ปทุมธานี พ่อแม่ใจสลายรพ.รัฐให้ลูกชายวัย 7 ขวบสิ้นใจตายคาเตียง ก่อนสิ้นลมน้องบอกป๋า ผมไม่ไหวแล้ว ครอบครัวติดใจรพ.ไม่มีหมอมารักษาเด็ก
ปทุมธานี พ่อแม่ใจสลายรพ.รัฐให้ลูกชายวัย 7 ขวบสิ้นใจตายคาเตียง ก่อนสิ้นลมน้องบอกป๋า ผมไม่ไหวแล้ว ครอบครัวติดใจรพ.ไม่มีหมอมารักษาเด็ก
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 ตุลาคม 2568 ที่วัดบางขัน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นายอนุชา ชูพลาย อายุ 33 ปี และนางสาววรารัตน์ รอดเนียน อายุ 36 ปี สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 70/1 หมู่ที่ 1 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พร้อมญาติได้นำร่างที่ไรวิญญาณของ น้องสตั้น หรือ ด.ช.รชต ชูพลาย อายุ 7 ขวบ นักเรียนชั้นประถม 2 โรงเรียนวันบางขัน ที่เสียชีวิตท่ามกลางความเศร้าเสียใจของพ่อแม่และญาติและเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ที่ทางรพ.รัฐ แห่งหนึ่งปล่อยให้น้องนอนดูอาการ 4-5 ชั่วโมงจนน้องมีอาการชักเกร็งจนน้องสิ้นใจคาเตียงคนป่วยไปต่อหน้าต่อตาของพ่อแม่โดยรพ.มีแต่พยาบาลมาช่วยปั๊มหัวใจน้องแต่น้องก็เสียชีวิตน้องเป็นเด็กในวัยน่ารักของพ่อแม่
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดดังกล่าวพบนายอนุชา ชูพลาย อายุ 33 ปี เล่าว่า ลูกชายตนเองเสียชีวิตหลังจากเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลรัฐบาลแห่งหนึ่งได้ไม่กี่ชั่วโมง ตนเองติดใจว่า ทำไมโรงพยาบาลถึงไม่มีหมอมาตรวจรักษาลูกของตนเอง น้องสตั้น มีอาการชัก น้องมีอาการตัวเย็นแล้วก็อุจจาระแล้วก็ชักตนเอง จึงพาน้องสตั้นไปที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งเวลาประมาณทุ่มเศษของวันที่ 7 ต.ค.68 ที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อไปถึงโรงพยาบาลทางเจ้าหน้าที่ก็ได้เอาน้องเข้าในห้องฉุกเฉินแล้วก็ดูอาการของน้องว่า มีอาการดีขึ้นไหมหายชักหรือยังหายเกร็งหรือยัง ซึ่งแพทย์ได้มาบอกกับตัวเองว่า น้องมีโอกาสที่จะได้นอนโรงพยาบาล 1 คืนเพื่อดูอาการเพราะอาการน้องชักมาซึ่งตนเองก็ได้แจ้งไปทางแพทย์ว่า ถ้าน้องมีอาการไม่หนักขอพาน้องไปรักษาตัวตามสิทธิ์การรักษาได้ไหม และก็ได้สอบถามเรื่องค่ารักษาพยาบาลประมาณเท่าไหร่เบื้องต้นประมาณ 5-6,000 บาท ต่อมาก็มีหมอผู้หญิงเดินมาหาน้องแล้วก็นำปรอทมาวัดไข้น้องปรากฏว่า ไข้ของน้อง ณ เวลานั้น 36 องศา แต่น้องมีอาการตัวเย็นตอนนั้นลูกชายได้สติแล้ว แต่น้องยังมีอาการช้า ตนเองก็ยังถามหมออีกว่า ถ้าลูกชายมีอาการดีขึ้นแล้ว ขอไปรักษาตามสิทธิ์การรักษาได้ไหม ถามหมอแจ้งว่าได้ค่ะเพราะว่าตอนนี้น้องมีอาการดีขึ้นแล้วปลอดภัยแล้ว ไม่น่าจะเป็นห่วงอะไร จากนั้นตนเองก็นำลูกชายไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลรัฐบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งมาถึงโรงพยาบาลเวลาประมาณ 20:00 น.ของวันที่ 7 ตุลาคม 2568 พอถึงโรงพยาบาลทางเจ้าหน้าที่ก็ถามตนเองเพื่อซักประวัติน้องเพราะว่าทางด้านน้องไม่เคยเข้ารักษาที่โรงพยาบาลแห่งนี้มาก่อน เมื่อทำประวัติเสร็จแล้ว มีเจ้าหน้าที่พาน้องเข้าห้องฉุกเฉินไปแล้ว และเมื่อตนเองเข้าไปแล้วเจ้าหน้าที่ได้สอบถามว่า น้องมีอาการป่วยเป็นอะไรมาอ้วกมากี่ครั้ง และเขาก็บอกกับตนเองว่า น้องอาจจะเป็นไข้มา แต่เขาไม่รู้ว่าลูกของตนเองตัวเย็นหรือตัวร้อนแล้วก็มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เขาบอกว่า น้องมีอาการอึให้ตนเองเข้าไปเช็ดทำความสะอาด ซึ่งตอนนั้นทางโรงพยาบาลจะไม่ให้ผู้ปกครองอยู่กับเด็กเพราะเด็กยังอยู่ในห้องปลอดเชื้อเขาจะเรียกเป็นระยะๆ และมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ตนเองอยู่กับน้องก็เห็นว่า น้องเขามีอาการเกร็งและกระตุกเหม่อลอย ตาลอย แล้วตัวเองก็ถามกับทางหมอว่า ลูกผมเป็นอะไรครับลูกผมจะชักหรือเปล่า และเขาก็พูดว่าไม่เห็นเป็นอะไรก็ยังพูดได้ปกติ ซึ่งคนที่พูดนั้นคือคนที่ซักประวัติเป็นผู้หญิงน่าจะเป็นผู้ช่วยพยาบาลหรืออะไรสักอย่างหนึ่งใส่ชุดสีกรมท่า เพราะว่า ตอนนั้นน้องมีอาการกระตุก 2 รอบแล้วเขาก็ลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วก็มองๆ ไปที่เตียงน้องนอนแล้วก็บอกว่า ไหนน้องไม่เห็นเป็นอะไรเลย แล้วตนเองก็ไม่ได้พูดตอบโต้ว่าอะไรเพราะคิดว่าเขาเป็นหมอ จากนั้นน้องไปเอกซเรย์กลับมาแล้วผลเลือดออกมาบอกว่าคุณพ่อ ผลเลือดออกแล้วผลเลือดปกติ แต่เม็ดเลือดขาวสูงกว่าเม็ดเลือดแดงตนเองสงสัยว่า ถ้าอาการปกติแล้ว ทำไมเม็ดเลือดขาวถึงสูงเหมือนเด็กมีอาการติดเชื้อเพราะเม็ดเลือดขาวสูงกว่าเม็ดเลือดแดงเหมือนกับว่า น้องพร้อมที่จะชักอยู่ตลอดเวลา อาการปกติที่ไหนเพราะว่าเม็ดเลือดขาวสูงกว่าเม็ดเลือดแดง เขาก็บอกว่าไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวน้องก็ดีขึ้นแล้วแล้วเขาก็ให้น้ำเกลือ ตนเองก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรเพราะเขาเป็นหมอ เมื่อผลเอกซเรย์และผลเลือดออกแล้วเขาก็ให้น้องนอนดูอาการให้น้ำเกลือและดูความดันของน้องว่า น้องตอบสนองไหมตัวเองก็บอกกับลูกว่าจะหายแล้วเดี๋ยวไปนอนพักที่ห้องพักฟื้นพอทางเวรเปลเข็นน้องออกมาซึ่งน้องมีอาการกระตุกและชัก ซึ่งตนเองได้ถามผู้หญิงว่าน้องมีอาการจะชักไหมครับเพราะเป็นอย่างนี้ 2 ครั้งแล้วและเขาก็บอกว่า ไม่เป็นอะไรค่ะซึ่งมันเป็นอาการผลข้างเคียงที่น้องเป็นมามีอาการเหม่อแล้วก็กระตุก แต่อาการของลูกผมมันไม่ใช่เพราะตนเองดูอาการของลูกอยู่ตลอดเหมือนลูกตนเองจะไม่ไหวในห้องฉุกเฉินแล้วเขาไม่ทำอะไรเลยปล่อยให้ลูกตนเองนอนรออยู่อย่างนั้น ให้แต่น้ำเกลือไม่ฉีดยาไม่ทำอะไรเลย ให้น้ำเกลือแค่อย่างเดียวและเขาก็บอกว่า ให้รอดูน้ำเกลือนะคะ อาจจะไม่เป็นอะไร ซึ่งน้องมีอาการตัวเย็นเขาจะหาไม่ค่อยเจอในเรื่องของความดันและเขาพยายามที่จะหาผ้ามาคุมตัวคุมมือเพราะน้องมีอาการตัวเย็นตลอดเวลาเมื่อเจอความดันอะไรแล้วก็ปล่อยให้น้องนอนพักสัก 5 นาทีลูกบ่นว่า หิวน้ำตนเอง จึงให้น้องกินน้ำ จากนั้นน้องก็ล้มตัวนอนคว่ำหน้าเหมือนคนหมดแรงและหายใจช้ามาก ตนเองก็ถามว่าน้องสตั้น เป็นอะไรลูกไหวไหมเหนื่อยไหม เดี๋ยวก็ได้กลับบ้านแล้ว แต่ลูกชายก็พลิกหน้าหนี ซึ่งน้องเขาหันไปหาย่าซึ่งย่าน่าจับมือเขาอยู่จากนั้นน้องมีอาการหายใจเฮือก 3 ครั้งตาเหม่อชักตาลอย ตนเองตกใจมากรีบเรียกพยาบาลข้างนอกว่าเด็กชัก เด็กชัก ซึ่งพยาบาลก็เปิดประตูเข้ามาแต่ไม่ได้มาดูแค่อยู่แค่หน้าประตูแล้วก็ยืนมองซึ่งตนเองก็บอกว่า เข้ามาดูเด็กก่อนได้ไหมเด็กมีอาการชักและเขาก็ปิดประตูพร้อมไปเรียกพยาบาลที่อยู่ข้างนอกเข้ามาประมาณ 7-8 คน แต่ไม่มีหมอเลยเขาบอกว่า มีหมอแต่หมอติดไข้อยู่ แต่ตนเองก็ติดใจว่า ทำไมคุยกันทางโทรศัพท์บอกอาการน้องผ่านทางโทรศัพท์ซึ่งตนเองมองดูอยู่ตลอดเวลา ซึ่งไม่มีหมอมารักษาโรคของตนเองเลย มีแต่พยาบาลและผู้ช่วยพยาบาล จากนั้นก็ทำการปั๊มหัวใจน้องสตั้นกว่า 1 ชั่วโมงก็ไม่มีการตอบสนองจนเวลาประมาณเที่ยงคืนกว่าๆลูกชายก็เสียชีวิตซึ่งทางแพทย์โรงพยาบาลกลับลงความเห็นว่า ลูกชายตนเองเสียชีวิตเพราะไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ซึ่งตนเองติดใจว่า 2-3 ชั่วโมงที่ลูกชายนอนอยู่ในห้องฉุกเฉินและเขาบอกว่า ลูกชายตนเองปกติแต่เม็ดเลือดขาวเยอะกว่าเม็ดเลือดแดง ซึ่งลูกชายตนเองนอนอยู่บนเปลนั้นนอนบิดไปบิดมาก็ไม่มีใครมาสนใจ คำว่าโรงพยาบาลยังไงก็ต้องมีหมอซึ่งมันเป็นเหตุการณ์ที่ไวมากตนเองยังทำใจไม่ได้จนถึงทุกวันนี้และคำพูดของลูกชายยังอยู่ในหัวของพ่อตลอดว่า ป๋าผมไม่ไหวแล้ว ลูกชายมีอาการเป็นไข้แค่ 1 วัน ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ลูกชายของตัวเองเป็นแบบนี้เพราะไม่มีประวัติการชักมาก่อน ซึ่งตอนนี้น้องยังไม่ได้มีการผ่าชันสูตร โดยทางแพทย์โรงพยาบาลลงความเห็นมาว่า น้องเสียชีวิตเพราะไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ตนเองไม่อยากให้ลูกชายเจ็บไปมากกว่านี้ จึงไม่อยากให้มีการผ่าตัดแล้วอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาตรวจสอบโรงพยาบาลนี้บ้างว่า ทำไมไม่มีหมอมารักษาคนไข้และเขาก็ยังพูดมาอีกว่า ไม่มีหมอเฉพาะทาง ตนเองก็อยากทราบว่า ถ้าไม่มีหมอเฉพาะทางแล้วทำไมไม่ส่งลูกตนเองไปที่โรงพยาบาลอื่น ทำไมไม่มีความกระตือรือร้นในการรักษาลูกของตนเองและไม่มีการเดินมาดูน้องเลยว่า มีอาการดีขึ้นไหมปกติไหมและขณะนี้ตนเองได้นำศพของลูกชายไปตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัดบางขันธ์ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

