเป็นการตอบแทน ผู้ต้องหาจึงได้ติดต่อทักแชตไปสอบถาม และได้รับข้อเสนอเรทราคาค่าเปิดบัญชี ตั้งแต่ 300 – 2,000 บาท ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของแต่ละธนาคาร และยังเสนอ “แพ็คเกจพรีเมียม” หากยอมเปิดบัญชีพร้อมมอบสมุดบัญชี, ซิมการ์ดโทรศัพท์ และบัตร ATM ให้ จะได้เรทราคาสูงถึง 10,000 บาทขึ้นไป
ในขณะนั้นนายวีระชัยฯ ซึ่งกำลังร้อนเงิน ได้ตัดสินใจใช้ “ทางลัด” ด้วยการสมัครเปิดบัญชีธนาคาร ออนไลน์ (E-KYC) จำนวน 5 บัญชี โดยใช้โทรศัพท์มือถือของตนเอง และใช้ใบหน้าของตนเองสแกนเพื่อยืนยัน ตัวตนแลกกับเงินค่าจ้างประมาณ 10,000 บาท
หลังจากนั้นไม่นาน บัญชีธนาคารทั้ง 5 บัญชีของนายวีระชัยฯ ได้ถูกนำไปใช้เป็น “บัญชีม้า” ในการรับโอนเงินจากเหยื่อที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงในรูปแบบต่างๆ จนเกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับในเวลาต่อมา
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอศ. ได้สืบสวนติดตามจนทราบว่า นายวีระชัยฯ หลบหนีมาพักอาศัย ในย่านพระโขนง จึงได้เฝ้าสังเกตการณ์จนพบตัว และเข้าแสดงหมายจับ นายวีระชัยฯ ยอมรับว่าเป็นบุคคล เดียวกันกับในหมายจับจริงและยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีดังกล่าวมาก่อน เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวและนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำพูน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)เตือนภัย มิจฉาชีพได้พัฒนารูปแบบการรับจ้างเปิดบัญชีม้า โดยพุ่งเป้าไปที่การเปิดบัญชีออนไลน์ (สแกนใบหน้า) ซึ่งทำให้ผู้รับจ้างคิดว่าปลอดภัยเพราะไม่ต้องใช้สมุดบัญชี แต่ในความเป็นจริง ท่านกำลังใช้ใบหน้าและข้อมูลส่วนตัวของท่านเองในการกระทำความผิด
การรับจ้างเปิดบัญชี หรือ “บัญชีม้า” ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบัญชีที่สาขา หรือการเปิดบัญชีออนไลน์ (E-KYC) ถือเป็นความผิดร้ายแรงตาม พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 มีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี หรือปรับสูงสุด 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอย้ำเตือนประชาชน อย่าเห็นแก่เงินเพียงเล็กน้อยจากการ รับจ้างเปิดบัญชี เพราะอนาคตของท่านอาจต้องพังทลายลง ดังคำกล่าวที่ว่า…”รับจ้างบัญชีม้า… รายได้ดี คนจ่ายหาย คนขายติดคุก!”
การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

